Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ประเทศไทยกับ‘แผ่นดินไหว’ ภัยธรรมชาติที่ไม่อาจมองข้าม

PDF Print
Wednesday, 14 May 2014 19:45

 

แผ่นดินไหว..หากเป็นในอดีต คนไทยคงจะมองว่าไกลตัว แต่ในรอบ 10 ปีมานี้ ประเทศไทยถือ

ว่ามีความเสี่ยงไม่น้อย นับตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ตามมาตราริกเตอร์ เหนือเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ 26 ธ.ค. 2547 ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มพื้นที่ชายฝั่งหลายประเทศ รวมทั้งชายฝั่งตะวันตกของไทย ในครั้งนั้นบ้านเรามีผู้เสียชีวิตไปกว่า 5 พันราย แผ่นดินไหวครั้งต่อมาที่เขย่าขวัญคนไทย คือเมื่อ 11 เม.ย. 2555 ยังคงเกิดขึ้นที่เหนือเกาะสุมาตรา ครั้งนี้มีความรุนแรงขนาด 8.9 ตามมาตราริกเตอร์ แต่เคราะห์ดีที่ไม่เกิดสึนามิตามมาซ้ำรอยปี 2547

 

และล่าสุดสดๆ ร้อนๆ เมื่อ 5 พ.ค. 2557 คราวนี้เป็นแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ตามมาตราริกเตอร์ ณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง “วัดร่องขุ่น” ศาสนสถานสำคัญของ จ.เชียงราย ผลงานของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก เท่ากับว่า..วันนี้แผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

จับตา ‘14 รอยเลื่อนอันตราย’

แผ่นดินไหวเกิดจาก “รอยเลื่อนมีพลัง” หรือรอยเลื่อนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่ามีถึง 22 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะอยู่ใกล้รอยเลื่อนดังกล่าวรวม 14 จุด ดังนี้ 1.รอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่านอ.ฝาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ.แม่จัน อ.เชียงแสนและ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 101 กิโลเมตร 2.รอยเลื่อนแม่อิง พาดผ่าน อ.เทิง อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้มีความยาวประมาณ 57 กิโลเมตร

3.รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน พาดผ่าน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอนในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 29 กิโลเมตร 4.รอยเลื่อนเมย วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ พาดผ่านตั้งต้นจากลำน้ำเมยชายแดนพม่า ต่อไปยังห้วยแม่ท้อ ลำน้ำปิง จ.ตาก ไปถึง จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 250 กิโลเมตร 5.รอยเลื่อนแม่ทา พาดผ่าน อ.แม่ทา จ.ลำพูน และ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ในแนวโค้งไปทางทิศตะวันออก มีความยาวประมาณ 61 กิโลเมตร

6.รอยเลื่อนเถิน พาดผ่าน อ.แม่พริก อ.เถิน จ.ลำปาง และ อ.วังชิ้น จ.แพร่ ในแนวโค้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีความยาวประมาณ 103 กิโลเมตร 7.รอยเลื่อนพะเยา พาดผ่าน อ.งาว จ.ลำปาง และ อ.เมือง จ.พะเยา ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ทางด้านทิศเหนือของรอยเลื่อนท่า สี มีความยาวประมาณ 23 กิโลเมตร ซึ่งแผ่นดินไหวเมื่อ 5 พ.ค. 2557 เกิดขึ้นจากรอยเลื่อนแห่งนี้

8.รอยเลื่อนปัว พาดผ่านพื้นที่ อ.สันติสุข อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ในแนวเหนือ-ใต้ ด้วยความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร 9.รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ พาดผ่าน อ.เมือง อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ อ.นาหมื่น อ.นาน้อย อ.เวียงสา 
และ อ.แม่จริม จ.น่าน ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร 10.รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ พาดผ่าน อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร

11.รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ พาดผ่าน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี อ.ศรีสวัสดิ์ และ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในแนวโค้งเล็กน้อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 62 กิโลเมตร 12.รอยเลื่อนเพชรบูรณ์ พาดผ่าน อ.หนองไผ่ อ.เมือง อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ประกอบด้วยรอยเลื่อนบริวารในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ กับแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้สลับกัน มีความยาวประมาณ 110 กิโลเมตร

13.รอยเลื่อนระนอง พาดผ่านพื้นที่ จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา มีความยาวประมาณ 270 กิโลเมตร และ 14.รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย พาดผ่าน อ.บ้านตาขุน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี อ.ทับปุด อ.เมือง จ.พังงา และพาดผ่านไปตามทะเลอันดามัน ระหว่าง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กับ อ.เกาะยาว จ.พังงา ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 148 กิโลเมตร

‘ตึกเก่า’ จุดเสี่ยงต้องระวัง

ปัจจุบัน แม้จะมี กฎกระทรวง กำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือน ของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 (ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522) ระบุให้อาคาร หรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ประเภทสาธารณูปโภคต่างๆ ที่มีผู้คนหนาแน่นหรือเป็น ที่เก็บวัตถุอันตราย ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดินอ่อน (กทม. และปริมณฑล) และพื้นที่ใกล้รอยเลื่อนข้างต้น ต้องมีโครงสร้างรองรับแผ่นดินไหว

