Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home เส้นทางการต่อสู้ ปัญหาการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณถูมิ รถไฟ"แอร์พอร์ต ลิ้งค์"ป่วน รฟท.ไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

รถไฟ"แอร์พอร์ต ลิ้งค์"ป่วน รฟท.ไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

Friday, 09 October 2009 15:01

 


       "บรรณวิทย์"ประชุมร่วมกับผู้บริหาร รฟท.ก่อนประกาศไม่ต่อสัญญา "แอร์พอร์ต ลิ้งค์"พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบผู้กระทำความผิด คาดได้ข้อสรุปก่อน 7ส.ค. ด้าน รฟท.ย้ำไม่ต่อสัญญาเซ็นทรัลฯ หากให้ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม

        เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม ได้ประชุมกับผู้บริหาร การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.

        พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างสถานีมักกะสัน-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(แอร์พอร์ต ลิ้งค์)ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ที่ประชุมมีความเห็นว่าไม่ควรต่อสัญญาให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้าบีกริม(ที่มีบริษัทซิโนไทย เป็นแกนนำ)เนื่องจากโครงการล่าช้ากว่าแผน(34%)หากมีการต่อสัญญาดังกล่าวเท่ากับเป็นการยอมรับว่า รฟท.เป็นผู้ผิดที่ส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ซึ่งจะส่งผลให้รฟท. ต้องขยายระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการออกไปด้วย อีกทั้ง รฟท.จะต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยวันละ3ล้านบาทในแก่ สถาบันการเงิน รวมทั้งคณะกรรมาธิการฯกังวลว่า รฟท.จะเสียค่าโง่ในการต่อสัญญาการก่อสร้างโครงการเช่นกรณีค่าโง่ทางด่วน

        ทั้งนี้พบว่าที่ผ่านมารัฐบาลชุดก่อนมีการเร่งรัดโครงการโดยการเร่งเซ็นต์สัญญากับเอกชน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ รฟท.จะส่งมอบพื้นที่ได้ทันกำหนดระยะเวลา 30 วัน แต่การเซ็นสัญญาก็ยังเกิดขึ้นหลังจากนั้น รฟท.ก็ติดปัญหาการเวนคืนที่ดิน โดยใช้ระยะเวลาในการส่งมอบพื้นที่จริงทั้งหมด 700 วัน ทางคณะกรรมาธิการฯและ รฟท.จึงเห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

        "สำหรับการเร่งรัดการเซ็นสัญญาครั้งนี้ในสัญญาระบุว่ารฟท.จะส่งมอบพื้นที่ ให้แก่ผู้รับเหมาภายใน 90 วันถึงแม้จะรู้ไม่สามารถสางมอบพื้นที่ได้ทันแต่ผู้มีอำนาจในรัฐ บาลชุดเก่าและผู้บริหาร รฟท.บางคนก็ยังเซ็นสัญญาให้แก่เอกชนสัญญา จึงเข้าข่ายเอื้อประ โยชน์เอกชนโดยตรง "พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว

        อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯจึงได้แต่งตั้ง คณะกรรมการร่วมกันระหว่างร.ฟ.ท.กับกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง และหาผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังการเซ็นสัญญาดังกล่าวโดยกำหนดให้ได้ข้อสรุปก่อนเดือนส.ค.50ที่กำหนดครบ 900วันของการก่อสร้าง จากนั้นก็จะพิจารณากาขยายเวลาการก่อสร้างให้กับบริษัทเอกชนอีกครั้ง

        พร้อมยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการ เพราะหากหาตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบได้แล้วจึงจะเข้ากระบวนการต่ออายุสัญญาก่อสร้างต่อไป

        พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวต่อว่านอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของร.ฟ.ท.โดยเฉพาะที่ดินบริเวณที่บริษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนาเช่าอยู่ซึ่งจะหมดอายุสัญญา30 ปีในเดือนธ.ค. ซึ่งยืนยันว่าจะต้องนำเข้าสู่พ.ร.บ.รวมการงานปี2535 และเปิดให้มีการประมูลร่วมกับบริษัทอื่นที่สนใจเช่าทีดินดังกล่าว โดยคาดว่าจะทำให้ร.ฟ.ท.มีรายได้จากที่ดินบริเวณนี้กว่า60,000ล้านบาท

        ทั้งนี้ผู้บริหารของร.ฟ.ท.จะต้องทำการเจรจากับผู้บริหารของเซ็นทรัล อย่างเด็ดขาดว่า ทาง รฟท.จะไม่ต่อสัญญาการเช่าให้อีกหากเซ็นทรัลไม่จ่ายผลประโยชน์ที่เหมาะสมกับร.ฟ.ท.


ที่มา : แนวหน้า