Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

'Multi-Skills' อาวุธรบในสมรภูมินักสื่อสาร 'ยุคดิจิทัล'

PDF Print
Thursday, 17 July 2014 07:34

'Multi-Skills' อาวุธรบในสมรภูมินักสื่อสาร 'ยุคดิจิทัล'

ตื่นตัวกันทุกวงการ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคการสื่อสารในรูปแบบดิจิทัล โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานะของผู้ผลิต ที่มองว่า 'นี่เป็นโอกาส' ในการสร้างสรรค์ผลงาน และเป็นสมรภูมิในการโชว์ไอเดีย ขณะเดียวกันอุณหภูมิของการแข่งขันเพื่อ 'ช่วงชิงผู้ชม-คนอ่าน' ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน...

"ไทยรัฐออนไลน์" จึงมองไปที่สถาบันผู้ผลิตบุคลากรว่าแต่ละแห่งมีกลยุทธ์ หรือมีแนวทางในการหล่อหลอม "นักผลิต" เหล่านี้อย่างไร และอะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับสนามยุคดิจิทัลขณะนี้ ด้วยการพูดคุยกับ อาจารย์ 3 สถาบันที่ผลิตนักนิเทศศาสตร์ออกสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเจาะว่า แต่ละแห่งมีนโยบาย แนวทาง หรือทิศทางอย่างไร เพื่อผลิตบุคลากรป้อนตลาดดิจิทัลนี้ และอะไรจะเป็นสิ่งที่ทำให้นักนิเทศศาสตร์ ไม่ตกงาน!?

นิเทศจุฬาฯ: ใช้เทคโนโลยีเติมเต็มไอเดีย

อ.สุภาพร โพธิ์แก้ว หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า การเรียนนิเทศศาสตร์โดยหลักแล้ว เรียนเพื่อสร้างนักสร้างสรรค์ แต่สิ่งที่สนใจ คือ การเติมเต็มคอนเทนต์ หรือเนื้อหา เพราะบางครั้งอาจเป็นแค่การสร้างสรรค์ เขียนบท ศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบประเดี๋ยวประด๋าว ในขณะที่เนื้อหาความรู้ปัจจุบัน มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากมองในบริบทของจุฬาฯ แล้ว จุฬาฯ จะเปิดให้นิสิตเรียนข้ามสาขาวิชาได้ เพื่อเติมเต็มในความรู้ด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ นิเทศศาสตร์ เช่น เลือกวิชาโทเป็นเศรษฐศาตร์ รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา หรือออกแบบ ขณะเดียวกัน ก็ให้นิสิตจากคณะอื่นมาเรียนรู้เทคนิค หรือเข้าใจเรื่องการสื่อสารของนิเทศให้มากขึ้น ส่วนนี้จะช่วยเสริมกันและกัน ซึ่งในอนาคตเห็นว่า เด็กที่จบจากจุฬาฯ จะต้องเจอการเรียน แบบสหสาขามากขึ้น

อ.สุภาพร โพธิ์แก้ว หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สอดคล้องกับการเข้าสู่ตลาดของทีวีดิจทัล อ.สุภาพร มองว่า ไม่ใช่เพียงโอกาสของเด็กนิเทศศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสของเด็กในสาขาวิชาอื่นๆ เช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่นักนิเทศศาสตร์จำเป็นต้องมี และต้องปรับ จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเทคโนโลยี

"ที่จุฬาฯ นิเทศปรับมาสอนเป็นดิจิทัลหมดแล้ว เหมือนที่อื่นๆ เมื่อตลาดกว้าง เด็กนิเทศอาจจะดร๊อปลงไปได้ เพราะว่าอาจจะไม่เก่งเนื้อหา ความรู้ในเชิงลึก เช่น การเมือง เศรษฐกิจ เท่ากับเด็กที่จบมาสายตรง ดังนั้น คู่แข่งจังไม่ใช่แค่เด็กนิเทศด้วยกัน แต่เราก็ยังมีข้อดีในการคัดสรรเนื้อหา ว่าอะไรที่ควรออกไป คิดว่าส่วนนี้เป็นจุดได้เปรียบเสียเปรียบที่ทำงานร่วมกันได้"

