Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ธอส.ออกบอนด์ระดมเงินปล่อยกู้8พันล. ชูดอกเบี้ย2.5-3%จูงใจนักลงทุน

PDF Print
Friday, 30 May 2014 08:09

ธอส.ออกบอนด์ระดมเงินปล่อยกู้8พันล. ชูดอกเบี้ย2.5-3%จูงใจนักลงทุน

นายวิกิต ขจรณรงค์วณิช รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานการเงินและบัญชี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้ออกขายพันธบัตร(บอนด์)ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวนวงเงินไม่เกิน 8,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี และ 4 ปี ให้กับนักลงทุนรายใหญ่ ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นจะต้องมีการพิจารณาคาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.5-3% ซึ่งจะมีการออกพันธบัตรในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

ทั้งนี้ธอส.ออกพันธบัตรดังกล่าวมาเพื่อทดแทนพันธบัตรรุ่นเก่าที่หมดอายุไป เมื่อปลายปีที่แล้ว และใกล้จะครบกำหนด โดยเงินที่ได้จากการออกพันธบัตรครั้งนี้จะนำมาปล่อยกู้สินเชื่อบ้านให้กับ ลูกค้าที่เป็นรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคาร โดยปัจจุบันธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นเดือนละ 1.12 หมื่นล้านบาท

สำหรับพันธบัตร ธอส.ดังกล่าว เป็นพันธบัตรที่ทางธนาคารเป็นผู้ออกเองโดยที่ทางกระทรวงการคลังไม่ได้เป็น ผู้ค้ำประกัน ทำให้ธอส.ต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตร ซึ่งได้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง ฟิทช์ เรตติ้ง และ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เข้าจัดอันดับ โดยทางฟิทช์ ได้จัดอันดับที่ AAA(tha) และมีแนวโน้มเสถียรภาพ หรือ stable ส่วนมูดี้ส์ ให้ระดับ Baa1 และมีแนวโน้มเสถียรภาพเช่นเดียวกัน

ด้านสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า การที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เนื่องจากมั่นใจในผลดำเนินงานของ ธอส. สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง และได้รับประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่สูงตามเกณฑ์ประเมินรัฐวิสาหกิจมาเป็นอันดับที่ 4 จึงมั่นใจได้ว่า ธอส.จะสามารถออกพันธบัตรได้โดยไม่ต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

ขณะที่นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. กล่าวว่า ปัจจัยและแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัย ในไตรมาสแรกปี 2557 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง แต่ยังสามารถเติบโตได้ดี รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำลังซื้อของลูกค้าได้ ด้านภาระการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูงแต่ความสามารถในการชำระ หนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนทางการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเชื่อว่าทิศทางในอีก 3 ปีข้างหน้า ตลาดที่อยู่อาศัยมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากจากการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

ที่มา : แนวหน้า