Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

สกู๊ปพิเศษ : “SAAA”ร่วมสืบสานงานบุญบั้งไฟเลี้ยงผีปันน้ำ‏

PDF Print
Monday, 23 June 2014 09:06

สกู๊ปพิเศษ : “SAAA”ร่วมสืบสานงานบุญบั้งไฟเลี้ยงผีปันน้ำ‏

กลุ่มชัยโย ทริปเปิ้ลเอ ร่วมทำความดีถวายในหลวง ร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมวิถีชีวิตท้องถิ่นชาวอีสานและล้านนา “บุญบั้งไฟ” และ “เลี้ยงผีปันน้ำ” สืบสานความเชื่อเรื่องขอฝนจาก “พญาแถน” และ “ปัพพตาเทวดา” เพื่อป้องเหตุ “ทุพภิกขภัย” งานบุญรวมใจรักสามัคคี และรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม

คุณภานุวัฒน์ หงษ์ทอง CEO กลุ่มธุรกิจส่งเสริมการปลูก ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มบริษัท  ชัยโย ทริปเปิ้ลเอ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทชัยโย ทริปเปิ้ลเอ เน้นกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมทำความดีถวายในหลวง และเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทและชุมชน ซึ่งแต่ละชุมชนและเจ้าหน้าที่ ต่างมีความ   สนิทสนม รู้จักรักใคร่ด้วยดีเสมอมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราส่วนใหญ่จะมีภูมิลำเนาอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียง เหนือแทบทั้งสิ้น ดังนั้นด้านวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทุกท่านจะมีความเข้าใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานบุญประเพณีเดือนหก งานบุญบั้งไฟ งานบุญประเพณีที่สร้างความสนุกสนาน สมัครสมานสามัคคีของประชาชนในชุมชน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสานเอาไว้ให้สืบทอดถึงลูก หลาน และสืบสานประเพณีความเชื่อในเรื่องของการขอฝนของชาวอีสานที่สืบทอดกันมา อย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นการตักเตือนให้รู้ว่าธรรมชาติเป็นสิ่งไม่แน่นอน เกษตรกรไม่ควรประมาท

กลุ่มบริษัทชัยโย ทริปเปิ้ลเอ มีสายพันธุ์ “ต้นกล้าชัยโย” ที่ดีที่สุดเหมาะสมกับพื้นที่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีการส่งเสริม การปลูกให้ประชาชนในพื้นที่ไปแล้วกว่า 2.5 ล้านหลังคาเรือน ผ่านตัวแทน และโรงงานที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค สร้างงานสร้างรายได้ลดอัตราการว่างงาน และคืนชีวิตความสุขของครอบครัวด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนไม่ทิ้งถิ่นฐานทำ กินในชนบทไปสู่สังคมเมือง ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญของอาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นรากฐานของประเทศไทยที่ต้องอยู่ดีกินดี หากชุมชนอยู่ได้ ธุรกิจก็ย่อมอยู่ได้ด้วยเช่นกัน

นางปราณี   คำบึงกลาง ชาวบ้าน ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า “งานบุญบั้งไฟนี้ เป็นประเพณีสำคัญของหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างเฝ้ารองานบุญนี้ เพราะนอกจากจะได้ร่วมบุญใหญ่กันแล้ว ยังได้รวมตัวกันจัดทำบั้งไฟอย่างสมัครสมานสามัคคี และมีความสุขมากเมื่อเห็นบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยงานจะแบ่งเป็นออกเป็น 2 วัน วันแรก(วันก่อนแห่) จะมีการสวดมนต์ในช่วงกลางคืน  ส่วนในช่วงเช้า (วันแห่และจุดบั้งไฟ ) จะมีการทำบุญตักบาตร ตั้งต้นผ้าป่าเพื่อนำถวายวัด เรียกว่าเป็นการ “ทำบุญเบิกบ้าน” จากนั้นชาวบ้านก็จะนำบั้งไฟของหมู่บ้านตัวเองมาแห่ประกวด และจุดบั้งไฟในลำดับต่อไป”

ด้านคุณยายอ้วน ใจอุ่น ชาวบ้านหมู่ 3 บ้างวังม่วย ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด กล่าว เพิ่มเติมถึงประเพณีบุญบั้งไฟว่า “งานบุญบั้งไฟนี้ ม่วนซื่นโฮแซวล้ายหลาย เพราะนอกจากจะได้ทำบุญแล้วยังเป็นการรวมญาติ ทุกชุมชนจะรวมตัวกัน ช่วยกันจัดทำบั้งไฟอย่างพร้อมเพรียงพร้อมเล่าให้ฟังถึงประวัติความเป็นมาของงานบุญบั้งไฟไว้อย่างน่าสนใจว่า “ตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟ” ผูกพัน กับนิทานพื้นบ้านสองเรื่อง คือ เรื่อง “ท้าวผาแดงนางไอ่” และเรื่อง “สงครามระหว่างพญาคันคาก (คางคก) กับพญาแถน” ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวถึงที่มาของการยิงบั้งไฟตำนานเรื่องนี้เริ่มจากพระ โพธิสัตว์เสวยชาติเป็นพญาคันคาก (คางคก) อาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ครั้งนั้น พญาแถน เทพผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ผู้ดลบันดาลให้ฝนตก เกิดไม่พอใจชาวโลกจึงบันดาลให้ฝนไม่ตกเลยตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน

