Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ปัญหาเกษตรที่นี่มีคำตอบ : การแก้ไขดินดาน

PDF Print
Thursday, 05 June 2014 09:19

ปัญหาเกษตรที่นี่มีคำตอบ : การแก้ไขดินดาน

คำถาม ที่ดินของผม สงสัยว่าส่วนหนึ่งจะเป็นดินดานครับ ดินดานคืออะไร มีลักษณะชั้นดานอย่างไร และจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรครับ

บุญทรง ทรัพย์ยิ่งเจริญ

อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

 

คำตอบ ชั้นดาน หมายถึง ชั้นดินที่อัดตัวแน่นทึบ หรืออนุภาคดินที่ถูกสารเคมีที่จับตัวกันแน่นทึบและแข็ง ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือจากการใช้ที่ดิน เป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช และการไหลซึมของน้ำและอากาศถ่ายเท ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและการให้ผลผลิตของพืชที่ปลูก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ชั้นดานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และชั้นดานที่เกิดขึ้นจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม

ชั้นดานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นชั้นดานที่มีสารเคลือบแข็ง โดยมีสารเชื่อมจากเหล็ก อินทรียวัตถุ คาร์บอเนต หรือซิลิกา ชั้นดานดินเหนียว ชั้นหินทรายแป้งผุ หรือชั้นหินพื้น ส่วนชั้นดานที่เกิดขึ้นจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เกิดจากการอัดแน่นของเนื้อดินจากการไถพรวนด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ ในภาวะที่ความชื้นที่ดินเปียกแฉะเกินไป และไถพรวนที่ระดับความลึกเดียวกันเป็นประจำ

แนวทางการแก้ไข สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ 2 วิธี ได้แก่ วิธีกล เป็นการไถเปิดดินดาน โดยใช้เครื่องมือไถเปิด เช่น ไถสิ่ว (ริปเปอร์) และวิธีปลูกหญ้าแฝกทำลายชั้นดาน และจะช่วยปรับปรุงบำรุงดินได้อีกด้วย

กรณีที่พบชั้นดานธรรมชาติอยู่ตื้นกว่า 50 เซนติเมตรจากผิวดิน ให้เลือกพืชที่มีระบบรากตื้น และทนต่อสภาพแห้งแล้ง เช่น ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือทำสวนป่า ถ้าพบชั้นดานที่เกิดจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม ควรไถทำลายชั้นดานด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ หรือขุดหลุมปลูกพืชให้ทะลุชั้นดาน ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก

กรณีพบชั้นดานอยู่ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตรจากผิวดิน เลือกพืชที่มีระบบรากตื้นและลึกปานกลางมาปลูก โดยมีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยต่างๆ และทำท่อระบายระหว่างแปลงปลูกเป็นช่วงๆ เพื่อช่วยระบายน้ำใต้ดินออกไปจากบริเวณรากพืช และป้องกันโรครากเน่า

กรณีพบชั้นดานที่อยู่ลึกมากกว่า 100 เซนติเมตรจากพื้นดิน สามารถปลูกพืชได้ทุกชนิด โดยปรับปรุงบำรุงดินตามสภาพปัญหาของดิน และควรระวังเรื่องโรครากเน่า เมื่อมีฝนตกปริมาณมาก และนานติดต่อกันหลายวัน

โดยสรุปแล้ว การป้องกันการเกิดชั้นดานใต้ชั้นไถพรวนก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ควรไถพรวนขณะที่ความชื้นของดินเหมาะสม ไถดินด้วยไถสิ่ว และไถสลับกับการใช้ผาน 3 และ 7 อย่างน้อย 3 ปีต่อครั้ง ควรเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน โดยใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด และใช้ระบบปลูกพืชที่มีระบบรากลึกเป็นพืชหมุนเวียน ปลูกพืชตระกูลหญ้าที่มีระบบรากลึกและรากจำนวนมาก เช่น ปลูกหญ้าแฝก ให้ชอนไชลงไปในดิน เพื่อให้เกิดช่องว่างภายในดินนะครับ...

“นาย รัตวิ”

ที่มา  : แนวหน้า