Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home เส้นทางการต่อสู้ ปัญหากรณีแอร์เอเชีย “บรรณวิทย์” บี้คุ้ย “แอร์เอเชีย” ชี้ถ้า บ.ต่างด้าว-เพิกถอนใบอนุญาต

“บรรณวิทย์” บี้คุ้ย “แอร์เอเชีย” ชี้ถ้า บ.ต่างด้าว-เพิกถอนใบอนุญาต

Tuesday, 13 October 2009 10:35


       “บรรณวิทย์” เดินหน้าเช็กบิล “ไทยแอร์เอเชีย” เคลียร์สงสัยเป็นของคนไทยหรือสิงคโปร์กันแน่ ชี้ เป็นต่างด้าวต้องเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมทั้งคุ้ยโครงการซื้อเครื่องบินแอร์บัสฉาวของการบินไทย โยงเครือญาตินักการเมืองใหญ่ในอดีต แฉ โครงสร้างปัจจุบันมีนอมินีสอดไส้เข้ามาถือหุ้นเพียบ

 

        วันนี้ (5 ก.พ.) นายสมชาย มีเสน เลขานุการและโฆษกคณะอนุกรรมาธิการการคมนาคมทางอากาศ ชุดที่มี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน เป็นประธาน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการมีมติให้มีการสอบสวนในกรณีของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ว่า เป็นสายการบินต่างชาติจริงหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ได้ทำการขายหุ้นให้กับกองทุนเทมาเส็ก 7.3 หมื่นล้านบาท จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ว่า สายการบินไทยแอร์เอเชีย จะยังคงเป็นสายการบินของคนไทยหรือไม่

        “เรื่องนี้เงียบหายไปนาน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้เร่งรัดในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ทั้งที่เป็นเรื่องคาใจของผู้คนในสังคม ดังนั้น ทางคณะอนุกรรมาธิการจะมีการเชิญอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ, ตัวแทนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และตัวแทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.มาให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง โดยทาง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ในฐานะประธาน ก็ระบุชัดเจนว่า ต้องการทำความจริงให้ปรากฏ และไม่ต้องการให้ข้าราชการของรัฐที่เกี่ยวข้องใส่เกียร์ว่าง และหากผลการสอบสวนพบว่า ผิดจริง ก็ต้องมีการถอนใบอนุญาต แต่ถ้าไม่ผิด ก็ถือว่าเป็นการสร้างความโปร่งใสให้กับเรื่องที่อึมครึมมานาน” นายสมชาย กล่าว

        นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางคณะอนุ กมธ.ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่การบินไทยอนุญาตในการเลิกกำหนดเพดานขั้นต่ำของการบิน ที่คิดอัตรากิโลเมตรละ 2.68 บาท ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับไทยแอร์เอเชีย หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าทางไทยแอร์เอเชียได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะที่มีผู้คนโทรศัพท์เข้าไปสอบถามกันมาก ทำให้มีผลประโยชน์จากค่าโทรศัพท์อีกทางหนึ่งด้วย

        สำหรับกรณีที่ทางการบินไทยสั่งซื้อเครื่องบิน AIRBUS A380 ในวงเงิน 97 ล้านเหรียญสหรัฐฯนั้น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีการเลื่อนการส่งมอบออกไปอีก 62 เดือน ซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไขของสัญญา แต่กลายเป็นว่า เราไม่สามารถเรียกเงินชดเชยคืนได้ เพราะมีการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกันเกิดขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่จะไม่มีการคืนเป็นเงินสด แต่จะให้ไปซื้อเครื่องบินรุ่นอื่นแทน เรื่องนี้เราตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เกี่ยวข้องกับเครือญาติของนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตคนหนึ่งที่ได้ประโยชน์มหาศาลจากการจัดซื้อเครื่องบินในครั้งนี้

        “ส่วนประเด็นโครงสร้างของผู้ถือหุ้นการบินไทยนั้น เราก็จะดำเนินการตรวจสอบควบคู่กันไป เพราะขณะนี้มีนักลงทุนต่างชาติ ถือหุ้นในบริษัทการบินไทย 24% โดยยังไม่นับรวมถึงพวกนอมินีที่ถือกันอีก ส่วนกระทรวงการคลังนั้น ถือหุ้นเหลือแค่ 51% ซึ่งในที่ประชุมคณะอนุ กมธ.ได้ถกในประเด็นนี้กันแล้วเห็นว่า ความจริงแล้วทางกระทรวงการคลังต้องถือหุ้นทั้งสิ้น 70% มิใช่ 51% เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นายสมชาย กล่าวและว่า นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการการคมนาคม ที่มี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน เป็นประธาน จะมีการเดินทางไปตรวจสอบความพร้อมของสนามบินดอนเมือง ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ สำหรับการเปิดให้สายการบินในประเทศและสายการบินต้นทุนต่ำกลับไปใช้งานอีกด้วย.


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์