Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

บอร์ดออมสินไฟเขียว ประมูลเงินกู้4หมื่นล. จ่ายหนี้จำนำข้าวรอบสอง

PDF Print
Thursday, 12 June 2014 10:26

บอร์ดออมสินไฟเขียว ประมูลเงินกู้4หมื่นล. จ่ายหนี้จำนำข้าวรอบสอง

บอร์ดออมสินไฟเขียวประมูลเงินกู้4หมื่นล.จ่ายหนี้จำนำข้าวรอบสองวสท.หนุนทำแผนน้ำใหม่

รายงานข่าวจากธนาคารออมสิน แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีการพิจารณาเห็นชอบให้ธนาคารเข้าร่วมประมูลเงินกู้โครงการรับจำนำข้าว รอบ 2 อีก 4หมื่นล้านบาท โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)เปิดให้สถาบันการเงินทั้งเอกชนและรัฐยื่นประมูลในวันที่ 12มิถุนายนนี้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่จะยื่นประมูลนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย

สำหรับการประมูลเงินกู้โครงการจำนำข้าวครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 6 มิถุนายน สบน.ออกหนังสือเชิญสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน 32 แห่ง เข้าร่วมประมูลเงินกู้โครงการรับจำนำข้าววงเงินที่เหลืออีก 4 หมื่นล้านบาท อายุเงินกู้ 3 ปี ให้ใช้อัตราดอกเบี้ย BIBOR 6 เดือน เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการประมูล ทั้งนี้ กำหนดส่งมอบเงินที่ประมูลได้วันที่ 19 มิถุนายน

ก่อนหน้านี้ ธนาคารออมสินเข้าร่วมประมูลเงินกู้รอบแรกจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ที่มีสถาบันการเงินยื่นซองประมูล 12 ราย วงเงินที่ยื่นประมูลเข้ามา 1.45 แสนล้านบาท โดยธนาคารออมสินชนะการประมูลเงินกู้ไปทั้งก้อนในอัตราดอกเบี้ย BIBOR 6 - 0.1% หรือ 2.1792% ต่อปี

ขณะที่การจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนายังดำเนินไปต่อเนื่อง โดยที่จ.อ่างทอง นายประจิน จันทรพานิชย์ ผอ.ธ.ก.ส.อ่างทองเผยภาพรวมโครงการรับจำนำข้าวของจ.อ่างทองว่า การจ่ายเงินจำนำข้าวของจังหวัดทำมาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 11 มีนาคม ธ.ก.ส.ยังค้างจ่ายให้ชาวนาที่เหลืออยู่อีก 126 ล้านบาท จำนวน 1,125 ราย คาดว่าไม่เกินวันที่ 18 มีนาคมจะจ่ายได้ครบทั้งจังหวัด

วันเดียวกัน เว็บไซต์ oryza.com อ้างแหล่งข่าวกระทรวงการคลังที่ระบุว่า ไทยขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 5 แสนล้านบาท และเน้นว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กู้ยืมเงินถึง 730,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อเป็นทุนแก่โครงการช่วง 5 ฤดูกาลเก็บเกี่ยวระหว่างปี 2011-13 ซึ่งเท่ากับว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปี สำหรับเคลียร์หนี้ปัจจุบันของโครงการดังกล่าว และโครงการนี้เสี่ยงขาดทุนเพิ่มอีกปีละ 1.5 แสนล้านบาท

oryza.com ระบุด้วยว่า ปัญหาการระบายสต๊อกข้าวล่าช้าจะเป็นตัวซ้ำเติมภาระดอกเบี้ยและตัวเลขขาดทุน และความพยายามเทขายข้าวของรัฐบาล เริ่มทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยตกต่ำลง โดยจากข้อมูลของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย พบว่าเดือนพฤษภาคม ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ลดลงเหลือ 390 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ต่ำกว่าชาติอื่นทั้งเวียดนาม 405 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน อินเดีย 435 ดอลลาร์ต่อตัน และ440 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันสำหรับข้าวของปากีสถาน นอกจากนี้ oryza.com ยังรายงานถึงการไต่สวนคดีทุจริตโครงการจำนำข้าวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อมีการไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 8 ปาก

มีความเคลื่อนไหวของนักวิชาการด้านน้ำ วันเดียวกัน ที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) มีการเสวนาเรื่อง”จาก 3.5 แสนล้าน สู่ข้อเสนอเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำประเทศไทย” โดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ข้อเสนอเร่งด่วนให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาคือ ยุบสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (สบอช.) และจัดตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งให้ทบทวนแผนงาน 10 โมดูล เริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สร้างแนวคิดถกปัญหาน้ำให้ได้ข้อสรุป ศึกษาวิเคราะห์ระบบต่างๆให้ชัดเจน ตั้งแต่ระบบฟลัดเวย์ระบายน้ำลงอ่าวไทยนั้นยังต้องมี การจัดการปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง ยุทธศาสตร์สำคัญคือ ให้สังคมหรือท้องถิ่นอยู่กับน้ำได้อย่างมีความสุข

ด้านรศ. ดร. สุวัฒนา จิตตลดากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เหตุผลที่เสนอให้ยุบ สบอช.เพราะไปบิดเบือนและแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานเดิมที่รับผิด ชอบ โดยไปดึงโครงการต่างๆมารวมศูนย์ แต่ไม่เข้าใจการขับเคลื่อนโครงการอย่างแท้จริง ทำให้โครงการที่หน่วยงานหลักคือ กรมชลประทานดำเนินการอยู่ต้องชะงัก ดังนั้น อยากเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่อีกชุดหนึ่ง มีตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ มาบริหารงานร่วมกันในเชิงยุทธศาสตร์ ทำแผนแม่บทที่ชัดเจน การยุบสบอช. จะทำให้โครงการต่าง ๆ ถูกโยนกลับไปยังหน่วยงานเดิม โครงการที่ทำมาแล้วในอดีตสามารถเดินหน้าต่อได้ทันที

ขณะที่รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ กล่าวว่า สิ่งที่อยากเสนอในระยะเร่งด่วนคือ การทำแผนแม่บทสำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ ปรับเกณฑ์บริหารจัดการในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปรับปรุงเพิ่มศักยภาพ และแก้ปัญหาน้ำ จัดการฤดูเพาะปลูก เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง และเร่งออก พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ

ด้านนาวาเอกชยากร พันธ์หล้า ฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญ และเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนจะรวบรวมข้อมูลที่ได้ในวันนี้นำเสนอต่อ คสช.ต่อไป เชื่อว่าต่อไปต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

 

ที่มา : แนวหน้า