Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

'บวรศักดิ์'ฉุน!ศอ.รส.ชะเลีย'นาย' ไร้สำนึกตัดต่อคำปาฐกถาใส่ร้าย

PDF Print
Thursday, 08 May 2014 14:18

'บวรศักดิ์'ฉุน!ศอ.รส.ชะเลีย'นาย' ไร้สำนึกตัดต่อคำปาฐกถาใส่ร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เรียกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และกลุ่มผู้สนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย โดยมีข้อห่วงใยและข้อวิตกกังวลต่อการวินิจฉัยขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยไม่อาจบรรลุผลได้ และมีเนื้อหาบางส่วนพาดพิง คำปาฐกถาเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ของ ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รวมอยู่ด้วยนั้น

ล่าสุด ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ ได้จัดทำคำชี้แจงแถลงการณ์ ของ ศอ.รส.ฉบับที่ 3 ดังกล่าว ระบุว่า ตามที่มีแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ของ ศอ.รส.เมื่อวันที่ 6 พ.ค.57 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งรับฟังคำพยานในคำร้องขอให้ความเป็น รัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะกระทำการก้าวก่ายและแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวมีลักษณะชี้นำ และก้าวล่วงกดดันศาล ซึ่งมิใช่วิสัยที่หน่วยงานของรัฐที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย กลับเป็นผู้ก่อให้เกิดความไม่สงบเสียเอง ด้วยการทำตัวระราน ข่มขู่ศาลและผู้อื่นไปทั่ว

ยิ่งกว่านั้น แถลงการณ์ดังกล่าวมีข้อความบางส่วนเป็นเท็จ และกล่าวหาในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่า ข้าพเจ้ากล่าวแสดงปาฐกถาเรื่อง "การปฏิรูปการเมืองภายใต้หลักนิติธรรม" เมื่อวันที่ 24 เม.ย.57 เพื่อ "...สถาปนา อำนาจตุลาการ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฏฐาธิปัตย์ เป็นการปูทางไปสู่คำวินิจฉัยที่จะสร้างสุญญากาศทางการเมืองตามที่กลุ่ม กปปส.และกลุ่มเคลื่อนไหวบางกลุ่มต้องการ เพื่อนำไปสู่การทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งมีการอ้างมาตรา 3 และมาตรา 7..." ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าไม่เคยพูดข้อความในเครื่องหมายคำพูดนั้นในการแสดงปาฐกถา หรือในที่ใดเลย เป็นการที่ ศอ.รส.คิดเอาเอง พูดเอง ใส่ความผู้อื่นให้ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีความเป็นปกติไม่กระทำกัน

ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ ระบุอีกว่า การกล่าวหาความผิดผู้อื่นโดยไม่มีมูล แต่ละเว้นที่จะพิจารณาความผิดของพวกตนเองว่าอาจเข้าข่าย "จงใจใช้อานาจขัดรัฐธรรมนูญ" นั้น มิใช่วิสัยของหน่วยงานของรัฐที่ดี และเป็นกลาง แต่แสดงออกซึ่งการเอาใจ "นาย" โดยไร้ความสำนึกรับผิดชอบ

ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ ยังระบุว่า การที่ ศอ.รส.นำความเพียงบางส่วนของคำปาฐกถาของข้าพเจ้ามาอ้างก็ดี นำคำบรรยายเรื่อง "เขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ" ซึ่งข้าพเจ้าไปบรรยายให้ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 18 กันยายน 2541 และมีการถอดเทปคำบรรยายมาลงพิมพ์ในวารสารศาลรัฐธรรมนูญ ปีที่ 1 ม.ค. - เม.ย.2542 หน้า 30 - 47 มาอ้างก็ดี เป็นการ "ตัดต่อ" ข้อความทำให้ผู้คนเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

"ความเป็นฝักฝ่ายทางการเมืองของ ศอ.รส.และบรรดาผู้สนับสนุนเสียงข้างมาก และต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญนี้เอง ทำให้ปาฐกถาทางวิชาการแท้ๆ ของข้าพเจ้า ที่ไม่มีจุดมุ่งหมายทางการเมืองใดๆ ไปจี้จุดในใจของเขาเหล่านั้นให้กรูกันออกมารุมวิพากษ์วิจารณ์ข้าพเจ้า อย่างกราดเกรี้ยว ไม่สมฐานะของหน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อย แต่กลับไปละม้ายคล้ายเสียงวิจารณ์ของฝูงชนที่ชุมนุมกันมากกว่า ทำให้เนื้อหาและถ้อยคำของแถลงการณ์แต่ละฉบับ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นระเบียบแบบแผนที่ดีของทางราชการ"

 

ที่มา : แนวหน้า