Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

ย้อนสถิติเวิลด์คัพ! เจ้าบ้านเปิดซิงมัก 'รุ่ง'หรือ'ร่วง' ?

PDF Print
Thursday, 12 June 2014 10:23

ย้อนสถิติเวิลด์คัพ! เจ้าบ้านเปิดซิงมัก 'รุ่ง'หรือ'ร่วง' ?

อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงนับจากนี้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ก็จะเปิดฉากขึ้น อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านัดเปิดสนามมักจะมีความสำคัญไม่แพ้เกมรอบชิงชนะเลิศ เลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทีม "เจ้าภาพ" ที่ต้องรับแรงกดดันจากความคาดหวังอันมหาศาลของกองเชียร์ "ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐ ออนไลน์" ก็ไม่พลาดนำทุกท่านไปย้อนดูสถิติที่ผ่านมาว่าผลงานของทีมเจ้าถิ่นกับการลง เตะนัดเปิดสนาม มีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง


บราซิล (1950)

บราซิล เจ้าภาพปี 1950

การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1950 หรือศึก "เวิลด์คัพ ครั้งที่ 4" ถูกจัดขึ้นหลังหยุดพักมาอย่างยาวนานถึง 12 ปี เพราะภัยพิบัติจากมหาสงครามโลก ครั้ง 2 โดยมี บราซิล ประเทศที่มีความคลั่งไคล้ในกีฬาลูกหนังมากที่สุดในโลกรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ครั้งแรก ซึ่งนับว่ามีความเหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานั้น เนื่องจากบรรดาชาติต่างๆ ในยุโรปที่พอจะมีความสามารถจัดงานระดับนี้ได้ ต่างบอบช้ำจากพิษภัยของสงครามกันทั้งสิ้น

ในปีนั้น บราซิล ทีมเจ้าภาพที่อยู่ในกลุ่ม 1 ได้ลงเล่นเป็นคู่เปิดสนามพบกับ เม็กซิโก ในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งผลปรากฏว่า ทัพ "แซมบ้า" ไม่พลาดไล่ถลุง "จังโก้" ย่อยยับคาสนาม เอสตาดิโอ โด มาราคานา ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร ต่อหน้าแฟนบอล 82,000 คน ไปด้วยสกอร์ 4-0 และยังทำผลงานดีต่อเนื่องจนเข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มไปพบกับ อุรุกวัย แชมป์เก่า,สวีเดน และ สเปน

โดยในรอบชิงชนะเลิศของปีนั้นเป็นการเล่นแบบ "มินิ ลีก" นำ 4 ทีมสุดท้าย มาเล่นแบบพบกันหมด และชาติที่มีคะแนนสูงสุด จะได้แชมป์โลกไปครอง ซึ่ง บราซิล ก็ยังฟอร์มแรงต่อเนื่องใน 2 นัดแรก ไล่อัด สวีเดน 7-1 ต่อด้วย สเปน อีก 6-1 ขณะที่ทาง "จอมโหด" เสมอกับ สเปน 2-2 และกลับมาชนะ สวีเดน 3-2 ทำให้ในเกมสุดท้ายที่ทั้งคู่มาพบกัน ขอเพียงแค่ ขุนพล "เซเลเซา" เสมอพวกเขาจะเป็นแชมป์ทันที

ทว่าผลออกมาพลิกความคาดหมายเมื่อ บราซิล ที่ขึ้นนำไปก่อน กลับแพ้ 1-2 ต่อหน้าแฟนบอลราว 174,000 คน ทำให้ถ้วยไปตกอยู่ในมือของทีมชาติอุรุกวัย เป็นสมัยที่ 2 และ ที่สำคัญคือความพ่ายแพ้ของ "แซมบ้า"คราวนั้น ทำให้แฟนบอลกว่า 10 คน ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อลบความผิดหวัง

อุรุกวัย ชนะ บราซิล 2-1

สวีเดน (1958)

สวีเดน เจ้าภาพเวิลด์คัพ 1958

สวีเดน ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 6 ปี 1958 ในการแข่งขันนัดเปิดสนามวันที่ 8 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการแข่งขันได้มีโปรแกรมลงเตะทั้งหมด 8 คู่จากทั้งหมด 4 กลุ่ม ซึ่ง สวีเดน ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยลงเล่นที่สนาม ราซุนดา สเตเดียม เมืองโซลนา พบกับ เม็กซิโก ผลปรากฏว่าทีมเจ้าภาพประเดิมคว้าชัยด้วยสกอร์ 3-0 และทำผลงานดีต่อเนื่องผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มด้วยสถิติไร้พ่าย