ดังนั้น สิ่งที่นักนิเทศาสตร์ต้องมี และควรเน้นย้ำนั่นคือ การมีทักษะแบบ "Multi-Skills" ที่ไม่ใช่เรียนเพียงแค่ทำรายการโทรทัศน์ หรือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคหลอมหลวมสื่อ หรือ Convergence แล้ว จะต้องมีทักษะพื้นฐาน เช่น การจัดการข้อมูล การตัดต่อ การถ่ายทำ การถ่ายภาพนิ่ง-เคลื่อนไหว การใช้น้ำเสียง เป็นต้น ซึ่งหากสามารถทำได้ ก็จะทำให้เด็กนั้นทำงานได้ในทุกๆ แพลตฟอร์ม

"นิเทศจุฬาฯ มีแนวคิดปลูกฝังเรื่องการสร้างสรรค์ผลงาน และใช้เทคโนโลยีมาเติมเต็มงานสร้างสรรค์ตรงนั้นให้มีสีสัน สนุก ฝึกให้เด็กมีทักษะหลายอย่างอยู่ในคนๆ เดียว นอกจากนี้ ยังต้องเน้นย้ำเรื่องของจริยธรรม และการรู้เท่าทันสื่อให้หนักแน่น เพราะเป็นเรื่องที่พูดให้เกิดเป็นรูปธรรมยาก เพราะซับซ้อน ขณะที่นโยบายการเรียนรู้ของ จุฬาฯ ยุค 3.0 จะเน้นการเรียนแบบโปรเจกต์เบสมากขึ้น อยู่กับสภาพเป็นจริงของสังคม และค่อยให้ตัวนั้นเป็นหลัก ทฤษฎี ซึ่งหลักๆ คือ จะสอนให้เด็กแสวงหาความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความชำนาญพื้นฐาน และมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็น 4 อย่างที่โฟกัสมากๆ" อ.สุภาพร ทิ้งท้าย

นิเทศ ม.กรุงเทพ: เด็กต้องไม่ใช่มนุษย์เทคนิคอย่างเดียว

ด้าน อ.อิสรีย์ ประดิษฐ์ธีระ หัวหน้าภาควิชาวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยลัยกรุงเทพ เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ​ว่า นิเทศ ม.กรุงเทพ วางทิศทางของตัวเองให้เป็น Conceptual Digitalization อยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งในขณะนี้ใช้หลักสูตรการเรียนของปี 2555 ที่ทั้งหมดของการเรียนในห้องปฏิบัติการเป็นรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งหากพูดถึงการปรับตัวของคณะนั้นในยุคนี้ จะต้องนึกถึงการทำคอนเทนต์เป็นหลัก ที่ต้องสอดคล้องกับการหลอมหลวมสื่อ เด็กจะต้อง ให้ความสนใจในแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่โทรทัศน์ แต่รวมไปถึง สื่อออนไลน์ ทีวีออนไลน์ หรือการสื่อสารบนมือถือ

"เรายังเน้นในเรื่องการสร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นหลัก และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ไอเดียของที่คิดเป็นจริง เราจะต้องไม่ใช่แค่มนุษย์เทคนิคในยุคนี้ แต่ต้องโฟกัสเรื่องคอนเทนต์ด้วย ให้มันไปด้วยกัน เด็กต้องมีไอเดีย จริงๆ คณะฯ พยายามสอนเด็กว่า จะต้องเก่งทั้ง 2 ขา ทั้งเทคนิค และสุนทรียศาตร์ ไม่งั้นจะทำงานออกมาไม่ได้ เขาจะต้องเอารวมกัน ถ้ามีเทคนิค แต่ไม่มีไอเดียก็ทำไม่ได้ มีแต่ไอเดีย แต่ทำไม่ได้ก็ไปไม่รอด"

อ.อิสรีย์ ประดิษฐ์ธีระ หัวหน้าภาควิชาวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยลัยกรุงเทพ

ขณะเดียวกันช่วงนี้ถือเป็นโอกาสของเด็ก ที่จะได้เรียนรู้ เกาะกระแสความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน และครูจะได้แลกเปลี่ยนกับเด็กด้วย อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยว่า เด็กนิเทศนั้นจะต้องเป็นเด็ก "Multi-Skills" ซึ่งเป็นสิ่งที่นิเทศ ม.กรุงเทพ สอนกันมาตลอด เหมือนเป็ด ว่ายน้ำได้ บินได้

