Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

เซ็นทรัลควรจ่ายค่าเช่า 14,000-200,000 ล้านบาท

Wednesday, 16 December 2009 17:20

"ผู้ตำหนิผู้บริหารของการรถไฟฯ และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม รวมทั้งรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งวันนี้ท่าไม่ได้เข้าเกียร์ว่างและไม่ได้เข้าเกียร์ถอยหลัง

แต่ท่านยังหารถยนต์ท่านไม่เจอว่าจอดที่ไหน ท่านยังไม่ได้ขึ้นรถเลย"

 

อีโคโฟกัส

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

เดินหน้าชนโครงการอันน่าพิศวงในกระทรวงคมนาคม พร้อมกับเปิดฉากตำหนิพฤติกรรมข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอย่างไม่สนใจใครเป็นใคร

แม้แต่รัฐมนตรีช่วยและรัฐมนตรีว่าการก็ยังถูกตำหนิว่า ผ่านมา 5 เดือน เพิ่งจะงัวเงียตื่น

 

  • กรณีที่ดินของ ร.ฟ.ท.ที่ท่านเข้าไปตรวจสอบได้รายละเอียดมาอย่างไรบ้าง

ในปี 2548 การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีหนี้สินกว่า 36,000 ล้านบาท ซึ่งจากการที่คณะกรรมาธิการคมนาคมเข้าไปตรวจสอบดูงานใน ร.ฟ.ท.แล้วพบเอกสารความไม่โปร่งใสภายในการรถไฟฯ เยอะมาก โดยเฉพาะที่ดินซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับการรถไฟฯ ได้ถึง 250,000 ไร่ เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์แบบที่เซ็นทรัลเช่าอยู่ และแบบที่จะทำมักกะสันคอมเพล็กซ์ประมาณถึง 50,000 ไร่ บริษัทที่ประเมินสินทรัพย์บอกว่า หากการรถไฟแห่งประเทศไทยบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่เพียงแค่ 50,000 ไร่ให้ดี ให้ผู้โดยสารคนยากไร้ชั้น 3 ไม่เสียตังค์ การรถไฟฯ ยังมีกำไรเลย

แค่เฉพาะที่ดินที่พหลโยธินซึ่งเซ็นทรัลเช่าอยู่เขาประเมินมูลค่าถึง 20,000 ล้านบาท ส่วนที่มันกะสันประเมินในราคา 200,000 ล้านบาทเศษ

เห็นอย่างชัดเจนว่า เฉพาะแค่ที่ดิน มูลค่าก็ปาเข้าไปไม่รู้ตั้งเท่าไร นี่ยังไม่ ร.ฟ.ท.กับเซ็นทรัลเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนต้องปฏิบัติ พ.ร.บ.ร่วมทุนคือต้องส่งเรื่องไปให้สภาพัฒน์พิจารณา มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาซึ่งที่ผ่านมารวมเจเจ มอลล์ ที่เค้าทำมาแบบไม่ถูกต้อง

  • กรณีที่ท่านและคณะกรรมาธิการเข้าตรวจสอบพื้นที่ดินที่ให้เซ็นทรัลเช่าเป็นอย่างไร

ก็แทบช็อก! เมื่อตรวจพบว่า เซ็นทรัลเช่าที่สามเหลี่ยมที่พหลโยธินพื้นที่ 47.22 ไร่ ปีละ 3 ล้านบาทเป็นเวลา 30 ปี ก็แทบช็อก เพราะว่า 3 ล้านบาทไม่ใช่ต่อเดือนนะ แต่ต่อปี และเซ็นทรัลยังพูดเอาดีเข้าตัว ที่บอกว่า 3 ล้านบาทมีบวก คือ เพิ่มปีละ 1.5% หรือปรับเพิ่มชึ้น 1.5 แสนบาทต่อปี แต่ไม่พูดว่าในปีแรกที่คุณเช่า คุณไม่จ่ายค่าเช่า ปี 2 จ่ายแค่ 25% ปีที่ 3 จ่าย 50% ปีที่ 4 เพิ่งจ่ายครบ 3 ล้านบาท แล้วปีที่ 5 เพิ่งเริ่มบวก ไม่ว่ากัน

