Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

รายงานพิเศษ : ‘ลิ้นจี่แม่ใจ’ ลิ้นจี่คุณภาพแห่งจังหวัดพะเยา

PDF Print
Tuesday, 27 May 2014 09:20

รายงานพิเศษ : ‘ลิ้นจี่แม่ใจ’ ลิ้นจี่คุณภาพแห่งจังหวัดพะเยา

จังหวัดพะเยา เมื่อเข้าหน้าร้อนจะมีผลไม้พิเศษชนิดหนึ่ง ที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ท้องถิ่นด้วยรสชาติที่หวานหอม กรอบ อร่อย ทำให้ใครได้ชิมแล้วต้องติดใจ จนบอกได้ว่านี่คือ “สุดยอดลิ้นจี่ของพะเยา”

ลิ้นจี่เมืองไทยมีแหล่งปลูก 2 แห่ง คือ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา เป็นลิ้นจี่เป็นพันธุ์ที่ต้องการความหนาวเย็นมากและยาวนาน ก่อนการออกดอกมากกว่าพันธุ์ที่ปลูกทางภาคกลาง ได้แก่ พันธุ์ฮงฮวย จักรพรรดิ กิมเจง โอวเฮี๊ยะ และอีกแห่งหนึ่งลงมาที่ภาคกลางตอนล่าง คือ จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพันธุ์ที่ติดดอกออกผลได้โดยไม่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นมากนัก ได้แก่ พันธุ์ค่อม กะโหลก สำเภาแก้ว และสาแหรกทอง โดยลิ้นจี่สมุทรสงครามจะสุกประมาณเดือนเมษายน ดังนั้นลิ้นจี่ที่ปลูกต่างพื้นที่ จะมีความแตกต่างกัน

นายจาฤก อินทร์เกลี้ยง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ได้อธิบายถึงลักษณะจำเพาะของลิ้นจี่พะเยาว่า เป็นลิ้นจี่ที่มีสีสันน่ารับประทาน ผลใหญ่ รสชาติหวาน กลิ่นหอมโดยธรรมชาติ เนื้อผลหนา เนื้อแห้ง กรอบ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลิ้นจี่ถิ่นนี้ และเป็นที่ยอมรับและนิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะพันธุ์ฮงฮวยเมื่อสุกเต็มที่จะมี ผลทรงกลมรีถึงรูปหัวใจไหล่กว้าง หนามห่าง เปลือกค่อนข้างบาง ผิวสีแดงอมชมพู เนื้อสีขาวขุ่น รสหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมคุณภาพดี

“พะเยาเป็นพื้นที่พิเศษ ที่มีความได้เปรียบในลักษณะภูมิประเทศ ก็คือพะเยา เป็นแหล่งต้นที่ได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่อร่อย โดยเฉพาะที่อำเภอแม่ใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ต้นลิ้นจี่ โดยพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยามีทั้งหมด ประมาณ 15,814 ไร่ และปลูกมากในตำบลศรถ้อย อำเภอแม่ใจ โดยมีพื้นที่การปลูกรวม 12,528 ไร่” นายจาฤก กล่าว

สำหรับสภาพพื้นดิน ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ก็มีความอุดมสมบูรณ์มาก พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกบนที่ดินที่เป็นที่ราบเชิงเขาและอยู่ในหุบเขา อากาศมีความหนาวเย็นตลอดปี พื้นที่มีความลาดเทระบายน้ำได้ดี และที่สำคัญดินส่วนใหญ่เป็นดินชุด 29 (ชุดบ้านจ้อง) ซึ่งเป็นชุดดินที่มีโพแทสเซียม (K) สูง ทำให้ได้ผลผลิต โดยลิ้นจี่เมืองพะเยา จะมีผลผลิตที่แก่จัดที่จะออกสู่ตลาดประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยทั้งจังหวัดพะเยามีผลผลิตรวม 9,283 ตัน อำเภอแม่ใจ มีผลผลิตปีละกว่า 7,000 ตัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพความเอื้ออำนวยของดินฟ้าอากาศ สำหรับการพัฒนาคุณภาพผลิตลิ้นจี่ นายไพรัช หวังดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เปิดเผยว่าในแง่การผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาคุณภาพลิ้นจี่ด้วยการปฏิบัติก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวตามแนวทาง เกษตรดีที่เหมาะสม (GAP) โดยเน้นการห่อช่อผล เพื่อให้ได้รสชาติและคุณลักษณะสีผลที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนในแง่ของสุขภาพ ลิ้นจี่ยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการโดยให้พลังงาน 125 แคลอรี่ มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม มีวิตามินบี 2 โพแทสเซียมและวิตามินสูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูกและฟัน

“สำหรับการปลูกลิ้นจี่ให้ได้คุณภาพต้องอาศัยประสบการณ์ความเป็นเกษตรกรมือ อาชีพ ในการดูแลสวนลิ้นจี่ เริ่มจากการเลือกต่อกิ่ง เตรียมพื้นที่หลุมปลูก การดูแลรักษาการเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องคอยใส่ใจและต้องควบคุมคุณภาพลิ้นจี่ ต้องเฝ้าระวัง และดูแลจนกว่าจะเก็บเกี่ยว ผลผลิตออกสู่ตลาด และเน้นในการเพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มชิมรสลิ้นจี่ที่อร่อย สมกับการรอคอย”รองอธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา : แนวหน้า