Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ โกงบ้านกินเมือง "ปู"ลนลานดิ้นสู้โกงข้าว อ้อนป.ป.ช.ตรวจสต๊อก จ่อฟันคนอคส.งาบข้าวถุง

"ปู"ลนลานดิ้นสู้โกงข้าว อ้อนป.ป.ช.ตรวจสต๊อก จ่อฟันคนอคส.งาบข้าวถุง

Thursday, 24 April 2014 11:59

"ปู"ลนลานดิ้นสู้โกงข้าว อ้อนป.ป.ช.ตรวจสต๊อก จ่อฟันคนอคส.งาบข้าวถุง

ASTVผู้จัดการรายวัน-"ปู"โพสต์เฟซขอความเป็นธรรม ป.ป.ช. ตรวจสต๊อกข้าวให้ถูกต้อง ก่อนชี้มูลความผิด "ยรรยง" รับหน้าส่งหนังสือ ยืนยันข้าวไม่ได้หาย แค่ยังไม่ได้ลงบัญชี ด้านทนายยื่น ป.ป.ช. ขอเพิ่มพยานอีก 7 ปาก ส่วนประมูลข้าวเอเฟต มีผู้ยื่นซื้อ 14 ราย รอบนี้ให้ราคาดี คาดสิ้นพ.ค. ขายได้ครบ 1 ล้านตัน ตั้งแท่นชง กกต. ขออีก 4 หมื่นล้านจ่ายจำนำ จ่อสั่งฟันกราวรูด รองผอ.อคส. อดีตผอ. ยันเจ้าหน้าที่ เหตุพบทุจริตทำข้าวถุง

วานนี้ (23 เม.ย.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก Yingluck Shinawatraว่า ในกรณีโครงการรับจำนำข้าวนั้น การที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่ได้นำข้าวที่อยู่ในครอบครองขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อการเกษตรกร (อ.ต.ก.) จำนวน 2.977 ล้านตันข้าวสาร มารวมคำนวณทางบัญชีด้วย โดยอ้างว่าข้าวสูญหายนั้น ความจริงแล้วมิได้สูญหายจึงต้องนับว่าสต๊อกนั้นมีอยู่ การไม่นำมารวมคำนวณจึงเป็นการไม่ถูกต้อง และไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่า ข้าวดังกล่าวสูญหาย ดังนั้น การตรวจสอบสต๊อกให้ถูกย่อมเป็นภารกิจที่สำคัญ และจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ไม่ได้เชื่อเพียงคำกล่าวอ้างดังที่ปรากฎเป็นข่าว

จึงได้มอบหมายให้ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ด้วยการตรวจสอบว่าข้าว 2.977 ล้านตันข้าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองของ อคส. และ อ.ต.ก. สูญหายจริงหรือไม่ และเพื่อจัดทำเป็นรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นก่อนการพิจารณาและสรุปสำนวนต่อไป

"การที่ดิฉันขอให้ดำเนินการเช่นนี้ ก็เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำรงความยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ทั้งเป็นการให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาคือตัวดิฉัน ซึ่งมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ได้พิสูจน์ความถูกต้องแท้จริงของข้อกล่าวหา ตามมาตรฐานสากลและการปฎิบัติที่เท่าเทียมกัน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ

นายยรรยงกล่าวภายหลังการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศใหม่ทั้งหมด จะได้รู้ว่าข้าวไม่ได้หายไป เพราะถ้า ป.ป.ช. ยึดข้อมูลของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี จะทำให้ความเสียหายของรัฐบาลมีมาก แต่ถ้าเอาข้าวเกือบ 3 ล้านตันมารวมด้วย ความเสียหายก็จะลดลงอีกกว่าแสนล้านบาท

"กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบแล้ว ข้าวไม่ได้หายไป แต่ที่ยังไม่ได้นำมาลงบัญชี เพราะข้าวอยู่ระหว่างการเดินทาง เช่น การสีแปรข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร การส่งมอบข้าวเข้าโกดังกลาง แต่เมื่อพ้นระยะเวลาปิดบัญชีไปแล้ว จึงทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าข้าวอยู่ที่ใดบ้าง ซึ่งก็หวังว่า ป.ป.ช. ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จะพิจารณารับข้อเสนอของรัฐบาลในการตรวจสอบสต๊อกใหม่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดมาประกอบการพิจารณากรณีของนายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้น จะทำให้การพิจารณาของป.ป.ช.ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นธรรม"นายยรรยงกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบสต๊อกของรัฐบาลเมื่อวันที่ 17-28 มี.ค.2557 มีข้าวอยู่ทั้งสิ้น 19.91 ล้านตัน

