Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

สาวป.โทร้องคสช.

PDF Print
Wednesday, 23 July 2014 07:30

สาวป.โทร้องคสช.

เร่งรัดคดีถูกข่มขืน จี้เสนอปฏิรูปรฟท. หลังกรณีน้องแก้ม

ศาลนัดไต่สวนคดีฆ่าข่มขืนน้องแก้ม คุมตัว “ไอ้เกม” และเพื่อนร่วมสนับสนุนออกจากเรือนจำประจวบคีรีขันธ์ ศาลพิจารณาหลักฐานนัดสืบพยานต้นเดือน ส.ค. ส่วนฆาตกรหื่นสำนึกผิดร้องขออโหสิกรรมต่อหน้าญาติเหยื่อ ขณะที่สาวป.โทถูกข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีที่แล้วร้อง คสช.เร่งรัดคดี พร้อมเสนอปฏิรูป รฟท.เน้นความปลอดภัยเด็กและสตรี

คดีสะเทือนขวัญฆาตกรรมสยองข่มขืนน้องแก้มวัย 13 ปีบนรถไฟ ตำรวจตามจับกุมนายวันชัย หรือเกม แสงขาว อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนน้องแก้มและนายณัฐกรณ์ หรือหนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานการรถไฟฝ่ายทำความสะอาด สนับสนุนนายวันชัยลงมือข่มขืนและฆ่าเหยื่อ ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้น อาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และจำเลยที่ 2 นายณัฐกรณ์ หรือหนึ่ง ชำนาญ สนับสนุนผู้ต้องหาที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยนายวันชัยยอมรับสารภาพ ส่วนนายณัฐกรณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ศาลจังหวัดหัวหิน นางลักขณา ทองพัฒน์ แม่ของน้องแก้ม พร้อมด้วยพี่สาว พี่ชายและญาติ เดินทางมาร่วมฟังศาลพิจารณาคดีที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 โดยมีญาติของน้องแก้มใส่เสื้อยืดสีดำ ด้านหน้ามีข้อความข่มขืน=ประหาร ขณะเดียวกันนางพิมล เกื้อเม้ง อายุ 43 ปี แม่นายณัฐกรณ์ เดินทางมาที่ศาลชูป้ายขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าเป็นเขตพื้นที่ศาลไม่อนุญาตให้กระทำการดังกล่าว เกรงจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล
เวลา 09.50 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์คุมตัวนายวันชัย แสงขาว และนายณัฐกรณ์ ชำนาญ จำเลยที่ 1 และ 2 มาที่ศาลจังหวัดหัวหิน โดยขับรถห้องขังจอดที่ประตูด้านหลังอาคาร นายวันชัยและนายณัฐกรณ์อยู่ในชุดนักโทษสีน้ำตาลมีสีหน้าเคร่งเครียดเดินรวม กับนักโทษรายอื่นรวม 6 คน

เวลา 10.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 นายวันชัย หรือเกม แสงขาว ฆ่าข่มขืนและจำเลยที่ 2 นายณัฐกรณ์ หรือหนึ่ง ชำนาญ สนับสนุนผู้ต้องหาที่ 1 ตรวจสอบและพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งพยานวัตถุ พยานเอกสารและพยานบุคคลใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายไม่มีการทักท้วงในเรื่องพยานหลักฐานแต่อย่างใด ศาลนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 4 วัน คือวันที่ 6-14-15 และ 21 ส.ค. ส่วนการนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 และ 2 กำหนดในวันที่ 22 ส.ค.

ภายหลังการพิจารณาคดีปรากฏว่า นายวันชัย แสงขาว จำเลยที่ 1 แสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดหัวหินว่า จะขอกล่าวอโหสิกรรมต่อญาติของน้องแก้ม เจ้าหน้าที่ศาลจัดห้องประชุมชั้น 2 ไว้ให้ โดยนางลักขณา ทองพัฒน์ แม่ของน้องแก้มพร้อมด้วยพี่สาว พี่ชายและญาติเข้าห้องประชุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลนำตัวนายวันชัยกล่าวคำขอขมาและอโหสิกรรมโดยไม่ให้ผู้ สื่อข่าวเข้าไปภายใน จากนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นำตัวนายวันชัยและนายณัฐ กรณ์ เดินทางพร้อมด้วยนักโทษรายอื่นอีก 4 คน กลับไปขังที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) น.ส.ขวัญ (นามสมมติ) สาวนักศึกษาปริญญาโทเหยื่อที่ถูกข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีที่แล้ว เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดคดีที่อยู่ ระหว่างการดำเนินการของศาล พร้อมเสนอให้ดำเนินการป้องกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอความเป็นธรรม โดยมี พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือ

หนังสือร้องเรียนระบุว่า 1. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ควรมีการปรับโครงสร้างองค์กรในการบริหารงาน ต้องกำหนดให้มีการปฏิรูป รฟท. และบรรจุอยู่ในวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นองค์กรของรัฐ และเพื่อพัฒนาองค์กรให้ไปสู่ความเป็นสากล รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการมากขึ้น จัดทำประกันชีวิตให้กับผู้ใช้บริการในวงเงินที่สูงเพียงพอต่อการป้องกันความ เสียหาย 2. ควรแก้ไขและปรับปรุงระบบการคุ้มครองเยียวยาทางสังคม โดยเน้นความปลอดภัยของเด็กและสตรีในทุกพื้นที่ 3. ขอให้ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้หญิงที่เสียหายในคดีทางเพศด้วย

พล.ต.พลภัทรกล่าวหลังรับหนังสือว่ากรณีนี้ก็เช่นเดียวกับทุกๆ เรื่องที่ร้องเรียนมา ตนจะส่งเรื่องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และส่งเรื่องให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.และหัวหน้า ฝ่ายเศรษฐกิจดำเนินการ จากกรณีของ “น้องแก้ม” ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และส่วนที่เกี่ยวข้องก็ให้ความสำคัญในการติดตามเพื่อนำไปดำเนินการปฏิรูปให้ เกิดความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องทบทวนตัวเองและสิ่งที่ดำเนินการว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

 

ที่มา : ไทยรัฐ