Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เยอรมนีต่อเวลาชนะอาร์เจนฯ1-0 'เกทเซ่'ฮีโร่พาทีมซิวแชมป์สมัย4

PDF Print
Monday, 14 July 2014 11:56

เยอรมนีต่อเวลาชนะอาร์เจนฯ1-0 'เกทเซ่'ฮีโร่พาทีมซิวแชมป์สมัย4

ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเอสตาดิอู ดู มาราคาน่า ในนครริโอ เด จาไนโร ที่ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง อินทรีเหล็ก “เยอรมนี” อดีต แชมป์โลก 3 สมัยที่ผ่านรอบรองชนะเลิศมาแบบสุดหรูเมื่อถล่มเจ้าภาพ แซมบ้า “บราซิล” ไปถึง 7 ประตูต่อ 1 ลงวัดฝีเท้าเพื่อชิงความเป็นหนึ่งเดียวในโลกลูกหนังกับ ฟ้าขาว “อาร์เจนตินา” อดีตแชมป์โลก 2 สมัย

อินทรีเหล็ก ลงสนามแบบไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ เล่นในระบบ 4-2-3-1 นักเตะที่จะลงสนยาม 11 คนแรก ประกอบด้วย มานูเอล นอยเออร์ , ฟิลิปป์ ลาห์ม, เจอโรม บัวเต็ง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เบเนคิดท์ โฮเวเดส , บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, คริสตอฟ เครเมอร์, โทนี่ โครส , โธมัส มุลเลอร์, มิโรสลาฟ โคลเซ่ และเมซุต โอซิล

ขณะที่ อาร์เจนตินา มาในระบบ 4-3-3 นักเตะ 11 คนแรก ประกอบด้วย เซร์คิโอ โรเมโร่ ,ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, เอเซเกล การาย, มาร์กอส โรโจ ,เอ็นโซ่ เปเรซ ,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, ลูกัส บีย่า ,กอนซาโล่ อิกวาอิน, ลิโอเนล เมสซี่ และเอเซเกล ลาเวซซี่

โธมัส มุลเลอร์ แนวรุกเยอรมนี สร้างปัญหาให้กองหลังอาจาร์ติน่าได้หลายครั้ง

เยอรมนี เป็นฝ่ายเริ่มเล่นลูกก่อน และเป็นฝ่ายสามารถครองเกมไว้ได้เกือบหมดโดยเฉพาะช่วง 5 นาทีแรก มีโอกาสโจมตี อาร์เจนติน่า ได้บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างความหวาดเสียวและกดดันได้มากนัก อาร์เจนติน่า ใช้จังวะสวนกลับ และมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้ 1-2 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้โอกาสจบสกอร์สร้างปัญหาหรือต้องให้ “นอยเออร์” ออกแรงมากนัก

นาทีที่ 20 อาร์เจนติน่า เกือบได้ประตูออกนำ เมื่อ “โครส” โหม่งบอลคืนกลับหลังจะให้ “นอยเออร์” แต่ลูกบอลเบาเกิน “อิกัวอิน” ได้บอลเลี้ยงจี้เดี่ยวเข้าหาประตูตัวต่อตัวกับ “นอยเออร์” แต่ออกอาการลน “อิกัวอิน” ยิงด้วยขวาบอลออกนอกกรอบประตูไปแบบไม่มีลุ้น

10 นาทีถัดมา กองเชียร์อาเจนติน่าก็เฮเก้อลั่นสนาม เมื่อ “เมสซี่” จ่ายบอลออกซ้ายให้ “ลาเวซซี่” เลี้ยงจี้เข้าทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางประตู “อิกัวอิน” เข้าถึงบอลคนเดียวแปด้วยขวา บอลเข้าประตูไป แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่า “อิกัวอิน” ล้ำหน้า จึงพลาดการได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย

อิกัวอิน ส่งบอลเข้าตุงตาข่ายเยอรมนีได้ แต่ไลน์แมนยกธงว่าล้ำหน้า

นาทีที่ 31 เยอรมนี เปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก โดยเอา “เครเมอร์” ซึ่งได้รับบาดเจ็บออก แล้วส่ง “อังเดร เชือร์เล่ย์” ลงมาเล่นแทน เยอรมนี ยังครองเกมไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ นาทีที่ 43 เยอรมนี ได้โอกาสจบสกอร์ เมื่อ มาสเคราโน ส่งบอลพลาด “มุลเลอร์” เปิดบอลให้ “โอซิล” หน้ากรอบเขตโทษ แต่ยิงเบา “โรเมโร่” รับเข้าซองได้อย่างสบาย กรัท่งช่วงทดเวลาครึ่งแรก “โครส” เปิดลูกเตะมุมเข้าไปกลางประตู “โฮเวเดส” เทกตัวขึ้นโหม่งคนเดียว ลูกบอลพุ่งชนเสาอย่างจัง ก่อนที่กรรมการผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก เสมอกันไป 0 ประตูต่อ 0

โฮเวเดส ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลไปชนเสา ไม่ได้ประตู

เริ่มครึ่งหลัง อาร์เจนตาน่า ส่ง “เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน” ลงสนามมาแทน “ลาเวซซี่” นาทีที่ 47 โอกาสเป็นของ อาร์เจนติน่า เกือบได้ประตูออกนำ เมื่อ “เมสซี่” ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้ามาในกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเท้าถนัด บอลผ่าน “นอยเออร์” ผู้รักษาประตูเยอรมนีไปแล้ว แต่บอลถากเสาสองหลุดออกหลังประตูไป