แต่เมื่อมาดูสัญญา ก็ปรากฎว่ามีเงื่อนงำ คือในขณะที่ก่อสร้างไม่เสร็จเพิ่งเริ่มลงมีก่อสร้างปีที่ 3 ก็ขอแก้ไขพื้นที่เลย ซึ่งผิดปกติ เพราะเมื่อมีการแก้ไขพื้นที่ก็เท่ากับทำรายการธุรกิจไม่ตรงกับสัญญา สัญญาต้องถูกยกเลิกและสิ่งที่ผิดปกติหนักที่สุดคือปี 2546 (สัญญาจะหมดปี 2551) ปี 2546 เซ็นทรัลได้ต่อเติมและปรับพื้นที่เป็นเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่จ่ายราคาเดิม เวลานั้นมีข่าวลือว่าต้องจ่ายใต้โต๊ะให้รัฐบาลชุดที่แล้วและผู้มีหน้าที่เยอะแยะเลย คงจะจำกันได้ในเวลานั้น เซ็นทรัลยอมจ่ายค่าปรับให้กับการรถไฟฯ ถึง 560 ล้านบาท ตั้ง 560 ล้านบาทยังยอมมจ่าย แต่ทำสัญญาเช่า 30 ปีเป็นเงินแค่ปีละ 3 ล้านเป้นเงินแค่ 90 ล้านบาทบวก 1.5% ก็ร้อยนิดๆ แต่ว่าอีก 5 ปีจะหมดสัญญายอมจ่ายค่าปรับอีก 560 ล้านบาท คุณไม่คิดหรือว่าสัญญาค่าเช่าดังกล่าวมันผิดปกติ

นี่เล่าให้ทราบถึงเรื่องทั่วๆ ไป และที่เราแทบช็อกอีกก็คือว่า ได้ตรวจสอบพบว่ามีการเซ็นสัญญาเช่าเมื่อปี 2551 ในปี 2543 ผ่านไปเพียงแค่ 20 ปี บริษัทเซ็นทรัลทำหนังสือขอต่ออายุสัญญามา โดยคุณสุทธิเกียรติ (จิราธิวัฒน์) เป็นคนลงชื่อมาเลยขอต่ออายุสัญญา ซึ่งได้เข้าบอร์ดในขณะนั้น ตรงนี้ต้องเขียนขึ้นข้างฝาเอาไว้เลย บรรดาท่านต่อไปนี้รักประเทศชาติมาก มีคุณสมภพ อมาตยกุล พล.ต.อ.สนอง รัตรวรางกูร ซึ่งเป็นกรรมการ ร.ฟ.ท.ในขณะนั้น และผมได้เอกสารการประชุมคณะกรรมการชุดนี้มาจาก พล.ต.อ.สนอง ผมขอคารวะท่าน ที่ท่านได้ให้เอกสารชุดนี้ให้ผม ซึ่งเป็นบันทึกการประชุมว่า เมื่อเซ็นทรัลขอต่ออายุมาทำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด ที่ประชุมมีมติไม่ต่ออายุหรือขยายระยะเวลา เพราะถ้ามีการขยายเวลาหรือต่อสัญญาจะทำให้สิ่งปลูกสร้างไม่ตกเป็นของการรถไฟฯ โดยในสัญญาระบุว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาในปี 2551 แล้ว สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดระบุชัดมาก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ บ่อบำบัดน้ำเสีย ต้องตกเป็นของการรถไฟฯ ทั้งสิ้น

