Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เอกชนภาคใต้โวยแผนรับมือไฟดับยังไร้ความชัดเจนแนะรัฐลงพื้นที่ชี้แจง

PDF Print
Thursday, 12 June 2014 10:32

เอกชนภาคใต้โวยแผนรับมือไฟดับยังไร้ความชัดเจนแนะรัฐลงพื้นที่ชี้แจง

นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ เปิดเผยถึงแผนการรับมือการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน-10 กรกฎาคม 2557 ว่า ได้กำชับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆในภาคใต้ให้ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าใน ช่วง18.30-22.30 น. ที่เป็นช่วงใช้ไฟฟ้ามากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมคงไม่สามารถช่วยได้ไม่มาก เพราะว่าช่วงดังกล่าวโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปิดโรงงานแล้ว มีแต่เพียงโรงงานที่ทำงานเป็นกะที่อาจจะลดการใช้ไฟฟ้าลงได้บ้าง

นอกจากนี้ยังมีบางอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถหยุดเครื่องจักรได้ และหากไฟฟ้าดับก็จะได้รับความเสี่ยหาย เช่น โรงอบไม้ถ้าหากไฟฟ้าดับไม่ที่อยู่กระบวนการอบก็จะได้รับความเสียหาย รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมห้องเย็นที่จำเป็นต้องเปิดเครื่องห้องเย็นทำงานตลอด เวลา และโรงงานยางบางส่วนที่ต้องเปิดเครื่องจักรกวนน้ำยางตลอดเวลา

ทั้งนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานในภาคใต้ที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าดีเซลให้ช่วยผลิต ไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด โดยสัญญาว่าจะให้ค่าไฟฟ้าในอัตราหน่วยละ 4 บาท แต่ล่าสุดยังไม่ได้หนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการกกพ. เลยทำให้ภาคเอกชนยังไม่แน่ใจในการผลิตไฟฟ้าให้กับกกพ. เพราะมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงมาก และกำลังการผลิตรวมทั้งหมดก็มีไม่มาก

นายวิถีกล่าวว่าหากไฟฟ้าไม่พอใช้ และจำเป็นต้องดับไฟฟ้าในบางพื้นที่ ก็ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมว่ามีแผนดับไฟฟ้าในพื้นที่ใดบ้าง และควรแจ้งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ทราบล่วงหน้าก่อนดับไฟฟ้าไม่ต่ำ กว่า 4-5 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้ทัน แต่ทั้งนี้มองว่าหลังจากผ่านระยะแรกของการปิดท่อก๊าซฯ 3-4 วัน จะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนในการร่วมมือประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น เพราะจะมีการรณรงค์ที่เข้มข้น และเสี่ยงที่จะกระทบต่อความเป็นอยู่ของตัวเอง

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในภาคใต้ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่ง เจดีเอที่จะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้มากนัก ทำให้ในช่วงซ้อมลดการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 7 มิถุนายนไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากนักลดการใช้ไฟฟ้าได้ไม่ถึง 100 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายที่ต้องลดให้ได้ไม่ต่ำกว่า 250 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานควรลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงชุมชนต่างๆ

“ที่ผ่านมาสถานประกอบการจำนวนมากได้รับเพียงหนังสือเวียนร้องขอให้ประหยัด ไฟฟ้า แต่ยังไม่มีการจัดประชุมหารือกับผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาค รัฐ ทำให้ขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคเอกชน  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งลงไปประสานงาน เพื่อให้เกิดการลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง” นายวัฒนา กล่าว

 

ที่มา : แนวหน้า