Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ชาวบ้านอ่วมข้าวสาร เนื้อหมู ไข่ไก่ดาหน้าขึ้นราคา ของแพงดันเงินเฟ้อพุ่ง2.62%

PDF Print
Tuesday, 03 June 2014 09:54

ชาวบ้านอ่วมข้าวสาร เนื้อหมู ไข่ไก่ดาหน้าขึ้นราคา ของแพงดันเงินเฟ้อพุ่ง2.62%

ของแพงดันเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมแตะระดับ  107.90  เพิ่มขึ้น 2.62%สูง สุดในรอบ 14 เดือน สินค้ากว่า 223 รายการขึ้นราคา  แต่พาณิชย์ยังมั่นใจทั้งปียังอยู่ในกรอบ 2-2.8%หลังจากคสช.สั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซแอลพีจี ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพให้กับประชาชน

นางอัมพวัน  พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศหรืออัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่าอยู่ที่ 107.90 สูงขึ้น 2.62 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากราคาสินค้าจากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 4.39 %ทำให้ในระยะ 5 เดือนแรกปีนี้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 2.21%

จากการสำรวจราคาสินค้า 450 รายการพบว่ามีสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น 223 รายการ สินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 151 รายการและที่ปรับตัวลดลง 76 รายการ โดยสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่น ข้าวสารเจ้า เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผักสด เครื่องประกอบอาหาร สินค้าสำเร็จรูป ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) รวมถึงค่าธรรมเนียมการศึกษา เครื่องแบบนักเรียน และราคาวัสดุก่อสร้างบางชนิด เป็นต้น  ส่วนสินค้าที่ปรับตัวลดลง เช่น ข้าวสารเหนียว ไก่ ผลไม้สด กระเทียม น้ำมันพืช ผงซักฟอก ของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น เป็นต้น

“สินค้าที่มีราคาสูงขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปเนื่องราคาวัตถุ ดิบสูงขึ้น เช่น เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผักสด และสัตว์น้ำ ประกอบกับราคาพลังงาน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้ม ทยอยปรับขึ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 รวมถึงค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่เงินเฟ้อของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศใน เอเชีย โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยเพิ่มเฉลี่ย 2.12% ซึ่งต่ำกว่าจีน มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย และอินเดียที่สูงถึง 8.43%”นางอัมพวันกล่าว

นอกจากนี้การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มีนโยบายให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ช่วยลดแรงกดดันทำให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น 0.46%ส่วนการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคครัวเรือน มีผลทำให้เงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้น 0.03%

โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในช่วงไตรมาส2 จะอยู่ที่ 2.5% และเมื่อรวมครึ่งปีแรกอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น2.25% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 2.2% เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรยังสูง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง  ส่วนในครึ่งปีหลัง จะสูงขึ้นประมาณ 2.40-2.60% แต่ยังเชื่อว่าทั้งปี 2557 จะสามารถควบคุมดูแลอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 2.00-2.80%  โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาสินค้า น้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ  นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี)กล่าวว่า สนับสนุนแนวคิดคสช.ที่ให้ปรับลดราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน 50 สต./กก. โดยให้ใช้ราคาเดือนพฤษภาคม  2557 ที่ 22.63 บาท/กก. โดยตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2557ทุกร้านค้าได้ลดลงมาเรียบร้อยแล้ว

โดยสมาคมฯได้ยื่นหนังสือต่อ คสช.สนับสนุนการทบทวนมติ ครม.เดิมที่ให้ปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนเดือนละ 50 สต./กก.จนกว่าราคาสุดท้ายจะอยู่ที่ 24.83 บาท/กก.  สาเหตุที่เสนอให้ทบทวนเนื่องจากราคาแอลพีจี ครัวเรือนปรับขึ้นมา 4.50 บาท/กก.แล้ว  นับจากเดือนกันยายน  2556  ที่ผ่านมาโดยประชาชนร้องเรียนกันมากว่าได้รับผลกระทบ เพราะซื้อก๊าซถัง 15 กก.ราคาจะขึ้นเกือบ 70 บาท/ถัง  ขณะที่ราคาแอลพีจีภาคขนส่งไม่ปรับขึ้นราคาขายอยู่ที่  21.38 บาท/กก.ราคาที่แตกต่างกันหากเพิ่มความต่างสูงไปเรื่อย ๆ ปัญหาคือลักลอบขายข้ามประเภทอาจเกิดอันตรายตามมาได้ เพราะต้องยอมรับว่าควบคุมได้ยาก

นอกจากนี้ เหตุผลของการปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนคือ ไทยนำเข้าเพิ่มมาก เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนในอัตราสูง หากเพิ่มราคาครัวเรือนแล้ว เงินอุดหนุนจะลดน้อยลง แล้วกระทรวงฯ จะปรับลดเงินกองทุนน้ำมันในส่วนกลุ่มเบนซิน เพื่อให้ราคาขายน้ำมันถูกลง ในช่วงนี้กระทรวงพลังงานจึงน่าจะทบทวนแล้วว่าทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศ หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นลดราคาน้ำมัน

“เงินตรึงแอลพีจีแม้จะใช้เงินจากผู้ใช้น้ำมัน  แต่แอลพีจีก็ขึ้นมา 4.50 บาท/กก.แล้ว ก็ควรทบทวนแล้วว่าราคานี้มันช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ ส่วนการตรึงดีเซล 30 บาท/ลิตร ในแง่ผู้บริโภคเห็นว่าเป็นเรื่องดี แต่จะใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนมากน้อยเพียงใด แล้วแต่ฝ่ายจัดการดูแล” นายชิษณุพงศ์ กล่าว

ที่มา : แนวหน้า