Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ วาทะนายพลคนกล้า “บรรณวิทย์” แนะ ผบ.ทบ. เร่งตรวจสอบระเบิดสำนักงานอัยการ-ศาล โยงชายแดนใต้

“บรรณวิทย์” แนะ ผบ.ทบ. เร่งตรวจสอบระเบิดสำนักงานอัยการ-ศาล โยงชายแดนใต้

Monday, 17 March 2014 15:56

alt

     พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเที่ยงวันนี้เตือนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้เร่งตรวจสอบระเบิดที่วางหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานส่งเสริมตุลาการ เพราะปรากฏตามรายงานข่าวชัดเจนว่าเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

     พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าตนเคยเปิดเผยข้อมูลว่าคนโตใน ศอ.บต. ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชายชุดดำ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกก็ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนมาแล้ว ว่าขบวนการคนชุดดำของรัฐบาลเป็นพวกเดียวกับพวกที่ก่อเหตุเมื่อปี 2553 โดยมีข้อมูลว่าคนโตใน ศอ.บต. ได้ไปประชุมร่วมกับนักการเมืองคนสำคัญบนเกาะแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออก เกี่ยวกับการประสานงานและจัดกำลังคนที่เป็นผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาร่วมก่อการในกรุงเทพมหานคร และหลังจากนั้นก็ปรากฏข่าวการจับรถที่แจ้งหายแล้วเอามาจอดไว้ในพื้นที่ชุมนุมของ คปท. มีลักษณะเตรียมการทำคาร์บอมบ์ และปรากฏว่าในการวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายครั้ง ได้ใช้วัสดุอุปกรณ์และจัดทำในรูปแบบเดียวกันกับที่ทำในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

     พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าในฐานะที่ตนเองเป็นทหาร สามารถยืนยันได้ว่าขณะนี้ระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ของขบวนการคนชุดดำนั้นมีสองแบบ แบบแรกคือใช้ M79 และอาวุธสงคราม ไม่ว่าจะเป็น M16 หรืออาก้า และระเบิดชนิดต่าง ๆ ในการปฏิบัติการ ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้มีการตรวจพบว่าลำเลียงมาจากเขมร ซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้บัญชาการหน่วยซีลได้เปิดเผยไว้ และบางส่วนยังได้มาจากชายแดนพม่าอีกด้วย ส่วนแบบที่สองเพิ่งปรากฏขึ้นมาหลังข่าวคนโตของ ศอ.บต. ไปประชุมกับนักการเมืองบนเกาะในพื้นที่ภาคตะวันออก นั่นคือการวางระเบิดแสวงเครื่อง แบบเดียวกับที่ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้วางระเบิดทำร้ายทหาร ตำรวจ และประชาชน ตลอดมา การพบระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักถึง 15 กิโลกรัม 2 ลูกในวันนี้ที่วางหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และหน้าสำนักส่งเสริมตุลาการ และมีรายงานข่าวว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเดียวกับที่ใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สะท้อนให้เห็นว่ามีการท้าทายกองทัพไทย และทหารไทยอย่างรุนแรงมาก ผมถือว่าเป็นการเหยียบหน้าทหารชนิดที่ไม่มีความเกรงใจหลงเหลืออยู่เลย ทำให้พื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงกลายเป็นสมรภูมิแบบเดียวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลองนึกดูว่าถ้าระเบิด 15 กิโลกรัมระเบิดขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ปฏิบัติการเหล่านี้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ที่กองทัพจะต้องพิจารณาดูแลรับผิดชอบ

 

     พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวอีกว่าเมื่อมีการประสานงานนำผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมก่อการในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงและรุนแรงมาก ใครเป็นอริราชศัตรูกองทัพก็ต้องรู้ และต้องรีบจัดการก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้.