Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

กลุ่มทุนต่างชาติส่งสัญญาณหวนคืนไทย บีโอไอไฟเขียว24โครงการ

PDF Print
Thursday, 03 July 2014 09:42

กลุ่มทุนต่างชาติส่งสัญญาณหวนคืนไทย บีโอไอไฟเขียว24โครงการ

อนุฯบีโอไอไฟเขียวลงทุน 24 โครงการมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท  พร้อมกลั่นกรอง 9 โครงการมูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาทเตรียมชงบอร์ดใหญ่อนุมัติ   ด้าน“อมตะ” ชี้มีสัญญาณต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกครั้ง หลังการเมืองคลี่คลาย  กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ยุโรป–อเมริกา-จีน เตรียมเจรจาซื้อที่ดิน 700-800 ไร่  ทั้งในนิคมฯอมตะนคร –ชิตี้

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเป็นกรรมการ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณากลั่นกรองคำขอรับส่งเสริมของโครงการลงทุนขนาดใหญ่รวม จำนวน 9โครงการ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลม เงินลงทุนรวมประมาณ 28,093  ล้านบาท เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอพิจารณาในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 24 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 14,475 ล้านบาทซึ่งเป็นโครงการลงทุนที่คณะอนุกรรมการฯ มีอำนาจในการอนุมัติให้การส่งเสริมได้ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยาน ยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ประกอบด้วย นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอเป็นประธาน ผู้บริหารระดับสูงของบีโอไอ ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม  กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่และกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนจากต่างประเทศกลับเข้ามาอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากกลุ่มทุนยุโรป อเมริกา  จีน และ ญี่ปุ่น ซึ่งมาจากสถานการณ์การเมืองที่คลี่คลาย ประกอบกับมีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ชุดใหม่ ที่ได้มีการอนุมัติโครงการการลงทุนไปแล้วที่ 1.2 แสนล้านบาท และยังมีโครงการที่พิจารณาค้างอยู่อีก 5.8 แสนล้านบาท  ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีกับทิศทางการลงทุนในช่วงต่อไป และเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ที่มั่นใจว่าหลังจากนี้จะเริ่มทยอยกลับเข้ามาติดต่อและเจรจา เพื่อซื้อที่ดินในนิคมฯอย่างต่อเนื่อง

ส่วนของบริษัทขณะนี้มีการเจรจาเพื่อซื้อที่ดินทั้งของ นิคมฯอมตะนคร และ ชิตี้ รวม 700-800 ไร่ แบ่งเป็นกลุ่มทุนจากจีน ประมาณ 500 ไร่  และในส่วนนี้จะมีนักลงทุนรายใหญ่ของจีนที่ต้องการซื้อพื้นที่  120 ไร่  ที่เหลือราว 100-200 ไร่ จะเป็นของกลุ่มทุนจากยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น ยอุตสาหกรรมที่เข้ามาจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 60-70 % ซึ่งมองว่าไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญติด อันดับ1ใน10 ของโลก รวมทั้งยังมีความน่าสนใจในเรื่องของตลาดการลงทุนที่จะมีอัตราการเติบโตใน อนาคต

“เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่ยุโรปตัดสินใจมาลงทุนในไทยครั้งนี้ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ประกอบกับตลาดมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากการที่ไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 ทำให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์การลงทุนที่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในประเทศยังมีปัญหาทางการเมืองที่ยังขาด เสถียรภาพ แต่ด้วยเหตุที่นักลงทุนในยุโรป และอเมริกามีความเข้าใจในสถานการณ์ของแต่ละประเทศดี สามารถแยกออกระหว่างปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจได้” นายวิบูลย์ กล่าว

สำหรับเป้าหมายยอดขายพื้นที่ดินในปีนี้ ยังไม่กำหนดเพราะต้องรอข้อสรุปในทิศทางต่างๆ โดยเฉพาะการกำหนดแผนของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. )ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และโรดแม็ปที่จะออกมาเพื่อผลักดันเศรษฐกิจและ สังคม ซึ่งจะเป็นตัวแปรที่สำคัญในการประเมินทิศทางการลงทุน และการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ

“ครึ่งปีหลังน่าจะมีนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาเจรจา และซื้อขายที่ดินมากขึ้น โดยภาพรวมปีนี้น่าจะมากกว่าปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 1,008 ไร่ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา มียอดขายที่ดินแล้ว 178 ไร่ ขณะนี้มีลูกค้าอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน” นายวิบูลย์กล่าว

ที่มา : แนวหน้า