Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เกษตรฯเร่งแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เผยปีนี้ฝนน้อยเตรียมช่วยเหลือ

PDF Print
Tuesday, 24 June 2014 09:45

เกษตรฯเร่งแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เผยปีนี้ฝนน้อยเตรียมช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้าน การเกษตรว่าที่ประชุมได้หารือถึง เรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตร ปี 2555-2557 ตามมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2557ที่ อนุมัติในหลักการเงินงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในกรอบวงเงินรวม 5,498.986 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านการเกษตร ปี 2555-2557 จำนวน 68 จังหวัด รวม 10 ภัย ได้แก่ อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง วาตภัย ภัยฝนทิ้งช่วง ศัตรูพืชระบาด อัคคีภัย ภัยหนาว และภัยพายุและคลื่นลมแรง รวม 584,005 ราย

นอกจากนี้ ยังได้สรุปสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร โดยมีพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง 27 จังหวัด สำรวจพบความเสียหาย 18 จังหวัด เกษตรกร 55,724 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 406,312 ไร่ คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 454.33 ล้านบาท ซึ่งมีการให้ความช่วยเหลือในการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 52 เครื่อง ในพื้นที่ 85 จังหวัด และการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ 72 จังหวัด ในด้านวาตภัย มีพื้นที่ด้านการเกษตรประสบภัย 26 จังหวัด สำรวจความเสียหาย 26 จังหวัด เกษตรกร 5,012 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 18,207 ไร่ คิดเป็นวงเงินช่วยเหลือ 25.23 ล้านบาท และด้านศัตรูพืชระบาด แบ่งเป็น 1.เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ไม่พบพื้นที่ระบาด 2.เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง พบพื้นที่ระบาด 10 จังหวัด จำนวน 1,991 ไร่ การให้ความช่วยเหลือโดยมีการจัดรณรงค์ให้ความรู้วิธีการป้องกันและควบคุมการ ระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และ 3.ศัตรูมะพร้าว มีพื้นที่ระบาด 166,231 ไร่ แบ่งเป็น หนอนหัวดำ แมลงดำหนาม และด้วงแรด
ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนในปีนี้จะน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเกือบทุกภูมิภาค ในบางพื้นที่ยังไม่ได้มีการทำนาปี เนื่องจากน้ำในเขตชลประทานมีไม่เพียงพอ จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ ให้คอยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ใช้น้ำอย่างประหยัด และตรวจสอบความเค็มของน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาขณะเดียวกันจะเตรียมพร้อมในการ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
ที่มา : แนวหน้า