เรื่องนี้คนการรถไฟฯ ไม่มีใครยอมพูดเลย บอร์ดชุดจึงให้ผู้อำนวยการทรัพย์สินชื่อนายลชัย เขมมังกร ทำหนังสือตอบเซ็นทรัลไปว่าไม่สามารถต่ออายุสัญญาได้ หรือขยายระยะเวลาได้ เนื่องจากขัดต่อระเบียบ เรื่องรายน่าจะยุติแล้ว แต่เซ็นทรัลก็มีความอดทนเพราะเค้าเป็นพ่อค้า ซึ่งหลังจากนั้นอีก 1 ปี หมดวาระคณะกรรมการชุดนี้ไป ขอต่อสัญญาอีกแล้ว คราวนี้ก็ได้รับการพิจารณาเลย เราไม่มีการพูดกันว่าทรัพย์สินจะตกเป็นของเซ็นทรัลอย่างไร ทุกคนก็ไม่พูดเรื่องนี้เลย อยากดูนัก หัวใจของพนักงานการรถไฟฯ  ที่ทำงานเรื่องนี้ หัวใจท่านทำด้วยอะไร ท่านขาดทุนอยู่ 36,000 ล้านบาท ท่านจะเอาผลประโยชน์ส่วนตัวหรืออย่างไร

  • กรณีนี้ได้ถามหรือติติงกับ ร.ฟ.ท.อย่างไรบ้าง

คณะกรรมาธิการก็ได้ทำเรื่องส่งไปที่ ร.ฟ.ท.ให้ยุติสัญญา ซึ่งกรณีนี้เราก็ไปพบว่าทางเซ็นทรัลได้ทำหนังสือไปยังการรถไฟฯ บอกให้การรถไฟฯทำหนังสือถามความคิดเห็นจากอัยการ ซึ่งอัยการได้ตอบมาว่า สัญญา ร.ฟ.ท.ไม่ได้ทำ แต่เซ็นทรัลก็ยังทำหนังสือมาบอกให้ ร.ฟ.ท.ขอความคิดเห็นไปยังกฤษฎีกาเพื่อคัดค้านอัยการ ซึ่งการรถไฟฯ ก็น่ารักปฏิบัติตามทันที และครั้งนี้ทางกฤษฏีกาได้ตอบมาว่า นอกจากจะปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 แล้ว ยังต้องไม่มีข้อผูกพันใดๆ กับเซ็นทรัลอีกด้วย

เรื่องก็เงียบไป แล้วหลังจากนั้นการรถไฟฯ ก็ได้มีการสอบถามไปยังกฤษฏีกาใหม่ แต่ตรั้งนี้ตัดตอนเพราะภามแต่เพียงในสัญญาข้อ 8 ซึ่งระบุว่าเมื่อสัญญาหมดอายุลงให้พิจารณาต่อสัญญากับเซ็นทรัลไปเลย ถามเฉพาะข้อความนี้ว่าการรถไฟฯ ต้องปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งกฤษฏีกาก็ต้องตอบว่าทำตาม เพราะไม่ได้ถามอะไรมาเลย ไม่ได้ถาม พ.ร.บ.ไม่ได้ถามอะไรมาเลย ก็ตอบทำให้ยึดถืออันนี้ เห็นมั้ยว่ามีการหมกเม็ดกัน

เมื่อผลไปเจอจึงได้ทำหนังสือขอให้ชะลอการต่อสัญญา โดยผมอ้างมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการคมนาคม แทนที่การรถไฟฯ โดยผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันพิจารณา กลับตั้งคณะกรรมการเพื่อที่จะต่อสู้กับกรรมาธิการคมนาคม โดยมีหนังสือหลุดออกมาถึงเรา มีการใส่ของแหละหลุดมาถึงเรา แทงโดยรักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ เขียนมาบอกว่าเนื่องจากคณะกรรมาธิการไปโจมตีบริษัทเซ็นทรัลให้หาทางตั้งนักกฎหมายเพื่อหาทางสู้กับเรา ผมก็ถามกับท่านรัฐมนตรีช่วย ทำไมลูกน้องท่านทำอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยก้ตอบไม่ได้ อ้ำๆ อึ้งๆ ตอบแต่ว่า ต้องรอกฤษฏีกาก่อน

