Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

วอนช่วยพ่อตาบอดเลี้ยงลูกสมองพิการใช้ชีวิตอย่างอนาถา

PDF Print
Thursday, 29 May 2014 08:56

วอนช่วยพ่อตาบอดเลี้ยงลูกสมองพิการใช้ชีวิตอย่างอนาถา

ผู้สื่อข่าวจากจังหวัดเลย ได้รับแจ้งจากนายถนอม  จันทะอุบล ผู้ใหญ่บ้าน 8 บ้านหนองมะผาง ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลยว่ามีครอบครัวของ นายไกรสิทธิ์  ชัชวาลย์ (พ่อน้องตี๋เล็ก)อายุประมาณ45 ปี บ้านเลขที่191หมู่ที่ 8 บ้านหนองมะผาง ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย มีลูกชาย 1คน กับนางหนูพัฒ  ชัชวาลย์ ภรรยา มีอาชีพรับจ้างรายวัน มีรายได้เพียงวันละ300บาทอยู่ในตัวจังหวัดต้องรับภาระหนักแต่ไม่ยอมท้อ สู้ชีวิตจากครอบครัว ที่ต้องมีคนพิการ2คนและภาระความเป็นพ่อแม้ตาบอดแต่ต้องเช็ดขี้เยี่ยวลูก บังเกิดเกล้า10ขวบด้วยจิตใจความเป็นพ่อ เป็นแม่

นายไกรสิทธิ์ ผู้เป็นพ่อเล่าว่าสมัยเป็นหนุ่มเข้าไปหาทำงานในกรุงเทพฯอาชีพเป็นช่างเชื่อม โลหะ ได้ไปพบรักนางหนูพัฒ จนมีลูกด้วยกัน1คน ขณะที่ท้องได้8เดือน ตนได้พาไปผ่าตัดไส้ติ่ง ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า มีการวางยาสลบให้นางหนูพัฒจนสลบไป ปรากฎขณะหมอให้ยาสลบเด็กในครรภ์ก็ได้สลบไปด้วย ทำให้สมองไม่ได้รับอ๊อกซิเจนชั่วคราว เมื่อพื้นกลับมา ขณะอยู่ในครรภ์จนคลอดออกมา ช่วงแรกก็เป็นปกติ แต่เวลาผ่านไป2-3ปีก็ทราบว่าเด็กเป็นคนพิการทางสมอง เนื่องมาจากผลยาสลบในวันที่นางหนูพัฒผ่าตัดไส้ติ่ง

เด็กชายจักรกฤช ชัชวาลย์ หรือ น้องตี๋เล็ก อายุ10ขวบ เกิดมาพิการทางสมองชอบดูดมือตนเองจนขาวซีด พูดไม่ได้ ตั้งแต่เด็ก พอเริ่มโตขึ้น นายไกรสิทธิ์ ชวนเมียกลับบ้านเกิดที่ ต.นาอ้อ เพราะรู้ว่าตาเริ่มมองไม่ชัด หมอบอกว่าม่านตาเริ่มเสื่อมประกอบกับมีกรรมพันธุ์จากแม่มีโรคตาเสื่อม จนปัจจุบันผ่านมา4ปี ตาที่เคยมองเห็นกลับเลือนลางและมองไม่เห็นในที่สุดจนบอดสนิท

นายไกรสิทธิ์ เล่าอีกว่า มีความทุกข์ยากลำบากมาก ที่ไม่สามารถมองเห็น อยู่ในบ้านอาศัย ความคุ้นเคยสถานที่ และเสียงซึ่งความลำบากที่ตามมา คือ ต้องดูแลลูกที่พิการทางสมอง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม่ต้องออกไปทำงานรับจ้างในตัวเมืองเลยเพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน เพียงคนเดียว ได้หยุดวันอาทิตย์วันเดียวก็ต้องพาตนและลูกออกไปหาของเก่าจากเพื่อนบ้าน หน่วยราชการ จุดต่างๆที่คนอนุญาตให้ไปเก็บของเก่า นำมาขาย มาเป็นค่านมลูก ค่าใช้จ่ายในบ้านภาระแต่ละเดือนมีมากมาย ทั้งค่าไฟฟ้าจ่ายเยอะเดือนละ800บาทที่ต้องไปขอใช้หม้อไฟจากเพื่อนบ้าน ห่างจากจุดขยายเขตไฟฟ้าเพียง200เมตรแต่ไม่มีหน่วยงานราชการไหนเข้าไปดูแลและ บริการให้ เคยร้องเรียนไปยังผู้เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้ว

“เมื่อมองไม่เห็นอะไร ก็คงยากไปหมดจะทำอะไร ก็คงไม่ได้แล้วจากนี้ไปตลอดชีวิตก็คงต้องอยู่กับลูกไปตลอดชีวิต ตอนนี้ก็ยังดูแลตัวเองที่ลำบากลูกอีก1คนที่โตขึ้น ไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร มีชีวิตอยู่ก็เพื่อลูก เช้ามาก็หาน้ำหาปลามาให้ลูกได้กิน น้องตี๋เล็กกินได้เพียงข้าวต้ม ผสมกับหมู ผสมกับน้ำซอส หากอยู่กับพ่อเพียงลำพัง ก็ต้องมีการจับมัด เมื่อต้องป้อนข้าวให้ลูก เพราะเขาจะไม่ยอมให้เอาอาหารเข้าปาก พ่อเองก็มองไม่เห็น ต้องมัดลูกที่พิการ นอนแล้ว ตัวเอง ก็คลำเอา จับช้อนตักข้าวแบบถูกๆผิดๆมากน้อยไม่ทราบ เข้าไปในปากลูก บางครั้งสำลัก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรทำกันไปตามชะตากรรม” นายไกรสิทธิ์ ย้ำ

นอกจากนี้ หากเวลาที่น้องตี๋เล็กนั้น เกิดถ่ายทั้งฉี่ทั้งอุจจาระนั้น ก็มีแค่เพียงกลิ่นที่พ่อจะทำได้ ก็หาผ้ามาเช็ดถูก หากไม่เห็นบางครั้ง น้องตี๋เล็กก็กินฉี่บ้าง กินอุจาระบ้างเต็มพื้นบ้านไปหมด น้องตี๋เล็กจะชอบเอามือนั้น อมไว้ในปากไว้ตลอดเวลา จนปัจจุบันนิ้วที่เอาใส่ในปากนั้น ขาวจน เกือบจะเปลื่อย แม่ได้เอาผ้ามาพันไว้กันอมนิ้ว นี่ก็เป็นความลำบากอีกอย่างหนึ่ง

สำหรับทุกต้นเดือนจะต้องพา น้องตี๋เล็กไปโรงพยาบาล  อีกไม่มีเงินไปโรงพยาบาลต้องหยิบยืมเพื่อนข้างบ้าน จนเป็นหนีสิน ติดตัว  การขาดแคลน สิ่งของนั้น ผ้าอ้อม แพมเพิส ก็คงเป็นสิ่งที่จำเป็น  นมเพื่อนำมาให้ น้องตี๋เล็ก กิน ก็แทบจะไม่มี

ทั้งนี้ หากจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และให้ความช่วยเหลือครอบครัว”น้องตี๋เล็กและพ่อผู้พิการ”สามารถบริจาค ได้ที่”นางหนูพัฒ ชัชวาลย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส. )สาขาเลย ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 02-0036-213432  หรือบริจาคเป็นนมสด นมกล่อง แพมเพิส หรือสิ่งของอื่นๆตามความเหมาะสม

ที่มา : แนวหน้า