นายยรรยงกล่าวถึงผลการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาส่วนต่าง (ค่าเบสิส) ข้าวสารสต๊อกรัฐบาลผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ครั้งที่ 10 ปริมาณ 2.12 แสนตัน ว่า มีผู้ประกอบการยื่นซองเสนอราคารวมทั้งหมด 14 ราย แต่เป็นการยื่นซื้อเฉพาะข้าวขาว 5% เพียงอย่างเดียว ปริมาณ 1.62 แสนตัน ในราคาส่วนต่างตั้งแต่ลบ 2 บาท/กก. ถึงลบ 4 บาท/กก. ซึ่งการยื่นซองเสนอราคาครั้งนี้ ถือว่าน่าพอใจ เพราะได้ราคาดี และมีผู้เข้าร่วมมากราย จากเดิมเอกชนในวงการค้าข้าวคาดว่าคนจะมาประมูลเอเฟตน้อย แต่ความเป็นจริงแล้วเอกชนยังคงสนใจซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาลอยู่

ทั้งนี้ จะมีการเปิดประมูลข้าวผ่านเอเฟตอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 8 พ.ค. กับ 23 พ.ค. ครั้งละ 2 แสนตัน ซึ่งมั่นใจว่าจะระบายข้าวผ่านเอเฟตได้ 1 ล้านตันตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะก่อนหน้านี้ ได้อนุมัติขายไปแล้ว 5.47 แสนตัน

ส่วนกรณีที่สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ยื่นหนังสือให้รัฐบาลของบกลางเพิ่มเติมอีก 4 หมื่นล้านบาท มาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนา ในหลักการทาง รมว.พาณิชย์ เห็นด้วย แต่ต้องรอจังหวะที่จะเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เนื่องจากขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังคืนเงินงบกลางที่ยืมมา 2 หมื่นล้านบาท ไม่ครบตามจำนวน อาจทำให้ กกต. ไม่พิจารณา ดังนั้นในระหว่างนี้จะทำแผนในการยืมงบ 4 หมื่นล้านบาทรอบรับไว้ เมื่อคืนงบกลาง 2 หมื่นล้านบาทครบ ก็จะเสนอกกต.อนุมัติยืมงบกลางก้อนต่อไป

นายยรรยงกล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตในโครงการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนของกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดนายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้สอบปากคำพยานเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการทำรายงานสรุปผลการสอบสวนเสนอให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รวมถึงตน พิจารณา น่าจะเสนอมาให้พิจารณาได้ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ได้รับรายงานในเบื้องต้นว่า เจ้าหน้าที่ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เช่น รองผู้อำนวยการ อคส.ที่ถูกสั่งพักงานชั่วคราว , ผู้อำนวยการอคส.คนก่อน ที่เสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการรายอื่นๆ พบว่าเข้าข่ายมีความผิด ทั้งความผิดทางกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง และทางวินัย ซึ่งแม้ผู้อำนวยการคนก่อนจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่หากผลสอบออกมาพบว่า มีความผิดทางแพ่ง ก็ต้องพิสูจน์ทรัพย์ขณะมีชีวิตอยู่ว่าได้มาจากโครงการนี้หรือไม่ ถ้าใช่ก็จะยึดทรัพย์ หรือนำมาชดใช้ความเสียหายให้แก่ราชการ

วันเดียวกันนี้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อขอเพิ่มเติมพยานอีก 7 ปาก กรณีไต่สวนข้อกล่าวหาเพิกเฉยไม่ตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงาน, พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร., นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรฯ ,นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย, พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตกรรมการป.ป.ช., นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในฐานะจัดทำนโยบายโครงการรับจำนำข้าว และนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ นักวิชาการอิสระ ผู้ศึกษากลไกการตลาดข้าว ด้วยเหตุผลความจำเป็นในฐานะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ถือว่าการไต่สวนพยานทั้ง 7 ปาก ไม่ได้ทำให้การไต่สวนล่าช้า แต่จะทำให้ ป.ป.ช.ได้รับทราบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายครบถ้วน ทำให้การไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือแทน กล่าวว่า จะได้นำเรื่องดังกล่าวสรุป และนำบรรจุเป็นวาระเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ให้พิจารณาในการประชุมวันที่ 24 เม.ย. ส่วนผลเป็นอย่างไร ต้องแล้วแต่มติที่ประชุมป.ป.ช. เพราะเท่าที่ทราบรายชื่อที่เสนอมานั้น เคยยื่นมาก่อนหน้าแล้ว และการยื่นครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3

 

ที่มา : Daily News