Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

รายงานพิเศษ : เปิดตัวเครื่องปลูกมันสำปะหลัง ปลูกได้เร็วลดต้นทุนค่าแรง

PDF Print
Wednesday, 11 June 2014 09:37

รายงานพิเศษ : เปิดตัวเครื่องปลูกมันสำปะหลัง ปลูกได้เร็วลดต้นทุนค่าแรง

รายงานพิเศษ : เปิดตัวเครื่องปลูกมันสำปะหลัง ปลูกได้เร็ว

ลดต้นทุนค่าแรง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ปัจจุบันแม้จะมีการพัฒนาเครื่องขุดมันสำปะหลังออกมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ถึงอย่างนั้น  ในขั้นตอนของการเก็บเกี่ยวก็ยังต้องใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก  ตั้งแต่การตัดหัวมันสำปะหลัง  การรวบรวมเพื่อรอการขนย้าย  และผลของการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งในภาคของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การก่อสร้าง และการบริการด้านอื่นๆ ทำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชเกือบทุกชนิดประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานและนับวัน ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังไม่มีเครื่องปลูกมันสำปะหลังที่มีประสิทธิภาพสำหรับทดแทนการปลูก ด้วยแรงงานคน จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเห็นว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตและ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการปลูกให้ทันต่อฤดูกาลจึงควรมีการวิจัยและพัฒนา เครื่องปลูกมันสำปะหลังขึ้นมา เพื่อให้สามารถทดแทนการปลูกมันสำปะหลังด้วยแรงงานคน เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยประเทศไทยผลิตมันสำปะหลังได้เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากประเทศไนจีเรีย บราซิล แต่เป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาด70 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่าส่งออกรวมมากกว่า40,000 ล้านบาทต่อปี และมีพื้นที่ปลูก 8.51 ล้านไร่ เป็นอันดับ4รองจากข้าว ข้าวโพด และยางพารา มีผลผลิตรวมทั้งประเทศ29.62 ล้านตันต่อปี

ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดเวลา ขั้นตอนการทำงาน ต้นทุน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการปลูกมันสำปะหลัง ทางกรมวิชาการเกษตร จึงได้ให้กลุ่มวิจัยวิศวกรรมผลิตพืช สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร  พัฒนาเครื่องปลูกมันสำปะหลังแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขึ้นโดยมี 2 แบบ คือแบบ 1 แถว และแบบ 2 แถว มีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนโรยปุ๋ยรองพื้น ส่วนยกร่อง ส่วนป้อนและกำหนดระยะท่อนพันธุ์ และส่วนปักท่อนพันธุ์ มีหลักการทำงานโดยเครื่องจะโรยปุ๋ยรองพื้นแล้วยกร่องกลบ และปักท่อนพันธุ์บนร่องตามระยะระหว่างต้นที่กำหนด

ผลการทดสอบปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการปักท่อน และความเสียหายของตาท่อนพันธุ์พบว่า ล้อปักแบบยางร่องวีสามารถทำงานได้ดีกว่าล้อปักแบบยางเรียบ ความเร็วรอบล้อปักที่เหมาะสมประมาณ450 รอบต่อนาที (ล้อปักมีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 22 เซนติเมตร) และแรงกดของล้อปักต่อท่อนพันธุ์ประมาณ 29.43 นิ วตัน ซึ่ง ผลการทดสอบการสมรรถนะการทำงานในแปลงของเครื่องปลูกมันสำปะหลัง โดยใช้รถแทรกเตอร์ต้นกำลังขนาด 37 แรงม้า สำหรับเครื่องแบบ 1 แถว และแทรกเตอร์ขนาด 50 แรงม้าสำหรับเครื่องแบบ 2 แถว พบว่ามีความสามารถในการทำงาน 1 และ 2 ไร่ต่อชั่วโมง ตามลำดับ ที่ระยะการปลูก 50x120 เซนติเมตร ประสิทธิภาพการทำงานเชิงพื้นที่ 80 และ 75เปอร์เซ็นต์ และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 2.05 และ 2.55 ลิตรต่อไร่ โดยท่อนพันธุ์ที่ปักได้จากเครื่องต้นแบบจะเอียงตามแนวการเคลื่อนที่ของรถ แทรกเตอร์ประมาณ 60-80 องศา ประสิทธิภาพการปักประมาณ 93-95 เปอร์เซ็นต์และมีอัตราการงอก ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่แตกต่างจากการใช้แรงงานคน เมื่อวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมพบว่า มีจุดคุ้มทุนการทำงานที่  103  ไร่ต่อปี และ 149.48 ไร่ต่อปี ตามลำดับ ที่อายุการใช้งานเครื่อง 5 ปี โดยเปรียบเทียบกับการใช้แรงงานคนในการปลูกมันสำปะหลัง

