Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เปิดคำแก้ต่าง"ปู"แจงข้อกล่าวหาโกงจำนำข้าว

PDF Print
Wednesday, 16 April 2014 14:31

alt

 

เปิดคำแก้ต่าง"ปู"แจงข้อกล่าวหาโกงจำนำข้าว

     เปิดคำชี้แจงข้อกล่าวหาทุจริตจำนำข้าวต่อ ป.ป.ช. ของ "ยิ่งลักษณ์" อ้างกระบวนการรับคำร้อง-เริ่มคดีของป.ป.ช.ไม่ชอบ ขอให้สอบพยานเพิ่ม11ปาก

     เมื่อวันที่ 31 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าชี้แจ้งข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบกับการชี้แจงด้วยวาจา เล็กน้อยโดยใช้เวลาในการชี้แจงทั้งสิ้นประมาณ 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

     สำหรับหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีจำนวนทั้งหมด 151 หน้า โดยปฏิเสธว่า ไม่กระทำความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมิได้กระทำความผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือ หน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันการปราบปรามการทุจริต 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 อีกทั้งมิได้จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 178 และไม่มีเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ

     ประเด็นชี้แจงข้อกล่าวหาโดยสรุปดังนี้

 1. นายกฯอ้างว่าไม่ได้กระทำความผิด“ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดย มิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

 2.กระบวนการรับคำร้องและเริ่มคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ไต่สวนไม่มีอำนาจกล่าวหาเสียเองเพิ่มเติมจากคำร้องถอดถอนโดยอ้างว่ากระทำ ความผิดไม่เข้มงวดแต่ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวทั้งๆที่ได้ รับคำแนะนำจากคณะกรรมการ

 3.คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยกล่าวอ้างวิชา มหาคุณ ที่ไปให้สัมภาษณ์ตามสื่อมวลชนในลักษณะเหน็บแนมนายกฯขอตายคาประชาธิปไตย และชี้นำว่ายิ่งลักษณ์กระทำผิด

 4.คณะกรรมการป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนโดยไม่เป็นธรรม รวบรัด รีบร้อน เร่งรีบ อย่างเป็นพิเศษ โดยมุ่งแต่จะเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอย่างข้าพเจ้าโดยไม่รวบรวมพยานหลักฐานที่ อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของข้าพเจ้าที่ถูกกล่าวหาจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ข้าพเจ้าได้รับความเสียหาย

     นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ยังระบุว่า 5.ปปช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต ซึ่งตามข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จะต้องใช้บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา275วรรค4 เรื่อง “การตั้งผู้ไต่สวนอิสระ” มาแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับยิ่งลักษณ์

     “ตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตามบทบัญญัติ มาตรา40(4) , (7) ประกอบมาตรา 3 วรรค2 ตามรัฐธรรมนูญปี2550ให้มีความเหมาะสม อย่างเป็นธรรม และมีโอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ และเป็นไปโดยชอบด้วยหลักนิติธรรมเท่านั้นความยุติธรรมจึงจะบังเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย”

     ทั้งนี้ นายกฯ ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติม 11 ปาก ได้แก่

 1.พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ชี้แจงถึงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.

 2.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน

 3.พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 4.พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 5.ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เนื่องจากชี้แจงการอภิปรายของฝ่ายค้าน

 6.โอฬาร ไชยประวัติ ในฐานะผู้ร่วมออกนโยบายจำนำข้าว

 7.นสพ.ชัย วัชรงค์ นักวิชาการอิสระ ซึ่งร่วมศึกษากลไกตลาดข้าว

 8.วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 9.กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง

 10.พิชัย ชุณหวชิร บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย

 11.นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ตามลำดับ

ที่มา:โพสต์ทูเดย์