Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

'หม่อมอุ๋ย' แนะรบ.ใหม่ เปิดทางเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแทนใช้งบรัฐ

PDF Print
Friday, 01 August 2014 07:41

'หม่อมอุ๋ย' แนะรบ.ใหม่ เปิดทางเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแทนใช้งบรัฐ

"หม่อมอุ๋ย" ฝากรบ.ใหม่ หามาตรการช่วยชาวนา กระตุ้นกำลังซื้อในชนบท แนะเปิดทางเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แทนใช้งบรัฐ เพื่อย่นระยะเวลา เชื่อ ศก.ครึ่งปีหลังฟื้นตัวแน่ คาดจีดีพีปีนี้โตกว่า 3% ปัดตอบนั่งเก้าอี้ขุนคลัง...

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รมว.คลัง ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปาฐกถาพิเศษในงาน "POST EXPO 2014" โดยคาดหวังว่า รัฐบาลใหม่ที่จะมาทำหน้าที่บริหารประเทศจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง ครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือชาวนาที่กำลังจะมีผลผลิตข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ออกมา ซึ่งไม่ใช่การรับจำนำข้าว แต่ควรเป็นมาตรการอื่นที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในชนบท ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พร้อมทั้ง ผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเร่งรัดโครงการที่มีการศึกษาแล้วว่าคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งควรจะจัดทำโครงการที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนแทนการใช้งบประมาณ ภาครัฐ เพื่อย่นระยะเวลาดำเนินงานให้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อภาครัฐขอความช่วยเหลือไปยังภาคเอกชน อยากจะให้ช่วยกันสนับสนุนในโครงการดังกล่าวด้วย เพราะเป็นโครงการที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชน และมองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เชื่อว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้เร่งจ่ายเงินรับจำนำข้าว ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในระบบมากขึ้น และเร่งจัดทำงบประมาณปี 58 เพื่อให้เกิดการจ้างงานและการลงทุน ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้เติบโตมากขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตได้ในระดับ 2-3%

นอกจากนั้น ยังมีการลดขั้นตอนการขออนุมัติ เรื่องสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการโรงงาน (รง.4) และเร่งอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ค้างอยู่กว่า 400 โครงการ มูลค่า 7 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันการลงทุนของภาคเอกชน โดยขณะนี้มีการอนุมัติโครงการลงทุนแล้ว 1.7 แสนล้านบาท คาดว่าจะสามารถอนุมัติโครงการได้ครบทั้งหมดภายในปีนี้

ขณะที่ปัญหาที่ไทยถูกสหรัฐฯ ปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ลงสู่ระดับ Tier 3 นั้น เชื่อว่า คสช.จะจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 9 เดือนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ไทยสามารถกลับมาค้าขายกับต่างชาติได้เหมือนเดิมอีกครั้ง ส่วนการอนุมัติแผนโครงการรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง จะเกิดการคมนาคมขนส่งรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 1 ปีครึ่งที่เหลือนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการปาฐกถา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวถึงกระแสข่าวติดโผร่วมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่า ส่วนตัวแล้วไม่ได้ติดใจกับกระแสข่าวดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมามีกระแสข่าวแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามการเข้ามานั่งในตำแหน่ง รมว.คลัง.

 

ที่มา : ไทยรัฐ