เมสซี่ หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษซัดด้วยซ้าย แต่บอลหลุดออกเสาสองไปอย่างน่าเสียดาย

เกม 5 นาทีแรกของครึ่งหลังเป็นของ อาร์เจนติน่า ที่ลงมาเปิดเกมรุกกดดัน เยอรมนี ได้ตลอด จากนั้น เยอรมนี ก็เริ่มต่อเกมติด ครองบอลได้บริเวณกลางสนาม แต่ยังไม่สามารถพาบอลเข้าไปในเขตโทษของ อาร์เจนติน่า ได้เลย

75 นาทีผ่านไป เกมทั้งสองทีมสู้กันอยู่ในแดนกลางสนาม ยังไม่มีทีมไหนสามารถพาบอลเข้าไปในเขตโทษหาโอกาสจบสกอร์ได้เลย โดยเฉพาะ “เมสซี่” หายไปจากเกม นาทีที่ 77 อาร์เจนติน่า เปลี่ยนตัวเอา “โรดิโก ปาราซิโอ” ลงสนามมาแทน “อิกัวอิน”

โรเมโร่ โชว์ฟอร์มหนึบเซฟลูกยิงของ มุลเลอร์ ได้ไม่พลาด

นาทีที่ 85 อาร์เจนติน่า ก็เปลี่ยนผู้เล่นตัวสุดท้ายลงมา โดยส่ง “เฟอร์นานโด กาโก้” ลงมาแทน “เปเรซ” ในขณะที่ “โจคิม เลิฟ” เฮดโค้ชเยอรมนี ส่ง “มาริโอ เกทเซ่” ลงมาแทน “โคลเซ่” แต่ทั้งทีมก็ไม่สามารถทำอะไรกันได้ กระทั่งครบ 90 นาที “นิโกล่า ริซโซลี่” กรรมการผู้ตัดสินชาวอิตาเลี่ยนเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ต้องต่อเวลา 30 นาที

ช่วงต่อเวลา 15 นาทีแรก ผ่านมาได้แค่ 35 วินาที “เกทเซ่” ที่เพิ่งลงมาเล่นช่วงท้ายครึ่งหลัง ได้บอลเกือบเส้นหลังตบบอลย้อนกลับมา “เซือร์เล่ย์” วิ่งตามเข้ามาแปทันที บอลพุ่งเข้าหาประตูแต่ตรงตัว “โรเมโร่” ปัดออกมาได้อย่างไม่ยาก จากนั้น เยอรมนี ก็ครองเกมไว้ได้หมด อาร์เจนติน่า แทบไม่ได้โอกาสพาบอลมาหน้าเขตโทษ “อินทรีเหล็ก” เลย

จังหวะ ปาลาซิโอ หลุดเข้ามาในเขตโทษกรดกบอลผ่าน นอยเออร์ แต่ออกนอกกรอบไป

นาทีที่ 97 อาร์เจติน่า ได้โอกาสแรกก็เกือบเป็นประตู เมื่อ โจโว กระดกบอลเข้ามาในเขตโทษ “ปาลาซิโอ” เข้าถึงบอลก่อนพักบอลด้วยอก แต่ “นอยเออร์” ออกมาปิดมุมเร็ว “ปาลาซิโอ” เลยกระดกบอลข้ามหัว “นอยเออร์” บอลหลุดกรอบออกไปได้แค่หวาดเสียว หมด 15 นาทีแรกของการต่อเวลายังไม่มีใครทำอะไรได้ คงเสมอกัน 0 ประตูต่อ 0

ช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง เยอรมนี ก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้ ในนาทีที่ 113 เมื่อ “เชือร์เล่ย์” ลากบอลมาทางริมเส้นด้านซ้าย ก่อนผ่านบอลเข้ามากลางประตู “เกทเซ่” ยืนโล่งอยู่คนเดียว ใช้อกพักบอลก่อนตวัดยิงด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย สุดปัญญาที่ “โรเมโร่” จะป้องกันไว้ได้ เยอรมนี ขึ้นนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0

เกทเซ่ รับบอลจาก เชือร์เล่ย์ พักด้วยอก กดด้วยซ้ายเป็นประตูคว้าแชมป์โลก 2014

อาร์เจนติน่า เริ่มเร่งเกม เพื่อตามตีเสมอ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่าแนวรับของ “อินทรีเหล็ก” ที่เริ่มถอยลงมาตั้งรับอย่างเหนียวแน่น กระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน ครบ 120 นาที เยอรมนี เอาชนะ อาร์เจนติน่าไปได้ 1 ประตูต่อ 0 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ไปครองได้สำเร็จ และเป็นการครองแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 4 หลังจากที่ได้ในปี 1954 , ปี 1974 และ 1990 ทั้งยังเป็นทีมฟุตบอลจากยุโรปทีมแรกที่มาคว้าแชมป์โลกในทวีปอเมริกาใต้ได้ ด้วย

เกทเซ่ ฮีโร่อินทรีเหล็ก 'เยอรมนี' ซัดประตูโทนให้ทีมคว้าแชมป์โลกสมัย 4

มานูเอล นอยเออร์ นายทวารทีมชาติเยอรมนี คว้าผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม
ขณะที่  ลิโอเนล เมสซี่ จอมทัพอาร์เจนติน่า คว้าตำแหน่งนักเตัยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ภาพการฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ของอินทรีเหล็ก "เยอรมนี"

ขอบคุณภาพ : http://www.fifa.com/worldcup/photos/

ที่มา : แนวหน้า