Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ระวัง!'9 โรคระบาด'ส่อเค้ารุนแรงหน้าฝนนี้

PDF Print
Thursday, 05 June 2014 11:57

ระวัง!'9 โรคระบาด'ส่อเค้ารุนแรงหน้าฝนนี้

กรมควบคุมโรคออกประกาศเตือน 9 โรคระบาดหน้าฝน ระวังไข้หวัดใหญ่-โรคมือเท้าปาก หลังพบระบาดหนักกว่าที่ผ่านมา แถมส่อเค้ารุนแรงช่วงหน้าฝน...

นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงผลการพยากรณ์โรคหน้าฝนว่า กรมควบคุมโรคได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวัง 9 โรคที่มากับหน้าฝน โดยได้แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มโรคที่มีแนวโน้มจะระบาด 2 โรค ได้แก่ 1. โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปีนี้พบมีการระบาดรุนแรงกว่า 2-3 ปี จากที่ไม่เคยพบผู้เสียชีวิต ล่าสุด 5 เดือนแรกของปี มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 59 ราย ป่วย 36,390 ราย ใน 28 จังหวัด มากสุดในภาคเหนือ และคาดว่าในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้จะเป็นช่วงระบาดสูงสุดของปีนี้ คาดอาจมีผู้ป่วยได้ถึง 26,000 รายต่อเดือน จึงขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ มีอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป กลุ่มเด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี และกลุ่มผู้ป่วยทุกอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ไตวาย หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด ให้รีบไปรับวัคซีนได้ฟรีที่สถานพยาบาลภาครัฐ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัด ใหญ่ 2. โรคมือ เท้า ปาก ที่พบการระบาดสูงกว่าปีก่อน ช่วง 5 เดือน พบผู้ป่วยกระจายไปทั่วประเทศ 12,602 ราย เพิ่มขึ้น 40% พบมากสุดในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รองลงมาคือ ภาคเหนือ 14 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด พบเสียชีวิต 1 รายจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71

กลุ่มที่ 2 คือโรคที่มีผู้ป่วยเพิ่ม ต้องเฝ้าระวังพิเศษ มี 2 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก และโรคไวรัสตับอักเสบ โดยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มโรคที่ระบาดในวงจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระบบจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมไม่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ทำการสำรวจความเห็นประชาชน 3,010 ตัวอย่าง ใน 23 จังหวัด เกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ DDC Poll (ดีดีซีโพล) ครั้งที่ 6 เรื่อง "รู้จักและเข้าใจกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่โรคไข้หวัดใหญ่และเมอร์ส-โควี" พบว่าประชาชน 58.2% ไม่รู้จักโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2012 (เมอร์ส-โควี) ทำให้เกิดความกลัวการระบาด อย่างไรก็ตาม ประชาชนกว่า 78.8% อยากให้มีมาตรการบังคับให้ผู้ให้บริการรถสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า และเครื่องบิน จัดจุดบริการล้างมือด้วยน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ แจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อขจัดเชื้อโรคที่อาจติดมือนำเข้าสู่ร่างกาย

“ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพมากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ จัดการสิ่งแวดล้อมรอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะโรค กำจัดขยะและแอ่งน้ำขัง หากป่วยมีไข้สูงเกิน 2 วันไม่ลดควรรีบพบแพทย์” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว.

ที่มา : ไทยรัฐ