ชาวเมืองทนไม่ไหวจึงคิดทำสงครามกับพญาแถน แต่สู้พญาแถนกับกองทัพเทวดาไม่ได้ ถูกไล่ล่าหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่พญาคันคากอาศัยอยู่ ในที่สุดพญาคันคากตกลงใจเป็นจอมทัพของชาวโลกต่อสู้กับพญาแถน พญาคันคากให้พญาปลวกก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงสวรรค์ ให้พญามอดไม้ไปทำลายด้ามอาวุธของทหารและอาวุธพญาแถน และให้พญาผึ้ง ต่อ แตนไปต่อยทหารและพญาแถนฝ่ายเทวดาพ่ายแพ้ พญาแถนจึงให้คำ มั่น หากมนุษย์ยิงบั้งไฟขึ้นไปเตือนเมื่อไรจะรีบบันดาลให้ฝนตกลงมาให้ทันที และถ้ากบเขียดร้องก็ถือเป็นสัญญาณว่าฝนได้ตกลงถึงพื้นแล้ว และเมื่อใดที่ชาวเมืองเล่นว่าวก็เป็นสัญญาณแห่งการหมดสิ้นฤดูฝน พญาแถนก็บันดาลให้ฝนหยุดตก

คุณภานุวัฒน์ กล่าวเสริมถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมไว้อย่างน่าสนใจว่า คน ไทยผูกพันกับอาชีพเกษตรกรมาตั้งแต่อดีตและเกี่ยวพันธ์พึ่งพาอาศัยภูมิอากาศ เรื่องน้ำท่าจากฝนฟ้าเพื่อให้ผลิตผลจากการปลูกพืชผลทางการเกษตรเป็นไปด้วยดี ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก ดังนั้นเรื่องประเพณีการขอฝนจึงเหมือนกันในทุกพื้นที่ ถ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะเป็นเรื่องของงานบุญประเพณี “บุญบั้งไฟ” แต่ถ้าเป็นชาวล้านนาทางเหนือ ก็จะเป็นเรื่องของพิธีกรรม “เลี้ยงผีปันน้ำ” นั่นคือความแตกต่างของวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่เป้าประสงค์ตรงกัน และยังสอดแทรกไปด้วยภูมิปัญหาของการรู้รักสามัคคีของชาวชุมชน และการรู้รักษ์สิ่งแวดล้อม ให้ทุกคนได้ตระหนักการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น เพื่อให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งพื้นที่ ตำบลแม่ถอด  อำเภอเถิน  จังหวัดลำปาง ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ทีมเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัทชัยโย ทริปเปิ้ลเอ ร่วมกิจกรรมส่งเสริมทางด้านวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับงานพิธีกรรม “เลี้ยงผีปันน้ำ” เป็นประเพณีเฉพาะถิ่นของชาวล้านนามีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันไป หรือแตกต่างตามชนิดของแหล่งน้ำ เช่น เลี้ยงผีห้วย, เลี้ยงผีหนอง, เลี้ยงผีฮ่อง, เลี้ยงผีฝาย พิธีกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อขอฝน ขอความอุดมสมบูรณ์จากภูตผีเทวดา หรือปัพพตาเทวดา ที่พิทักษ์รักษาแหล่งน้ำลำธาร ห้วย หนอง คลองบึง ไว้ โดยประชาชนล้านนาไทยโบราณมีความศรัทธาและเชื่อว่าขุนน้ำ หรือต้นน้ำลำธารก็ดี บริเวณฝายหรือทำนบก็ดี แต่ละแห่งล้วนมีเทวดารักษาอยู่ อาจจะอยู่ในกลุ่มของภูตผีเทวดา หรือปัพพตาเทวดา โดยพิธีกรรมที่จัดทำนั้นจะทำร้านพลีกรรม หรือศาลเพียงตาขึ้นใกล้บริเวณฝาย หรือขุนน้ำลำธาร เมื่อได้เวลาชาวบ้านก็จะนำเครื่องเซ่นสังเวย ประกอบด้วย หัวหมู ไก่ต้ม ข้าวสุก ผลไม้ และดอกไม้ธูปเทียน โดย น้อย-หนาน หรือทิดที่เข้าใจในจารีตประเพณี เป็นผู้ทำพิธีสังเวยบอกกล่าวเทวดาที่รักษาต้นน้ำ ลำธาร โดยมีพระวิรุณเทพเป็นประธาน ขอบันดาลน้ำฝนตกลงมาเพื่อมีน้ำท่าเพียงพอหล่อเลี้ยงข้าวกล้าตลอดฤดูกาล”

 

ที่มา :  แนวหน้า