Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

คลังคาดโรดแมปเศรษฐกิจใกล้คลอด-พณ.ยันคู่ค้าทั่วโลกเข้าใจไทย

PDF Print
Friday, 06 June 2014 09:24

คลังคาดโรดแมปเศรษฐกิจใกล้คลอด-พณ.ยันคู่ค้าทั่วโลกเข้าใจไทย

คลังคาดโรดแมปเศรษฐกิจใกล้คลอด-พณ.ยันคู่ค้าทั่วโลกเข้าใจไทย  คสช.จี้อุดรูรั่วเงินงบประมาณ

คสช.หารือผู้บริหารกระทรวงการคลัง สรุปแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ หรือโรดแมปของแต่ละกระทรวงเศรษฐกิจที่เสนอมา คาดจะประกาศได้อย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ “สม ชัย”เผยคสช.กำชับทุกกระทรวงสกัดคอรัปชั่น ในการใช้เงินงบประมาณ พร้อมเร่งเบิกจ่ายงบให้ได้ 95 % เพื่อดันจีดีพีให้โตได้ 2.6% ปลัดฯพาณิชย์ ระบุ 66 ประเทศทั่วโลกเข้าใจการดำเนินการของไทย เชื่อไม่กระทบการทำธุรกิจกับภาคเอกชน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารกระทรวงการคลัง ได้เข้าหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสรุปการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ หรือโรดแมป โดยคาดว่าหลังจากนี้คณะที่ปรึกษาของ คสช. จะกลั่นกรองและสรุปแผนและประกาศโรดแมปอย่างเป็นทางการได้เร็วๆนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวต่อไป

สำหรับการทำโรดแมปทางเศรษฐกิจมีหลายกระทรวงเศรษฐกิจที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งในส่วนของกระทรวงการคลังได้เน้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 การเร่งทำงบประมาณปี 2558 เร่งโครงการลงทุนพื้นฐานที่จำเป็น การคงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี และมีการปฏิรูประบบภาษีเพื่อเก็บรายได้ให้พอกับรายจ่าย และสร้างความเป็นธรรมกับผู้เสียภาษีมากขึ้น

นายสมชัย กล่าวว่า คสช. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทางเศรษฐกิจให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชั่นเงินงบประมาณ และได้มีการตั้งคณะกรรมการใช้งบประมาณภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องการให้เกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะหากการใช้เงินงบประมาณอย่างไม่รั่วไหลจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจอย่าง เต็มที่

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐ แบ่งออกเป็น การบริโภคภาครัฐมีสัดส่วน 10.3% ของจีดีพี และ การลงทุนภาครัฐมีสัดส่วน 4.7% ของจีดีพี โดยการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมา 7 เดือน เบิกจ่ายได้แล้ว 56.4% ของงบประมาณรายจ่าย

ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เหลือหากเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้า 95 % ของงบประมาณรายจ่าย จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจมีเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย เป็นการสร้างความมั่นใจนักลงทุนมากขึ้น โดยสศค. คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้เดิม 2.6% ต่อปี และในเดือนนี้จะมีการปรับประมาณการณ์ใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ทั้งมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัท ฟิทซ์ เรทติ้ง และ บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ยังคงอันดับเครดิตของไทยไว้ที่ Baa1 BBB+ และ BBB+ ตามอันดับ ซึ่งเป็นอันดับที่น่าลงทุน สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่แข็งแรงและรองรับความเสี่ยงทางการเมืองได้   เช่นเดียวกับสถาบันจัดอันดับเครดิต ทริสเรตติ้ง ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทในจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่ง สะท้อนได้จากกำไรของบริษัทยังขยายตัว ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขยายตัวได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

ด้านนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการค้า และเครือข่ายที่มีอยู่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจการค้ากับต่างประเทศ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั้ง 66  แห่ง ได้ทำการชี้แจงสถานการณ์ ในไทย พร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็น และแนวความคิดในการบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. ซึ่งเน้นการสร้างความปรองดอง นำความสงบ สันติ และเสถียรภาพให้กลับคืนสู่ประเทศไทย

นางศรีรัตน์กล่าวว่า ผลการทำความเข้าใจและชี้แจงตามนโยบายของ คสช. ปรากฏว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศต่างๆ มีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยดีขึ้น และมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายทางเศรษฐกิจการค้า และการทำธุรกิจกับประเทศไทย ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีที่จะมีส่วนช่วยผลักดันให้การค้าขยายตัวได้มากขึ้น ทั้งในภาคการส่งออก และภาคการลงทุนจากต่างประเทศในอนาคต

สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนได้แสดงความเข้าใจในสถานการณ์และความจำเป็นที่จะ ต้องมีการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และพร้อมจะให้ความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับไทยต่อไป

อย่างไรก็ตาม บางประเทศยังมีความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งได้ยืนยันไปเช่นกันว่า การเดินทางไม่มีปัญหา ระบบคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ยังดำเนินได้ตามปกติ อีกทั้งขณะนี้ คสช. ได้ดำเนินการยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวในบางจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวไป แล้ว และคาดว่าจะมีการประกาศยกเลิกในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้แนวทางในการชี้แจง ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศ ได้ยืนยันว่าในด้านเศรษฐกิจจะไม่มีปัญหาใดๆ โดยไทยยังคงยึดมั่นในนโยบายการค้าเสรี การเจรจาทำความตกลงการค้าเสรี และการปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่ไทยได้ผูกพันไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลก และอาเซียน รวมทั้งการให้ความเชื่อมั่นกับนักธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจกับประเทศไทยว่า ทุกอย่างจะยังคงเดินหน้าได้ต่อไป

“สำนักงานในต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงต่อหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้นำเข้า ผู้ประกอบธุรกิจโดยทั่วไป สมาคมการค้าต่างๆ สื่อมวลชน ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตร  ซึ่งได้ดำเนินการผ่านรูปแบบต่างๆ ทั้งการพบปะชี้แจง การตอบข้อซักถามทางโทรศัพท์ การชี้แจงผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ไปรษณีย์ และการให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์”นางศรีรัตน์กล่าว

ที่มา : แนวหน้า