Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

กรมศุลกากรตั้งทีมตรวจรถหรู รอเอกสารDSIไล่บี้ภาษี1.8พันล.

PDF Print
Friday, 06 June 2014 09:28

กรมศุลกากรตั้งทีมตรวจรถหรู รอเอกสารDSIไล่บี้ภาษี1.8พันล.

นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมได้เตรียมตั้งคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบรถจดประกอบ (รถหรู) ขึ้นมาเป็นพิเศษ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย รถยนต์ และเจ้าหน้าที่ของกรมเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากรถยนต์จดประกอบจะมีชิ้นส่วนจากหลายบริษัท และหลายพื้นที่เพื่อประกอบรถหรู โดยคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบพอสมควร

โดยในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอรับเอกสารจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับขบวนการรถจดประกอบ (รถหรู) ราคาตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ในส่วนของสำนวนที่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร จำนวน 236 คัน วงเงินภาษี 1,812 ล้านบาท โดยเชื่อว่าหลังจากได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว กรมจะดำเนินการพิจารณาและตรวจสอบองค์ประกอบของรถหรูว่าเข้าข่ายตามพิกัด อัตราศุลกากรหรือไม่

ทั้งนี้ หากยังมีข้อสงสัยในประการเกี่ยวกับรถหรู ที่เป็นข้อมูลทางกายภาพ เช่น การที่ดีเอสไอถึงตั้งข้อสงสัยว่ารถหรูดังกล่าวมีการเสียภาษีไม่ถูกต้อง กรมก็จะทำหนังสือเพื่อสอบถามว่าเป็นรถยนต์ที่จดประกอบหรือเป็นการนำเข้ามา ทั้งคัน เพื่อให้สามารถระบุถึงภาษีและกฎหมายที่กำหนดได้อย่างชัดเจน เนื่องจากกฎหมายของกระทรวงกำหนดไว้แตกต่างกัน

“การที่ กรมไปเรียกเก็บภาษีจากผู้ที่ถือครองนั้นคงต้องพิจารณากฎหมายให้รอบคอบ และดูว่าเข้าข่ายกฎหมายของกรมศุลกากรหรือไม่  ยังบอกไม่ได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จะตรวจสอบว่าชัดเจนแค่ไหน เรื่องนี้เป็นการกล่าวหาดังนั้นการดำเนินการใดๆ ต้องรอบคอบ เพราะคำตัดสินจะเป็นถือเป็นบรรทัดฐานในการจัดเก็บภาษีในกรณีอื่นๆ ด้วย ดังนั้น การตรวจสอบหรือตัดสินต้องดำเนินการรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมากรณีการเรียกเก็บภาษีรถหรูนั้น ผู้ถือครองส่วนใหญ่จะไม่ยอมจ่าย และต้องนำไปสู่การฟ้องร้องในที่สุด” นายราฆพ กล่าว

ขณะที่นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่พบการหลีกเลี่ยงหรือลักลอบนำเข้ารถยนต์จดประกอบ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากการประกาศกระทรวงพาณิชย์ห้ามนำเข้าโครงตัวถังรถ ในขณะเดียวกันการนำเข้ารถหรูทั้งคันนั้น พบว่ามีจำนวนลดลงกว่า 40 %  เนื่องจากผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการจำหน่ายหรือการบริการหลังการขายก็ได้ โดยมองว่าสาเหตุนี้เองอาจจะทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมลดลง เนื่องจากการนำเข้ารถหรูถือเป็นสินค้าหลักในการจัดเก็บรายได้

ที่มา : แนวหน้า