Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

กลุ่มทุนตีปีกรับ"คสช."ดับไฟการเมือง ยอดตั้งรง.พุ่งเฉียดแสนล.

PDF Print
Monday, 23 June 2014 09:12

กลุ่มทุนตีปีกรับ"คสช."ดับไฟการเมือง ยอดตั้งรง.พุ่งเฉียดแสนล.

กรมโรงงาน โชว์ตัวเลขยอดลงทุนใต้เงาปีก “คสช.” มีจำนวนโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่เพิ่มขึ้นชี้นักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจกับนโยบาย ด้านปลัดอุตสาหกรรม รับข้อเสนอเอกชนตั้ง “สภาเอสเอ็มอี” อุ้มรายย่อย

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารจัดการประเทศตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. – 18 มิ.ย.57(26วัน) พบว่า มีจำนวนโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่  377 แห่ง เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ถึง 19.68%  เงินลงทุน  47,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ถึง 143.67% มีการจ้างงาน 15,962 คน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. ถึง 137.64% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจกับนโยบายที่ทาง คสช. กำลังเร่งดำเนินการ

นอกจากนี้ยังส่งผลให้ยอดเปิดโรงงานลดลง โดยตั้งแต่ ม.ค. – 18 มิ.ย.2557 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1,847 แห่ง ลดลง 7 % เทียบกับช่วง เดียวกันปีก่อน มูลค่าการลงทุน 155,157 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นถึง 5.53 % เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันปีก่อน

“จะเห็นได้ว่าในช่วง 26 วันที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ การลงทุนของภาคอุตสาหกรรมมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งจำนวนโรงงาน เงินลงทุน แรงงาน ล้วนเพิ่มขึ้นกว่าทุกๆเดือนในปีนี้ หรือตั้งแต่มีปัญหาทางการเมือง โดยการโตแบบก้าวกระโดดนั้นเป็นผลมาจาก นโยบายที่ทาง คสช.ได้มอบหมายให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเริ่มกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนในเรื่องการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงาน(รง.4)   รวมทั้งการยกเลิกคณะกรรมการกลั่นกรอง หรือแม้การตั้งบอร์ดบีโอไอ(คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ล้วนเป็นผลดีต่อการลงทุนทั้งสิ้น”

นายณัฐพล กล่าวว่า คาดการณ์ว่าในเดือนมิถุนายน2557 มูลค่าเงินลงทุนของโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่จะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ขณะที่ขยายกิจการอยู่ที่ 35,000 – 40,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมเงินลงทุนทั้งโรงงานเปิดใหม่และขยายกิจการจะอยู่ที่ 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. 2557 ถึง116 % โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง  คือ อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี การผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์

ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังการตั้งโรงงานใหม่ และการขยายโรงงานจะมีอัตราการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องอยู่ในปัจจัยที่การเมืองปกติไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ของ คสช. รวมทั้งการเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ล้วนส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจและกลับมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอีก ครั้ง โดยคาดว่าในปี 2557 จะมีจำนวนโรงงานประกอบกิจการใหม่เพิ่มขึ้น 5-10% ส่วนมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2556 ในขณะที่จำนวนโรงงานขยายกิจการเพิ่ม 10 % ส่วนมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2556

ขณะที่ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมไทย (ATSME) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ว่า นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ได้นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เสนอแนวคิดที่รวบรวมจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 3 ประเด็น คือ 1.การระดมสมองเพื่อนำเสนอมาตรการในการสนับสนุนเอสเอ็มอี เสนอโครงการเร่งด่วนที่ชื่อว่า “SMEs Live Strong” เพื่อสร้างความเข้มแข็งทุกด้านที่จำเป็น 2.การจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี เพื่อเป็นตัวแทนของเอสเอ็มอีรายย่อยในการประสานนโยบายกับภาครัฐ จากปัจจุบันมีรูปแบบเป็นสมาคมฯ และ 3.การปรับปรุงหลักสูตรโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.) ของ กสอ. ที่ใช้มากว่า 30 ปี ให้ทันสมัยกับยุคดิจิตอลไอที และให้มีการเชื่อมโยงธุรกิจสร้างสัมพันธภาพระหว่างสมาชิกเก่าและใหม่หลังจบ โครงการ

ในเบื้องต้นมอบให้ กสอ. ประสานกับ สสว. พิจารณาว่าเรื่องใดดำเนินการได้เลย ขอให้เร่งดำเนินการและให้ไปประชุมร่วมกับสมาคมฯ วันที่ 26 มิถุนายนนี้ สำหรับมาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีที่ตรงกันก็จะเร่งดำเนินการ โดยแบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพ

ส่วนการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี เพื่อเป็นองค์กรเดียวทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ขอให้เชิญเครือข่ายจากเอสเอ็มอีทุกกลุ่มเข้าร่วมหารือ โดยจะเร่งสรุปข้อเสนอต่างๆ เพื่อหารือเชิงนโยบายต่อ คสช.ต่อไป

 

ที่มา : แนวหน้า