Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

“ปู” สุมหัวสู้คดีโกงจำนำข้าว “ทนายถุงขนม” เผยพรุ่งนี้ไปหา ป.ป.ช.ขอเพิ่มพยาน 7 ปากอีกครั้ง

PDF Print
Monday, 28 April 2014 15:08

“ปู” สุมหัวสู้คดีโกงจำนำข้าว “ทนายถุงขนม” เผยพรุ่งนี้ไปหา ป.ป.ช.ขอเพิ่มพยาน 7 ปากอีกครั้ง

ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลอง 5 จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรี ทีมทนายความ และบุคคลที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในโครงการรับจำนำข้าว ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

โดย นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เราได้รับโอกาสที่จะนำพยานเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจำนวน 4 ปาก คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รักษาการ รมช.พาณิชย์ และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังเหลืออีก 7 ปาก คือพยานที่เราขออนุญาตตั้งแต่แรกจำนวน 5 ปาก และ 2 ปากสุดท้าย อาทิ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งทางผู้ถูกกล่าวหาโดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า มีความสำคัญที่จะไปหักล้างประเด็นของนางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง รายงานอนุกรรมการปิดบัญชีว่าการจัดทำรายงานดัวกล่าวไม่สมบูรณ์ถูกต้องอย่าง ไร เพราะเป็นข้าราชการประจำและอยู่กระทรวงการคลังด้วยกัน นายสมชัยถือเป็นพยานปากสำคัญ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แสดงความเห็นว่าจะได้เป็นการชี้มติ ครม. ต่อการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว อยู่ดีๆ จะมาเลิกโครงการไม่ได้ เพราะมีกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด

นายพิชิต กล่าวว่า ในวันที่ 23 เม.ย. ทนายจะเดินทางไปยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช. ว่าพยาน 7 ปากที่เหลือนั้น ป.ป.ช. อย่าตัดทิ้ง ขอให้ให้โอกาสต่อโครงการดังกล่าวเพราะถือเป็นโครงการใหญ่ มีโครงสร้างและขั้นตอนและหน่วยงานที่รับผิดชอบจำนวนมาก อย่างนายวราเทพ รัตนากร รักษาการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้ามาทำหน้าที่ตรงกับเวลาที่นางสุภาทำงาน และบอกว่า สต๊อกข้าว 2.9 ล้านตันหาย การที่ให้นายวราเทพเข้าไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ก็จะเกิดประโยชน์ นอกจากนี้ในการเข้าชี้แจงมักจะถามว่าพยานมีความรู้ด้านบัญชีมากน้อยแค่ไหน เราก็จะขอให้นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ ซึ่งเป็นคนกลางและมีความรู้ทางด้านบัญชี เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหา เป็นการคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่ผู้ถูกกล่าวหาควรได้รับความ ยุติธรรม อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา การเห็นต่างว่าพยานปากนั้นไม่เกี่ยวเป็นแค่ความเห็นต่าง แต่สุดท้ายควรตัดสินใจบนพื้นฐานว่าการไปตัดพยานถึง 7 ปากจนเกิดเป็นข้อกังขาในโครงการระดับชาติ ถ้ารับฟังพยานจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ

เมื่อถามว่า คำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาถือว่าสมบูรณ์แล้วหรือยัง นายพิชิต กล่าวว่า คิดว่าได้ตอบในประเด็นสำคัญๆ ไปหมดแล้ว วันนี้เราเห็นว่าสถานะของนายกรัฐมนตรีซึ่งถือว่าอยู่ในส่วนนโยบาย ปัญหาที่อาจเกิดความเสียหายในทางปฏิบัติ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายจึงเห็นว่าสิ่งที่ชี้แจงไปน่าจะเพียงพอที่จะได้รับความ เป็นธรรม ตนในฐานะทนายไม่อยากพูดว่า ป.ป.ช. มีเจตนาจงใจที่จะไม่รับฟังคำชี้แจงในส่วนพยานที่เป็นส่วนปฏิบัติ เพียงแต่อยากวิงวอนว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ใหญ่ระดับชาติ มีคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รัฐบาลได้ใช้กลไกเดิมของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง องค์การคลังสินค้า องค์การตลาดเพื่อการเกษตรไม่ได้สร้างกลไกขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดการทุจริตเลย จึงควรให้โอกาสกับการสืบพยานให้เพียงพอและพยานที่เหลืออีก 7 ปากก็คงใช้เวลาไม่นาน

เมื่อถามว่า หาก ป.ป.ช. ยังยืนยันในจุดยืนเดิม จะมีผลเสียต่อนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายพิชิตกล่าวยอมรับว่า ถ้าถามถึงความเสียหาย เสียหายแน่เพราะในส่วนของนายกิตติรัตน์ และนายนิวัฒน์ธำรง ถือเป็นส่วนนโยบาย แต่ในส่วนฝ่ายปฏิบัติก็ยังไม่มีการชี้แจง เมื่อฝ่ายการเมืองพูดแล้วก็ควรฟังฝ่ายข้าราชการประจำบ้าง

นายพิชิต ยังกล่าวถึงกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญไม่ขยายเวลาการเข้าชี้แจงของรักษาการนายก รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีเมื่อรับทราบข้อกล่าวหาของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหาแล้ว และได้ชี้แจงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรไปบ้างแล้วนั้น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีการเพิ่มเติมเอกสารและการชี้แจงในบางส่วน ซึ่งขณะนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาดูอยู่ในสิ่งที่จะขอความเป็นธรรม ต่อศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่สำคัญศาลรัฐธรรมนูญควรรับฟังพยานต่างๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ที่จะสร้างการยอมรับ ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อกังขา และนำไปสู่การแตกแยกได้

 

ที่มา : ASTV