Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home เส้นทางการต่อสู้ สุวรรณภูมิ ก.ค.50 “บรรณวิทย์” ได้ทีไล่ขยี้ซีทีเอ็กซ์ อัดระบบล้มเหลว ไม่เกี่ยวกับพนักงานมือบอน

“บรรณวิทย์” ได้ทีไล่ขยี้ซีทีเอ็กซ์ อัดระบบล้มเหลว ไม่เกี่ยวกับพนักงานมือบอน

Thursday, 08 October 2009 16:21

       พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบการทำงานเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (ซีทีเอ็กซ์ 9000) จำนวน 26 เครื่อง ที่ล่าสุดมีปัญหาจำนวน 10 เครื่องไม่สามารถดำเนินการว่า ได้รับแจ้งว่าเครื่องซีทีเอ็กซ์ที่มีปัญหาดังกล่าวได้ขัดข้องมาตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. แล้ว และจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากมีไวรัสอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมแน่นอน ไม่ได้เกิดจากมีเจ้าหน้าที่นำแผ่นซีดีไปโหลดเพลงหรือดูหนังตามที่เป็นข่าว นอกจากนั้นยังได้รับรายงานว่าไวรัสที่อยู่ในระบบนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบและพบมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถฆ่าไวรัสได้


       ทั้งนี้  จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครื่องซีทีเอ็กซ์ เพื่อความรอบคอบตนในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการวิสามัญจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นเกิดจากอะไร ขั้นตอนการตรวจรับ จัดซื้อเป็นมาอย่างไร และหากมีปัญหาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงในอนาคตหากหมดอายุการรับประกันเครื่องภายใน 2 ปีที่จะหมดในปี 2552 จะมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งคณะอนุฯดังกล่าวจะต้องได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์

       นายเชาวลิต ภคอริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ สนามบินสุวรรณภูมิกล่าวยอมรับว่าสาเหตุของเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 มีปัญหานั้นเกิดจากไวรัส แต่สาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากอะไรยังไม่สามารถตรวจได้ แต่ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องที่ได้มีการส่งมอบให้กับ ทอท. เมื่อปี 2548 และเปิดใช้งานปลายปี 2549 ซึ่งช่วงนั้นได้มีการติดตั้งโปรแกรมต่างๆเพิ่มเติมอาจจะเป็นไปได้ว่าติดไวรัสตั้งแต่ช่วงนั้น

       ส่วนสาเหตุที่ ทอท.รู้ว่าเครื่องมีปัญหาเพราะว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (มัลติเพล็กซ์เซอร์) ซึ่งมี 4 เครื่องมีการเตือนที่หน้าจอว่ามีไวรัสที่ระบบ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทจีอีอินวิชั่น  จำกัดซึ่งเป็นผู้ผลิตและติดตั้งเครื่องซีทีเอ็กซ์ จึงต้องการกำจัดไวรัสโดยเลือกวันที่สนามบินสุวรรณภูมิมีการตัดไฟ ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาการขัดข้องมาจากระบบไฟแต่จริงๆ ไม่เกี่ยวกัน อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 50 ทาง ทอท.จะคุยกับจีอีว่าหลังเครื่องหมดประกันในปี 2551 ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

       ด้านนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกล่าวว่า ในช่วงที่มีปัญหาและอยู่ระยะเวลาประกันที่จะหมดในปี 2551-2552 นี้ ทางจีอีก็จะเป็นผู้รับผิดชอบการซ่อมแซมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไหล่ หรือค่าแรงหากมีปัญหาเกิดขึ้น เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของคู่สัญญาโดยตรง

       นอกจากนั้น ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังได้กล่าวถึงการขยายต่ออายุบัตรผ่าน เข้า-ออกในพื้นที่พิเศษในสนามบินสุวรรณภูมิให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร้านค้าปลอดอากร และร้านค้าในเชิงพาณิชย์ที่ขณะนี้บัตรผ่านหมดอายุว่า บอร์ด ทอท.ได้มีมติให้สนามบินสุวรรณภูมิแก้ไขปัญหาระยะสั้นโดยด่วนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ กรุ๊ปผู้เข้ามารับสัมปทานในสนามบินสุวรรณภูมิไม่ มาลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันก่อนที่ทอท. จะต่ออายุบัตรผ่าน โดยบอร์ด ทอท.มีมติให้ผู้ที่บัตรหมดอายุสามารถมาลงทะเบียนขอต่ออายุบัตรได้เลยตั้งแต่สัปดาห์เป็นต้นไป แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ที่มาขอต่ออายุบัตรจะต้องลงนามว่าการต่ออายุบัตรชั่วคราวในระยะเวลา 3 เดือนดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อคดีระหว่าง ทอท. กับ คิงเพาเวอร์

       นายศรีศักดิ์ จามรมาน นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 นั้นแสดงให้เห็นว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์ในทางปฏิบัติของไทยยังไม่ได้มาตรฐานพอ เพราะการใช้ธัมพ์ไดร์ฟหรือเครื่องเล่นเอ็มพี 3 เชื่อมต่อเข้าคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานนั้น เป็นสิ่งที่ห้ามปฏิบัติโดยเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อการติดไวรัสจากภายนอก “กรณีนี้ถือว่า ทอท.ได้เรียนรู้ถึงวิธีใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องผ่านความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อไปคงต้องรักษาความปลอดภัยให้ เข้มงวด”

       นายศรีศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีกรณีศึกษาการใช้งานคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานผิดประเภทจากผู้บริหารในหลายประเทศทั้งในอังกฤษและอเมริกา ส่วนใหญ่เป็นการดาวน์โหลดภาพโป๊ อันทำให้คอม- พิวเตอร์ของหน่วยงานติดไวรัสทำให้ผู้บริหารเหล่านั้นถูกลงโทษขั้นรุนแรงถึงถูกไล่ออกจากงานมาแล้ว ในส่วนของประเทศไทยยังไม่เคยปรากฏว่ามีกรณีลงโทษดังกล่าว อาจเป็นเพราะความ เสียหายไม่ร้ายแรงเท่า แต่กับกรณีของซีทีเอ็กซ์ถือเป็นบริการในระดับประเทศ จึงจะต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียดว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องใด.


ที่มา : ไทยรัฐ