ขณะที่เกมน็อคเอาท์ สวีเดน ยังคงทำผลงานได้น่าประทบใจเอาชนะ สหภาพโซเวียต แชมป์โอลิมปิก 1956 ใน รอบ 8 ทีม 2-0 ก่อนจะพลิกเอาชนะแชมป์เก่า เยอรมนีตะวันตก ไป 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ บราซิล ที่มี เปเล ในวัย 17 ปีเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งรอบชิงดำ สวีเดน เป็นฝ่ายนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 จาก นีลส์ ลีดโฮมส์ ก่อนจะถูก "แซมบ้า" โชว์เกมรุกอันงดงามหวดสกอร์พลิกขึ้นนำเป็น 4-1 แม้เจ้าถิ่นจะมาได้ประตูตีคืนอีกลูกในนาทีที่ 80 แต่สุดท้ายก็ไม่ทันถูกเจ้าหนู เปเล่ ซัดปิดกล่องพา บราซิล ชนะไป 5-2 คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยแรก

เปเล่ แจ้งเกิดกับทีมชาติในวัย 17 ปี

ชิลี (1962)

ฟุตบอลโลกครั้งที่ 7 หวิดจะไม่ได้จัดขึ้นที่ ชิลี หลังจากที่ก่อนหน้าจะถึงปีการแข่งขันคือในปี 1960 ชาติเจ้าภาพได้ถูกภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชิลี เล่นงานหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.5 ริกเตอร์ ซึ่งได้คร่าชีวิตประชาชนมากมาย และแน่นอนว่าทำให้สนามรวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในประเทศถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี

ทว่าในที่สุดแล้วด้วยความรวมใจของประชาชนชาวชิลีก็ทำให้การแข่งขันฟุตบอล โลกเกิดขึ้นได้ ดังคำกล่าวที่ว่า "ฟุตบอลสร้างโลก" และในวันที่ 30 พ.ค. ชิลี ทีมเจ้าภาพก็เป็นหนึ่งใน 8 ทีมที่ได้ลงเล่นในนัดเปิดสนาม โดย ชิลี ลงเล่นนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ เอสตาดิโอ นาซิออนนัล ในกรุงซานติอาโก ซึ่งผลปรากฏว่า ชิลี เป็นฝ่ายผลิกเอาชนะไป 3-1 ก่อนจะทำผลงานผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม โดยพลาดท่าแพ้กับ เยอรมันตะวันตก เพียงนัดเดียวเท่านั้น

ขณะที่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ชิลี สามารถเอาชนะ สหภาพโซเวีย ไปด้วยสกอร์ 2-1 แต่ก็มาจอดป้ายในรอบรองชนะเลิศ โดยแพ้ให้กับ บราซิล แชมป์เก่า 4-2 ซึ่งในปีนั้น บราซิล สามารถเอาชนะ เชโกสโลวาเกีย ในรอบชิงชนะเลิศ​ 3-1 คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 2 คณะที่ ชิลี ได้อันดับที่ 3 ด้วยการเอาชนะ ยูโกสลาเวีย 1-0

บราซิล ครองแชมป์ปี 1962

อังกฤษ (1966)

อังกฤษ เจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี 1966

หลังจากที่ต้องรอคอยมากว่า 36 ปี ในที่สุดกีฬาลูกหนังก็ได้กลับมาสู่ถิ่นกำเนิด เมื่อประเทศอังกฤษ ชาติผู้ให้กำเนิดกีฬาฟุตบอลได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอล โลกครั้งที่ 8 และนับเป็นการเปลี่ยนเข้าสู่ยุคการแข่งขันสมัยใหม่อย่างแท้จริงเมื่อ ทุกอย่างดูมีมาตรฐาน หรือแม้สไตล์การเล่นที่ดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ก่อนมหกรรมลูกหนังจะเริ่มก็มีเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่เมื่อถ้วย ชูลส์ ริเมต์ รางวัลอันทรงเกียรติสำหรับแชมป์ ถูกขโมยขณะจัดแสดงที่กรุงลอนดอน แต่สุดท้ายก็ตามทวงกลับมาได้

สำหรับการแข่งขันนัดเปิดสนามวันที่ 11 มิ.ย. อังกฤษ ทีมเจ้าภาพได้ลงเล่นเป็นคู่ประเดิมสนามพบกับ อุรุกวัย ณ สนามเวมบลีย์ สเตเดียม มีผู้เข้าชม 87,148 คน ซึ่งผลนัดนั้นทั้งสองทีมทำได้แค่เสมอกันไป 0-0 แต่หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะทีมเจ้า ภาพที่คว้าชัย 2 นัดรวดเอาชนะ เม็กซิโก 2-0 และ ฝรั่งเศส 2-0 คว้าแชมป์ของกลุ่ม ขณะที่ "จอมโหด" ได้อันดับที่ 2