แต่ปัญหาคือ..กฎกระทรวงนี้เพิ่งออกในปี 2550 ทว่าในพื้นที่ดังกล่าว มีอาคารสูงที่สร้างก่อนปี 2550 เป็นจำนวนมากโดย นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองระบุว่า ในพื้นที่ กทม. มีอาคารที่ต้องทำการตรวจสอบทุกปีถึง 11,961 อาคาร แบ่งเป็นอาคารสูง 2,310 อาคาร อาคารขนาดใหญ่พิเศษ 1,091 อาคาร อาคารชุมนุมคน 975 อาคาร โรงมหรสพ 313 อาคาร

โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป 161 อาคาร อาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 4,245 อาคาร โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป 107 อาคาร สถานบริการ 1,383 อาคาร และรวมไปถึง ป้ายโฆษณาที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตร อีก 1,376 แห่งส่วนในจังหวัดอื่นๆ มีอาคารลักษณะดังกล่าว 9,117 อาคาร

ข้อแนะนำเมื่อเผชิญแผ่นดินไหว

จากทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหว แม้จะไม่บ่อยครั้งหรือเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เหมือนอีกหลายประเทศ แต่ก็สร้างความเสียหายได้มาก ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือเหตุแผ่นดินไหวที่อาจเกิด ขึ้นได้ทุกเมื่อ

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ต่อจากนี้ทุกครัวเรือนจะต้องเตรียมถุงยังชีพฉุกเฉินเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม นม และกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งยาที่จะต้องใช้สำหรับคนที่เป็นโรค ประจำตัว และเอกสารที่จำเป็น อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน อีกทั้งจะต้องมีการซักซ้อมสมาชิกในครอบครัวหากเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย เช่น สถานที่นัดพบ และต้องแนะนำกันให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนดูแลเด็กหรือคนชรา

สำหรับผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากการถูกของแข็งตกกระทบ และอันตรายจากเศษแก้ว และเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยหากมีบาดแผลฉีกขาดจากการถูกของมีคมบาด ให้รีบทำการห้ามเลือดโดยใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซปิดบาดแผลไว้ และควรสังเกตการเสียเลือดเพิ่ม ถ้าเลือดยังออกไม่หยุดให้ใช้ผ้ายืดพันพันทับอีกรอบ และในกรณีที่เกิดบาดแผลในบริเวณแขนหรือขาที่ไม่มีอาการกระดูกหักร่วมด้วยให้ ยกส่วนนั้นขึ้นสูง

ส่วนกรณีที่ได้รับของแข็งตกกระทบที่ศีรษะให้ทำการห้ามเลือดโดยวิธีปิดแผลโดย ตรง ถ้าเลือดออกมากให้ใช้ผ้ายืดพันรัดและควรสังเกตอาการทางสมองควบคู่ไปด้วย เช่น ซึม พูดคุยสับสน ระดับความรู้สึกตัวลดลง ปวดศีรษะมาก อาเจียนพุ่ง ส่วนแผลจากกระดูกหักกรณีที่ไม่มีบาดแผลเลือดออกให้ประคบด้วยน้ำ แข็งบริเวณที่ปวดเพื่อลดอาการปวดบวมจากนั้นให้ดามกระดูกโดยยึดตรึงส่วนที่ หักให้อยู่นิ่งมากที่สุด ส่วนกรณีกระดูกหักและมีแผลเปิดจนเห็นกระดูกโผล่ห้ามดันกระดูกกลับเข้าที่ เด็ดขาดให้ทำการห้ามเลือดเท่านั้น แล้วรีบแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ทันที

นอกจากนี้ยังต้องระวัง “แผ่นดินไหวต่อเนื่อง” (After shock) ซึ่งจะเกิดตามหลังแผ่นดินไหวใหญ่ เลขาธิการ สพฉ. แนะนำว่า หากเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาและเรายังอยู่ในบ้านหรืออาคาร ควรตั้งสติและให้หมอบลงกับพื้น และอยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง กำแพง หรือบล็อกคอนกรีต โดยให้หมอบใต้โต๊ะ หรือที่กำบังที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงหน้าต่างหรือผนังห้อง และหากขับรถอยู่ให้จอดรถชิดขอบทาง อย่าออกจากรถจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย

เมื่อเกิดอาฟเตอร์ช็อกอีกรอบให้เปิดประตูอาคารหรือบ้านเรือนเตรียมไว้เพื่อ ให้มีทางออก โดยเฉพาะอาคารหรือบ้านเรือนที่สร้างด้วยคอนกรีต เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหวประตูอาจเปิดไม่ออก ทำให้หนีออกไปข้างนอกไม่ได้ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์อย่างเด็ดขาด โดยเมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วควรเร่งตรวจสอบดูสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส อย่าเปิดใช้จนกว่า
จะแน่ใจว่าปลอดภัย

ณ วันนี้ มนุษยชาติยังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่จะทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุด คงมีแต่เพียงการเตรียมพร้อมทั้งการป้องกันภัยโดยเสริมความแข็งแรงให้อาคาร และการเตรียมแผนเผชิญเหตุแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อลดความเสียหายในชีวิตและ ทรัพย์สินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ที่มา แนวหน้า