Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เกษตรกรอีสานแบกหนี้บาน

PDF Print
Friday, 06 June 2014 12:33

เกษตรกรอีสานแบกหนี้บาน

นายกัมปนาท เพ็ญสุภา รองคณบดีฝ่ายวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่าแนวโน้มหนี้สินของครัวเรือนเกษตรกรไทยในปัจจุบันกำลังเพิ่ม ขึ้น โดยในภาพรวมหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรเทียบกับผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 55 อยู่ที่ 1.10% เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 0.71% ในปี 2542 สอดคล้องกับตัวเลขหนี้สินเฉลี่ยรายครัวเรือน โดยครัวเรือนเกษตรกรทั่วประเทศ 5.7 ล้านครัวเรือน ในปีการผลิต 2554/55 มีสัดส่วนครัวเรือนที่เป็นหนี้มากถึง 78.09% มีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละ 76,697 บาท เพิ่มขึ้นจากปีการผลิต 2538/39 ที่มีสัดส่วนครัวเรือนเกษตรกรที่เป็นหนี้อยู่ที่ 51%และมีหนี้สินเฉลี่ยครอบครัวละ 24,672 บาท

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรเป็นหนี้มากที่สุด 2,773,651 ครัวเรือน ขนาดถือครองหนี้ 74,577 บาท/ครัวเรือน รองลงมาคือภาคเหนือ เกษตรกรเป็นหนี้ 1,357,516 ครัวเรือน ขนาดถือครองหนี้ 84,530 บาท/ครัวเรือน ภาคใต้ 929,075 ครัวเรือน ขนาดถือครอง 61,666 บาท/ครัวเรือน และภาคกลาง 850,549 ครัวเรือน ขนาดถือครอง 87,525 บาท/ครัวเรือน

“จากการพยากรณ์แนวโน้มหนี้สินครัวเรือนภาคเกษตรไทยพบว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายหนี้โครงการรับจำนำข้าวมูลค่า 92,000 ล้านบาท แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวภายในเดือน มิ.ย. ช่วยผลักดันให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระหนี้สินในภาคเกษตรครัวเรือนเกษตร ณ ปีเพาะปลูก 2555/2556 จำนวน 5.7 ล้านครัวเรือน ได้เฉลี่ย 4,035 บาท/ครัวเรือน”

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหนี้สินภาคการเกษตรยังคงจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรมีมาตรการรองรับในระยะสั้น เช่น การจัดสรรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือพักชำระหนี้ออกไปอีก 1 ปีโดยที่ไม่คิดเบี้ยปรับ นอกจากนี้ ควรมีการปรับโครงสร้างการจัดสรรดอกเบี้ยแก่เกษตรกร

นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า หนี้สินของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นมาจาก 3 ด้าน คือ 1.นโยบายของรัฐบาล เช่น กองทุนหมู่ บ้าน รถยนต์คันแรก 2.อุปสงค์ที่มากขึ้นเนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจ และ 3. การแข่งขันของสถาบันการเงินที่ต้องการปล่อยเงินกู้มากขึ้น.

ที่มา : ไทยรัฐ