นิเทศ ม.กรุงเทพ กับทิศทางของตัวเองเป็น "Conceptual Digitalization"

"คือความเป็นนิเทศ อยู่ในโลกการสื่อสาร ต้องสามารถหยิบจับอะไรมาเล่าให้ผู้ชมได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้ามัลติสกิล เขียนข่าวได้ ถ่ายทำได้ เขียนบทได้ เป็นผู้ประกาศได้ พิธีกรได้ ก็จะช่วยได้มาก เพราะนอกจากมัลติสกิลจะช่วยให้เด็กสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานได้แล้ว จะเป็นเหมือนเกราะที่ช่วยลดจุดอ่อนเรื่องของ “ความลงลึก” ในเนื้อหาที่เด็กนิเทศอาจจะขาดไป เช่น เด็กที่จบรัฐศาสตร์ มาเป็นนักข่าวการเมือง หรือ เด็กอักษรศาสตร์มาทำงานเขียนบท หรือแปลข่าว ต่างประเทศ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม หากนำทักษะของนักนิเทศศาสตร์ และผู้ที่มีความรู้ทำงานร่วมกัน ก็จะทำให้แข่งขัน และสื่อสารสู่คนดูจะแข็งแรง และมีประสิทธิภาพ" อ.อิสรีย์ กล่าว

วารสารฯ มธ. : เลือกเรียนรู้แค่ "เบื้องหน้า" หรือ "เบื้องหลัง" ไม่พอแล้ว

ส่วน ผศ.ดร.พจนา ธูปแก้ว หัวหน้าภาควิชาหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงนโยบาย และทิศทางการสอนกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ตอนนี้ทางคณะมีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มาโดยตลอด เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองและสื่อเองเกิดการเปี่ยนแปลงเข้าสู่รูป แบบดิจิลตอล และออนไลน์มากขี้น นสพ.ก็จะเริ่มหายไป

"ตอนนี้สื่อสารมวลชนสื่อทุกๆ แพลตฟอร์ม ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ ก็เริ่มเข้าสู่ดิจิทัลหมดแล้ว ซึ่งแต่ละภาควิชาก็มีการพูดคุยตลอดว่า จะออกแบบการเรียนรู้ การสอนอย่างไร โดยมีทั้งคนภายในและภายนอกมาร่วมหาแนวทางที่เหมาะสม" ผศ.ดร.พจนา กล่าว

ผศ.ดร.พจนา ธูปแก้ว หัวหน้าภาควิชาหนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทั้งนี้ ผศ.ดร.พจนา ระบุว่า เห็นด้วยว่าเด็กควรจะมี "Multi-Skills" เพราะทุกวันนี้มีหลายแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงได้ มีจำนวนช่องมากขึ้นกว่าเดิม เนื้อหามีความหลากหลาย

"เพราะฉะนั้น มองว่า คนที่เรียนด้านนิเทศศาตร์ ไม่ใช่เรียนแค่งานเบื้องหน้า หรือเบื้องหลัง แต่เด็กทุกคน ต้องมีทักษะแบบ Multi-Skills แม้แต่การตัดต่อ การเขียน เป็นต้น ต้องมีทักษาะนี้ด้วย เนื่องจากทักษะเรียนรู้ได้ และทำงานได้เร็วด้วย เราเรียกว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาควิชาผมเอง กำลังปรับเปลี่ยนการสอนในบางวิชา เช่น การเขียนข่าว อาจต้องเป็นการสอนให้สอดคล้องกับยุค Convergence" ผศ.ดร.พจนา ทิ้งท้าย

เห็นได้ชัดว่า "Multi-Skills" คือ จุดเน้นของทั้งสามสถาบัน ซึ่ง "ไทยรัฐออนไลน์" เชื่อว่าจุดนี้ก็เป็นจุดเน้นของสถาบันทั้งหมดเช่นกัน ที่ต้องให้นิสิตนักศึกษามีทักษะการทำงานที่หลากหลาย ทำได้หลายอย่าง เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในการก้าวหน้าในสายอาชีพของตัวเอง

 

ที่มา : ไทยรัฐ