  • คิดว่า ถ้าจะต่อสัญญา เซ็นทรัลควรจะจ่ายค่าเช่าให้ ร.ฟ.ท. เท่าไหร่

เมื่อมาบุญครองต่ออายุสัญญากับจุฬาฯ มาบุญครองจ่ายจุฬาฯ 14,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่พื้นที่ตรงนั้นมีเพียง 50% ของพื้นที่ดินที่เซ็นทรัลเช่าการรถไฟฯ ในขณะนี้ ดังนั้น ถ้าเราเปิดกว้างก็ต้องได้มากกว่า 14,000 ล้านบาท หรืออาจจะไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ต้องพิจารณาอีกที และถ้าได้เงินจำนวนนี้มา ผมบอกกับทุกคนว่า สิ่งแรกที่จะทำคือ ก็จะไปอำนวยความสะดวกให้กับผู้ยากไร้ที่โดยสารรถไฟชั้น 3 รัฐบาลมีหน้าที่ต้องสนับสนุน ค่ารถไฟไม่ควรที่จะปรับเพิ่มขึ้น จะต้องเป็นกลุ่มที่มีเงิน และมีทางเลือกทางอื่นในการเดินทางได้ จากนั้นจะมาตั้งโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟที่ยุบเลิกไป โดยจะร่วมกับสถาบันราชภัฏเพื่อทำให้ได้ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิด้วย และจะเข้าไปดูแลสวัสดิการชั้นผู้น้อย ส่วนการพัฒนารถไฟเป็นรางคู่นั้นควรที่จะพัฒนาให้จบในสมัยนี้ เพราะไม่มีการเมืองเข้าแทรก สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้ตั้งบริษัทสินทรัพย์ก็ยังไม่ได้ทำ คือปัจจุบันไม่มีการทำอะไรเลย

ผลตำหนิผู้บริหารของการรถไฟฯ และผู้บริหารกระทรวงคมนาคมรวมทั้งรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งวันนี้ท่านไม่ได้เข้าเกียร์ว่าง และไม่ได้เข้าเกียร์ถอยหลัง แต่ท่านยังหารถยนต์ท่านไม่เจอว่าจอดที่ไหน ท่านยังไม่ได้ขึ้นรถเลย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการได้เอาเอกสารทั้งหมดที่รวบรวมเสนอให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา

  • ท่านยังยืนยันกรณีทุจริตในโรงแรมสุวรรณภูมิหนักแน่น ตอนนี้ไปถึงไหน

ในฐานะที่ผมเป็นประธานบริหารโรงแรม ผมได้มีการประชุมไป 3 ครั้งแล้ว คาดว่าประชุมอีก 2 ครั้งก็จะยุติ โดยคณะกรรมการ (บอร์ด) โรงแรมดำเนินการเอง ในฐานะที่เราเป้นบริษัทจำกัด และมีผู้ถือหุ้นทั้ง ทอท.  60% การบินไทย 30% และกรุงไทย 10% ความผิดที่ชัดเจนคือ บริษัท Universal hospitality (UH) ไม่ได้ซื้อซองประมูลแต่ได้รับการคัดเลือก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วไม่ต้องไปดู 2-3 อีกว่ามีอะไรบ้าง ทำไมต้องจ่ายค่าจ้างบริหารถึง 6.5% ทั้งที่ตลาดทั่วไปคิดกับแค่ 1.5%-2.5% ทำกันอย่างนี้เราลงทุนสร้างโรงแรม 2,400 ล้านบาท เราต้องขาดทุนไปอีก 10 ปี ดังนั้น กรณีนี้ผมขอประชุมคณะกรรมการของโรงแรมอีกเพียง 2 ครั้งก็จะสรุป ซึ่งก็คงยกเลิกสัญญา หลังจากนั้นก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป

ที่มา : ไทยโพสต์ (วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2550)