ทั้งนี้ในการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเครื่องปลูกมันสำปะหลังขึ้นเพื่อลดปัญหา ดังกล่าวนั้น จากการกำหนดหลักเกณฑ์ในการออกแบบและจากผลการศึกษาข้อมูลที่จำเป็นในการออก แบบ ทางวิศวกรผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบส่วนประกอบต่างๆของเครื่องปลูกมันสำปะหลัง ต้นแบบออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ1. ชุดผาลยกร่อง2. ชุดกำหนดระยะท่อนพันธุ์3. ชุดปักท่อนพันธุ์4. ชุดโรย ปุ๋ยรองพื้น  โดยในส่วนการยกร่องของเครื่องต้นแบบเลือกยกร่องโดยผาลจานคู่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 24 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดใหญ่เนื่องจากต้องการยกร่องให้ได้ที่ความเร็วรถแทรกเตอร์ต่ำ โดยวางตำแหน่งของผาลไว้ด้านหน้าของตัวเครื่องและชุดกำหนดระยะท่อนพันธุ์การ กำหนดระยะท่อนพันธุ์กระทำโดยการกำหนดการหมุนของวงล้อป้อนท่อนพันธุ์ ซึ่งขับโดยเพลาของล้อจิกดิน กำหนดอัตราทดเพื่อให้ได้ระยะตามที่กำหนด ส่วนการปักท่อนพันธุ์เลือกใช้การปักโดยล้อเหล็กหุ้มแผ่นยางจำนวน 2 ล้อ ติดตั้งบนเพลาที่ขนานกัน โดยระห่างระหว่างล้อปักสามารถปรับได้โดยอัตโนมัติ ตามขนาดของท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ล้อปักนี้จะถูกขับให้หมุนโดยเพลาอำนวยกำลังจากแทรกเตอร์และชุดโรยปุ๋ยรอง พื้นติดตั้งชุดโรยปุ๋ยรองพื้นไว้ด้านบนของชุดผาลยกร่อง เพื่อเมื่อโรยปุ๋ยแล้วจะถูกดิน     ฝังกลบไว้ป้องกันการระเหิด

“เครื่องปลูกมันสำปะหลังแบบพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์สามารถลดเวลา ขั้นตอนการทำงานต้นทุน และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการปลูกมันสำปะหลังได้ มีความสามารถในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน เชื้อเพลิง 2.05 และ 2.55 ลิตรต่อไร่ เครื่องปลูกมันสำปะหลังทั้งสองแบบนี้ มีจุดคุ้มทุนการทำงานที่ 103 ไร่ต่อปีและ 149.48 ไร่ต่อปี และมีอายุการใช้งานเครื่องประมาณ 5 ปี นับว่าช่วยเกษตรกรให้ปลูกมันสำปะหลังได้รวดเร็วเพื่อให้ทันในฤดูกาลได้เป็น อย่างมาก ”อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

เครื่องปลูกมันสำปะหลังต้นแบบที่พัฒนาขึ้นนั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังจากได้ทดสอบปัจจัยต่างๆที่สำคัญต่อการทำงานของเครื่องปลูกมัน สำปะหลังต้นแบบแล้ว จึงได้นำเครื่องต้นแบบมาทดสอบในแปลงของเกษตรกรเพื่อประเมินสมรรถนะของ เครื่องต้นแบบและประเมินความพึงพอใจของเกษตรกร และเพื่อทดสอบการใช้งานด้วยสภาพดินและการเตรียมดินที่ปลูกมันสำปะหลังและจาก การทดสอบพบว่าสภาพดินที่เหมาะสมต่อการใช้งานควรเป็นสภาพดินทราย หรือดินร่วนปนทราย และมีการเตรียมดินไถพรวนด้วยผาล 5 หรือผาล 7 เพื่อย่อยดินได้ละเอียด ส่วนการใช้งานในสภาพดินชนิดอื่นๆ เช่นดินร่วนหรือดินเหนียว ทางสถาบันฯจะมีการทดสอบและพัฒนาต่อไป

ที่มา : แนวหน้า