Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

“PACE”รุกเปิดขาย“มหาสมุทร”Q3การเมืองร้อนไม่กระทบธุรกิจ

PDF Print
Monday, 26 May 2014 10:05

“PACE”รุกเปิดขาย“มหาสมุทร”Q3การเมืองร้อนไม่กระทบธุรกิจ

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 1,450 ล้านบาท ในการซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ “มหานคร” จากมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ และบริษัท ปิยะภาพ จำกัด รวมพื้นที่กว่า 7 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์กลางธุรกิจติดกับสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี เชื่อมโยงระหว่างถนนสีลมและสาทร ในการตกลงซื้อที่ดินดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทปรับรูปแบบหรือโมเดลธุรกิจจากการขายกรรมสิทธิ์ให้เช่า เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้นจึงปรับราคาห้องชุดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15% สำหรับลูกค้าใหม่

ส่วนลูกค้าเก่านั้น หากต้องการเปลี่ยนเป็นฟรีโฮลด์ หรือการถือครองกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% แล้วแต่ขนาดห้องชุด ที่มีสัดส่วนกว่า 90% ของโครงการ และสัดส่วนที่เหลือต้องการถือสิทธิ์เช่าระยะยาว 99 ปี โดยปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60%

อย่างไรก็ตามช่วงการเมืองร้อนแรงในระยะ 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีผลกระทบต่อยอดขายของบริษัท เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งปัจจุบันราคาขายได้ปรับเพิ่มมาที่ 3 แสนบาทต่อตารางเมตร จากตอนที่เปิดขายครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ราคาขายอยู่ที่ 2.3-2.4 แสนบาทต่อตารางเมตร

สำหรับที่ดินฟรีโฮลด์ย่านหลังสวน พื้นที่เกือบ 3 ไร่ ตามแผนเดิมจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมในปลายปี 2557 เป็นอาคารสูง 30 ชั้น ขนาด 60-200 กว่าตารางเมตร ราคาขายประมาณ 2-3 แสนบาทต่อตารางเมตร จำนวนประมาณ 114 หน่วย (ยูนิต) มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้คงต้องดูสถานการณ์ทางการเมืองก่อน เพราะสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีอยู่ ประกอบกับความต้องการของตลาดหรือดีมานด์ที่มีอยู่ก็เกินกว่าจำนวนยูนิตที่จะ เปิดขาย เนื่องจากราคาขายไม่ได้แพงไปกว่าโครงการมหานคร เนื่องจากเน้นลูกค้าที่เป็นคนไทยมากกว่าชาวต่างชาติ

นายสรพจน์ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการ “มหาสมุทร” บนพื้นที่ 130 ไร่ ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพัฒนาเป็นวิลล่า จำนวน 81 ยูนิต ขนาดที่ดิน 200 ตารางวา ราคาขายอยู่ที่ 35-45 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 3,280 ล้านบาท บริษัทมีแผนที่จะเปิดการขายในไตรมาส 3 ปี 2557 นี้ ขณะนี้มีผู้สนใจซื้อแล้วประมาณ 10-20 ยูนิต เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ในไทยถือว่าถูกกว่าในหลายๆประเทศ อีกทั้งคุณภาพสินค้าก็ดีกว่า คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2558

ทั้งนี้ตั้งแต่บริษัทมีแผนจะพัฒนาโครงการมหาสมุทรที่หัวหิน ซอย 112 ส่งผลให้ที่ดินโดยรอบปรับราคาขึ้นมากว่า 50% หรือราคาประมาณ 8-10 ล้านบาทต่อไร่ จากเดิมราคาอยู่ที่ประมาณ 3-10 ล้านบาทต่อไร่ ประกอบกับกระแสหรือเทรนด์ของคอนโดมิเนียมที่หัวหินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะดีมานด์ในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากคนกรุงเทพฯที่ต้องการซื้อเป็นบ้านหลัง ที่2 อย่างไรก็ตามภาพรวมของบริษัทในปี 2557 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท และมียอดขายรวมประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จากโครงการมหานคร และโครงการมหาสมุทร

 

ที่มา : แนวหน้า