ในรอบต่อมา อังกฤษ จัดการคว่ำอาร์เจนตินา ในรอบ 8 ทีม 1-0 ก่อนจะเฉือนเอาชนะ โปรตุเกส ในรอบรองชนะเลิศ​ 2-1 เข้าไปพบกับ เยอรมันตะวันตก ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งแมตช์นัดชิงวันที่ 30 มิ.ย. 1966 นั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลกเมื่อ "สิงโตคำราม" สามารถเฉือนเอาชนะ เยอรมันตะวันตก ได้ 4-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยเกมนี้ เจฟฟ์ เฮิร์สท บันทึกสถิติว่าตัวเองเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ทำแฮตทริกได้นัดชิงชนะเลิศฟุตบอล โลก ถึงแม้ว่า 1 ในประตูที่เขาทำได้นั้นจะเป็นลูกเจ้าปัญหาที่ยังเป็นข้อกังขามาจนถึงทุก วันนี้ แต่สุดท้ายมันก็ช่วยให้ บ็อบบี มัวร์ รับถ้วย ชูลส์ ริเมต์ จากหัตถ์ของพระราชินี อลิซาเบธ ที่ 2

อังกฤษ รับถ้วย ชูลส์ ริเมต์ จากหัตถ์ของพระราชินี อลิซาเบธ ที่ 2

เม็กซิโก (1970)

ศึกเวิลด์คัพ 1970 ที่ เม็กซิโก

เม็กซิโก ได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลโลก ปี 1970 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 9 แต่ก่อนหน้าที่จะมีการแข่งขันก็ได้มีเหตุให้ต้องปวดกระโหลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงของแฟนบอล ฮอนดูรัส กับ เอลซัลวาดอร์ สองประเทศ ที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กลุ่ม เซ็นทรัล อเมริกา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3,000 คน รวมทั้งยังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่คร่าชีวิตชาวเปรูไปถึง 50,000 คน หรือแม้กระทั้ง บ๊อบบี้ มัวร์ กัปตันทีมชาติ อังกฤษ ก็ต้องมาถูกจับกุมที่เมืองโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย ระหว่างที่ทัพ "สิงโตคำราม" เดินทางไปลงเตะอุ่นเครื่อง หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรขโมยสร้อยเพชรจากร้านเครื่องประดับในโรงแรมที่พัก แต่ก็ถูกปล่อยตัวในที่สุด

สำหรับ ฟุตบอลโลก 1970 รอบสุดท้ายเปิดฉากขึ้นในวันที่ 31 มิ.ย. ท่ามกลางสภาพอากาศอันร้อนระอุ "จังโก้" ลงเปิดสนามพบกับ รัสเซีย ในรอบแรก กลุ่ม 1 ที่ อัซเตกา สเตเดี้ยม ท่ามกลางแฟนบอล 107,000 คน ปรากฏว่า เกมจบลงด้วยสกอร์ 0-0 ซึ่งผลงานของเจ้าภาพในรอบนี้ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานโดยผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ มาได้ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม 1 ขณะที่แชมป์กลุ่มเป็นของ สหภาพโซเวีย แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เม็กซิโก ก็ต้องมายุติเส้นทางไล่ล่าแชมป์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับ อิตาลี ไป 1-4

เยอรมนี (2006)

เยอรมนีคว้าสิทธิ์เจ้าภาพปี 2006

ประเทศเยอรมนี คว้าสิทธิจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ได้สำเร็จ โดยเอาชนะข้อเสนอจาก บราซิล,อังกฤษ,โมร็อกโก และแอฟริกาใต้ (ซึ่งแอฟริกาใต้จะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2010) ซึ่งในรอบแบ่งกลุ่มศึกเวิลด์คัพ ครั้งที่ 18 "อินทรีเหล็ก" ที่ลงเล่นในนัดเปิดสนามวันที่ 9 มิ.ย.ก็จัดการเอาฤกษ์เอาชัยชนะ คอสตา ริกา คาสนาม อัลลิอันซ์ อารีนา ไปด้วยสกอร์ 4-2 ก่อนจะทำผลงานสมราคาทีมเต็งคว้าแชมป์ของกลุ่ม เช่นเดียวกันกับทีมหัวแถวรายอื่นๆ อย่าง อังกฤษ,อาร์เจนตินา,โปรตุเกส,อิตาลี, บราซิล และ สเปน

