Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

‘นเรนทรา โมดี’จากลูกพ่อค้าชา ก้าวสู่ นายกฯใหม่อินเดีย!

PDF Print
Friday, 23 May 2014 10:51

‘นเรนทรา โมดี’จากลูกพ่อค้าชา ก้าวสู่ นายกฯใหม่อินเดีย!

“อินเดีย” มีการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเมืองครั้งใหม่ และเป็นครั้งสำคัญที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อนายนเรนทรา โมดี สามารถนำพรรคฝ่ายค้าน ชาตินิยมฮินดู ‘ภารติยะ ชนะตะ’ หรือบีเจพี คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในศึกเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด ที่เพิ่งมีการประกาศผลไปเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา

เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ของการเมืองอินเดีย ประเทศที่มีประชากรกว่า 1,100 ล้านคน ที่พรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวสามารถส่งลูกพรรคเข้าไปน่ั่งในสภาได้เกิน ครึ่ง ไม่ต้องไปเที่ยวเสาะแสวงหาพรรคอื่นๆ มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อจะได้ครองเสียงข้างมากในสภา

แต่หากมีพรรคที่เป็นพันธมิตรกับบีเจพีอยู่แล้ว จะมาผนึกกำลังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะฐานเสียงในสภาจะได้แข็งแกร่งแน่นปึ้กขึ้นไปอีก ชนิดพรรคฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้เลย!!

ไม่นับความสำเร็จประการสำคัญอันดับแรก ที่นายโมดี และพรรคบีเจพีสามารถโค่น “แชมป์เก่า” พรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลมายาวนาน 10 ปี ได้สำเร็จ

เรียกว่า เป็นชัยชนะที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับพรรคการเมืองฝ่ายค้านสักพรรคหนึ่งที่สามารถ “ล้มช้าง” พรรคคองเกรส ของตระกูลเนห์รู-คานธี ซึ่งกุมอำนาจการเมืองในแดนภารตะมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษได้สำเร็จ แม้พรรคคองเกรสได้ส่ง ราหุล คานธี รองประธานพรรค บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีราจีฟ คานธี ลงสู้ศึกเลือกตั้งแล้วก็ตาม

ลาล กฤษณะ อัดวานี ผู้อาวุโสของพรรคบีเจพี(ขวา)สวมกอดนายโมดีด้วยความดีใจ

เรื่องที่น่าทึ่งยิ่งไปอีก ก็คือ หากเราพลิกดูประวัติของนายโมดี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดียแล้ว คงต้องกล่าวว่าเขาเป็นนายกฯที่มาจากชนชั้นรากหญ้าตัวจริง... เสียงจริง... แถมเส้นทางชีวิตของเขาได้เคยต่อสู้ฟันฝ่าความยากลำบากมามากมาย กว่าจะมาถึงวันนี้...

นเรนทรา โมดี เกิดเมื่อวันที่17 ก.ย.2493 เป็นบุตรชายคนที่ 3 ในจำนวนลูก 6 คนของพ่อค้าขายน้ำชา บนรถไฟ ในเมืองวัฒนาคร ทางตะวันตกของรัฐกุชราต ซึ่งย่อมแน่นนอนว่า เขาเกิดในวรรณะศูทร ในประเทศที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของการถือชนชั้นวรรณะอย่างเข้มข้น และเข้มแข็ง

โมดี ช่วยเหลือครอบครัวทำงานมาตั้งแต่เด็กด้วยความขยันหมั่นเพียร และเม่ือเติบโตย่างเข้าสู่วัยรุ่น ก็ยังตั้งร้านขายชาที่สถานีรถไฟ และระหว่างนั้นก็เล่าเรียนหนังสือไปด้วย จนกระทั่งจบการศึกษาที่เมืองวัฒนาคร

ถึงแม้จะต้องทำงานหาเงินช่วยทางบ้าน แต่โมดี ก็มีความสนใจทางการเมืองมาตลอดตั้งแต่ยังวัยรุ่น ถึงขนาดสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มราชตริยะ สวามยัมเสวก สังข์(อาร์เอสเอส) ซึ่งเป็นกลุ่มของเยาวชนชาตินิยมฮินดูภายใต้พรรคบีเจพี ที่มีอุดมการณ์ที่จะปกป้องวัฒนธรรมฮินดู จนกระทั่งเคยถูกรัฐบาลแบนถึง 2 ครั้ง เพราะเห็นว่าเป็นที่ชุมนุมของชาวฮินดูที่มีทัศนะต่อต้านมุสลิมชนกลุ่มน้อยใน อินเดีย

โมดีเคยสมัครเป็นทหารตั้งแต่ยังหนุ่ม อีกทั้งเขายังเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยกุชราต และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มนักศึกษาที่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน จนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมาชิกพรรคบีเจพี

เรียกว่า เส้นทางการเมืองของโมดี เริ่มต้นตั้งแต่วัยหนุ่ม และในรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว ด้วยการเป็นผู้ช่วยการรณรงค์หาเสียงการเมืองของ อาร์เอสเอส เมื่อปี 2513 จากนั้นโมดีก็ได้รับตำแหน่งในพรรคบีเจพีสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาก็ยังขยันเรียน จนจบปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกุชราต

ชาวรัฐกุชราตแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศออกมาเฉลิมฉลองด้วยความสุข

ความมุ่งมั่นทำงานการเมืองให้กับพรรคบีเจพี ทำให้โมดี ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการของพรรคบีเจพีในรัฐกุชราต และยังเป็นกุนซือคนสำคัญที่วางแผนหาเสียงจนพรรคบีเจพีชนะเลือกตั้งส.ส. ในรัฐกุชราต เมื่อปี 2538 และ 2541

มาถึงตรงนี้ โมดี ได้รับความเชื่อถือจากพรรคบีเจพีอย่างมาก จนทางพรรคยอมส่งเขาลงสมัครชิงตำแหน่งมุขมนตรีรัฐกุชราต หลังจากมุขมนตรีคนเก่าที่เป็นคนของพรรคบีเจพีเช่นกัน ได้ทำเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งทุจริตคอร์รัปชัน และใช้อำนาจในทางมิชอบ

แน่นอนว่า โมดี ได้รับเลือกให้เป็นมุขมนตรีของรัฐกุชราตสมัยแรก ซึ่งเป็นคนที่ 14 มาตั้งแต่ปี 2544 และเป็นติดต่อมานานถึง 4 สมัย สร้างสถิติครองตำแหน่งยาวนานมากกว่าใคร ถึงแม้จะเกิดศึกศาสนา ระหว่างชาวฮินดู ชนส่วนใหญ่ กับมุสลิม ชนกลุ่มน้อยในประเทศ จากการเกิดเหตุจลาจลนองเลือดครั้งใหญ่ ในรัฐกุชราต และทำให้มีชาวมุสลิมเสียชีวิตนับพันศพ เพียงไม่นานหลังจากเขาเป็นมุขมนตรีสมัยแรกก็ตาม

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ นายโมดี ได้รับความชื่นชมศรัทธาจากชาวรัฐกุชราตอย่างมากมาโดยตลอด ก็คือ เขามีนโยบายที่เน้นเรื่องความโปร่งใส ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ระหว่างที่ดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รวมถึงจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขนาดเล็กในรัฐกุชราต

ก้มลงคารวะพระแม่ธรณีในวันแรกที่มารัฐสภา ในกรุงนิวเดลี

ส่วนชีวิตส่วนตัวของโมดี ก็เป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำได้ยาก เพราะเขาเป็นทั้งนักมังสวิรัติ ไม่กินเนื้อสัตว์ และถือบวชในเพศฆราวาส เป็นลูกกตัญญูที่คอยดูแลแม่ที่แก่เฒ่า อีกทั้งยังใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นนักคิด และชอบเขียนบทกวี ที่สำคัญ เขาเป็นคนบ้างาน และนักพูดที่มากด้วยอารมณ์ขันจนสามารถดึงดูดผู้ฟังได้อยู่หมัด

ด้วยเหตุนี้ เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดมาถึงในปีนี้ ประธานพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคบีเจพี จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะส่งเขาเป็นผู้นำทัพชิงตำแหน่งนายกฯ!!

จนในที่สุด นายโมดีก็ไม่ทำให้พรรคผิดหวัง สามารถกำชัยชนะมาสู่พรรคบีเจพีได้อย่างยิ่งใหญ่ จากการชูนโยบายหาเสียงที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียให้เติบโตก้าวหน้า และจะลดปัญหาการว่างงานในประเทศ หลังจากรัฐบาลชุดก่อน ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ทำเรื่องเสียหายไว้เยอะ ทั้งการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล รวมทั้งยังเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงมากในประเทศ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากราคาสินค้าแพงขึ้นมาก จนทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลและพรรคคองเกรสตกฮวบ จนพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างย่อยยับ

เพราะขณะที่ นายโมดีนำพรรคบีเจพีสามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.ในสภาได้ถึง 282 จากทั้งหมด 543 ที่นั่ง แต่พรรคคองเกรสกลับได้ที่นั่งเหลือเพียง 50 ที่นั่งเท่านั้น

ตามกำหนดการ นายโมดี จะทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอินเดียในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ท่ามกลางความคาดหวังมากมายว่าเขาจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศอินเดีย และขอให้เป็นไปตามที่นายโมดีได้ทวีตข้อความ หลังทราบผลการเลือกตั้งพรรคบีเจพีคว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ว่า "อินเดียชนะ วันดีๆ กำลังจะมา" !!

 

ที่มา : ไทยรัฐ