Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home ข่าวสาร ข่าวสาร สธ.เตรียมเสนอพิจารณาออกใบขับขี่ ผู้ป่วย3โรค“ลมชัก จิตเภท อัลไซเมอร์”

สธ.เตรียมเสนอพิจารณาออกใบขับขี่ ผู้ป่วย3โรค“ลมชัก จิตเภท อัลไซเมอร์”

Wednesday, 18 June 2014 09:36

สธ.เตรียมเสนอพิจารณาออกใบขับขี่ ผู้ป่วย3โรค“ลมชัก จิตเภท อัลไซเมอร์”

ความคืบหน้าวันนี้ (12 มิถุนายน 2557)  นายแพทย์ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนวังน้ำขาวชินูปถัมภ์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เกิดอาการลมชักขณะขับรถ จนพุ่งชนนักเรียนเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 7 ราย นั้น อุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข เพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งการบาดเจ็บและเสียชีวิต ในส่วนของกระทรงวสาธารณสุขซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้เจ็บป่วย เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ และนอกจากโรคลมชักแล้ว ยังมีอีกหลายโรคที่ไม่ควรขับรถเช่นกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อเสนอกรมการขนส่งทางบก ในการพิจารณาเข้มงวดในออกใบอนุญาตขับขี่รถแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว 3 โรค ได้แก่ ลมชัก อัลไซเมอร์ และจิตเภท เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ออาการกำเริบจากการได้รับสิ่งกระตุ้นเฉียบพลัน ระหว่างขับรถได้ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีหลายหน่วยงานเป็นคณะกรรมการ  โดยมอบหมายให้นายแพทย์นพพร  ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ดำเนินการ

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวนั้น จะต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์และมีใบรับรองว่าสามารถควบคุมโรคได้ดี โดยได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์และกินยาอย่างสม่ำเสมอจึงจะสามารถออกใบขับขี่ ให้ได้    สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักนั้นพบได้ประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั่วไป ขณะนี้ทั่วประเทศมีขึ้นทะเบียนรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 62,934 ราย ในการดูแลควบคุมอาการขอแนะนำให้กินยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง อย่าหยุดยาเอง ไปตรวจตามนัดทุกครั้ง อย่าเปลี่ยนแพทย์เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ขอให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดอาการชักได้ ได้แก่ การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ การทำงานตรากตรำ  อดอาหาร การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ การเข้าไปในที่มีเสียงอึกทึก มีแสงจ้าหรือแสงไฟกระพริบ วูบวาบ  หากมีไข้สูง ต้องรีบกินยาลดไข้ และเช็ดตัวให้ไข้ลดลง มิเช่นนั้นอาจกระตุ้นให้ชักได้   ทั้งนี้ฝากเตือนญาติผู้ป่วย ที่เป็นโรคที่กล่าวมา ให้ระมัดระวัง ดูแลให้ผู้ป่วยกินยาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งไม่ควรให้ผู้ป่วยขับรถ

ที่มา : แนวหน้า