รอบ 16 ทีมสุดท้ายทีมเจ้าบ้านเข้าไปพบกับ สวีเดน ที่ไม่นับว่าเป็นทีมแข็งทำให้ เยอรมนี เอาชนะไปสบายๆด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้ารอบมาพบกับ อาร์เจนตินา คู่ปรับเก่าซึ่งเกมออกมาดุเดือดสมราคา ทัพ "ฟ้าขาว" ยิงขึ้นนำก่อนจาก โรเบอร์โต อยาลา แต่ มิโรสลาฟ โคลเซ ก็มายิงช่วย "อินทรีเหล็ก" หนีตายเสมอ 1-1 ต้องดวลตัดสินจากจุดโทษและแน่นอนว่า เยอรมนี ก็สามารถเอาชนะไปได้ 4-2 ส่วนในรอบรองชนะเลิศ เจ้าถิ่นเจองานหนักพบกับ อิตาลี ซึ่งเกมสูสีจนทำท่าจะต้องดวลจุดโทษตัดสิน แต่เป็น "อัซซูรี" ที่ซัดช่วงต่อเวลาพิเศษเอาชนะ 2-0 ดับฝันเจ้าภาพไว้ที่รอบรองชนะเลิศ

แอฟริกาใต้ (2010)

แอฟริกาใต้ คว้าสิทธิ์เจ้าภาพปี 2010

ฟุตบอลบอลโลก 2010 หรือ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ครั้งที่ 19 เป็นครั้งแรกที่ ฟีฟ่า กำหนดให้ใช้ระบบหมุนเวียนเจ้าภาพ และในปีนี้ก็เป็น แอฟริกาใต้ ที่ได้สิทธิ์นั้นไปครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ ด้วยการเอาชนะ โมร็อกโก และ อิยิปต์ ส่วน ลิเบีย และตูนิเซีย ขอถอนตัว

ในเกมนัดเปิดสนามวันที่ 11 มิ.ย. ณ สนาม ซ็อคเกอร์ ซิตี้ แอฟริกาใต้ ประเดิมด้วยการเสมอกับ เม็กซิโก ไป 1-1 เก็บ 1 แต้มไปครอง ขณะที่นัดต่อมา แอฟริกาใต้ พ่ายให้ อุรุกวัย 0-3 และเอาชนะในนัดสุดท้าย ฝรั่งเศส 2-1 มี 4 คะแนนเท่ากับ เม็กซิโก แต่ประตูได้เสียเป็นรองทำให้จอดป้ายที่รอบแบ่งกลุ่มในฐานะอันดับที่ 3 ของกลุ่ม เอ

สเปน คว้าแชมป์โลกปี 2010

บราซิล (2014)

ขุนพล เซเลเซา

เป็นครั้งที่ 2 ที่ มหกรรมฟุตบอลโลก ได้วนกลับมาจัดในดินแดนที่ขึ้นชื่อว่ารักกีฬาลูกหนังเข้าเส้นอย่างประเทศ บราซิล นับเป็นประเทศที่ 5 ที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสองครั้งต่อจาก เม็กซิโก,อิตาลี,ฝรั่งเศส และ เยอรมนี ซึ่งในการแข่งขันฟุตบอบโลกครั้งที่ 20 รอบสุดท้าย ที่จะเปิดฉากในวันที่ 12 มิ.ย. ทีมเจ้าภาพอย่าง บราซิล ได้ลงเล่นเป็นคู่เปิดสนามพบกับ โครเอเชีย ณ สนาม อารีนา เด เซาเปาโล เมืองเซาเปาโล

สำหรับความพร้อมในนัดเปิดสนามของ บราซิล ทีมแชมป์ 5 สมัย หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี จะต้องเลือกนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามอย่างแน่นอนเพื่อเรียกศรัทธา จากกองเชียร์ หลังเฉือนเอาชนะ เซอร์เบีย ในเกมอุ่นเครื่อง 1-0 ขณะที่ทัพ "ตราหมากรุก" ขาด มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบน ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆนับว่าสมบูรณ์ ทำให้เกมนัดนี้น่าจะออกมาคุ้มค่าสมการรอคอยของแฟนๆ อย่างแน่นอน

โดยแฟนบอลชาวไทยสามารถติดตามชมและเชียร์ศึกครั้งนี้ได้ในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 13 มิ.ย. ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าเกมนัดเปิดสนามของ มหกรรมระดับชาติที่ 4 ปีจะมีสักครั้ง เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง.

ที่มา : ไทยรัฐ