Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

รายงานพิเศษ : ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทยเปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

PDF Print
Monday, 23 June 2014 09:02

รายงานพิเศษ : ยกระดับการอ่านหนังสือของเด็กไทยเปิดชุมชนต้นแบบแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

โครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข” ปี2557   ซึ่งต่อเนื่องมาจากผลแห่งความสำเร็จของโครงการ “อ่านสร้างสุขในโรงเรียนและสถานศึกษา” ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 2 ปี  ทำให้เกิดการยกระดับการทำงานและขยายฐานการทำงานจากโรงเรียนสู่ความร่วมมือใน ชุมชน ทั้งนี้เนื่องจากคระทำงาน พบว่า การปลูกฝังให้ประชาชน เยาวชนในประเทศอ่านหนังสือจนเป็นนิสัยนั้น ต้องเริ่มต้นในครอบครัว และกิจกรรมในสถานศึกษากว่า ร้อยละ 90 ต้องอาศัยการอ่าน เพื่อเปิดมุมมอง เปิดความคิด และเปิดโลกทัศน์ โดยชุมชนต้องร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นการบ่อมเพาะนิสัยให้คนไทยรักการอ่านจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งของชีวิต และการพัฒนาประเทศ

คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กล่าวถึงว่า  โครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข” ปี2557 ภายใต้แนวคิด “อ่านสร้างสุข”  ว่า ได้ร่วมกับ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.)  จัดทำโครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข” ปี2557 โดยเราจะเน้นในเรื่องของการอ่านให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ว่าที่ ร.อ. ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)กล่าวว่า ทางหน่วยงานของเราได้ดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่าน “ห้องสมุดประชาชน”  ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทั่วไป การร่วมดำเนินโครงการอ่านสร้างสุขฯ ปี พ.ศ.2555-2556 นั้น เกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับนักศึกษาของ กศน. มีสถานศึกษาในสังกัดให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก  จากการทำแบบประเมินพบว่าผู้เรียนสนใจการอ่านมากขึ้น ส่งผลให้การเรียนดีขึ้นตามลำดับ  ส่งผลถึงคุณภาพด้านการศึกษา  และกิจกรรมที่ดำเนินงาน รูปแบบในการคิด  การทำโครงการสอดคล้องกับเนื้อหาของการศึกษา เช่น  โครงงานต้นไม้สอนธรรม  โครงงานต้นไม้พูดได้  ตอบรับนโยบายส่งเสริมการอ่านได้เป็นอย่างดี

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปีที่ผ่าน 2556  สัดส่วนการอ่านหนังสือของคนไทยเฉลี่ย 37 นาทีต่อวัน  เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์  ดังนั้นโครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้ช่วยกระตุ้นให้คนไทย เยาวชน ผู้เรียน หันมาสนใจการอ่านเพิ่มสูงขึ้น ดังเช่นการปูทางความร่วมมือก่อนหน้านี้ ซึ่งถือได้ว่าผลการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เหนือความคาดหมาย  ทางหน่วยงานของเราอยากจะฝากให้มีโครงการลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั่วประเทศ

นางสาวศสิธร  ศรีวิชัย อายุ  15 ปี นักเรียนชั้น ม.4/2 โรงเรียน  ปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา  กรุงเทพมหานคร  ผู้ได้รับรางวัลยุวทูตการอ่าน  กล่าวว่า สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพราะเป็นคนชอบอ่านอยู่แล้ว  และจะอ่านหนังสือทุกประเภท  หนังสือเล่มโปรดที่ชอบคือ  การ์ตูนมุนิน เป็นหนังสือการ์ตูนไทยแนวจิตวิทยา มีภาพประกอบเป็นลายเส้นสีเทา ประณีต สวยงามสะอาดตา  เนื้อหาของหนังสือสอนให้รู้จักคุณค่าของชีวิต  คุณค่าของความรัก ทุกๆรูปแบบ  นอกจากนี้ก็ยังมีหนังสือการ์ตูนอื่นๆที่สอนให้รู้จักกฎแห่งกรรม  ทำดีต้องได้พบเจอสิ่งดี ทำชั่วต้องได้รับผลกรรมตอบแทน  ส่วนหนังสือประเภทฮาวทู  ก็เป็นหนังสือที่โปรดเหมือนกัน เพราะสามารถเรียนรู้วิธีที่จะทำอะไรหลายๆอย่างได้จากหนังสือประเภทนี้   ส่วนหนังสือภาษาอังกฤษก็มีความชื่นชอบอยู่แล้ว หยิบขึ้นมาอ่านได้ตลอดเวลา  หลังเลิกเรียน   ทำการบ้านเสร็จแล้ว  เวลาว่างก็จะหมดไปกับการอ่าน สำหรับตนการอ่านถือเป็นการพักผ่อน  ในทุกๆวันทุกๆที่  จะหยิบหนังสือติดมือไปด้วยเสมอ  ถ้าไปศูนย์การค้า สิ่งแรกที่ทำคือ การเข้าร้านหนังสือ

เป็นที่คาดหวังได้ว่า หากโครงการปลูกฝังให้เยาวชนของชาติรักการอ่านจนติดเป็นนิสัยมากขึ้น โอกาสของการพัฒนาคน และพัฒนาสังคมคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ที่มา :  แนวหน้า