Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ ประชาชนร้องทุกข์ รันทด!แม่ร้องสื่อ ลูกป่วยประหลาด ขุดมันขายยังชีพ วอนคนใจบุญช่วย

รันทด!แม่ร้องสื่อ ลูกป่วยประหลาด ขุดมันขายยังชีพ วอนคนใจบุญช่วย

Wednesday, 24 September 2014 15:52

รันทด!แม่ร้องสื่อ ลูกป่วยประหลาด ขุดมันขายยังชีพ วอนคนใจบุญช่วย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ผู้สื่อข่าวรับเรื่องร้องเรียนจากนางคำฮู้ พันธะเสน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.2 บ้านจุมจัง ต.จุมจัง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ว่า มีฐานะยากจนและต้องเลี้ยงลูกสาวพิการป่วยเป็นโรคประหลาดเกี่ยวกับสมอง ทำให้ลูกสาวนอนและนั่งชักกระตุก ล้มลุกคลุกคลานหัวฟาดพื้น จนต้องสวมหมวกกันน็อกตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้ ได้ทำเรื่องกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้ทุพพลภาพหรือผู้พิการนานกว่า 9 เดือนแล้ว แต่กลับไม่ได้เงินช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่าย เพราะนอกจากต้องเลี้ยงลูกพิการแล้ว ยังต้องเลี้ยงดูนางปัด เหล่าสุภาพ อายุ 85 ปี มารดา ที่อายุมากด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ

หลังรับเรื่อง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านนางคำฮู้ พบว่าเป็นบ้านชั้นเดียว สภาพทรุดโทรม โดยนางคำฮู้และนางปัด มารดา กำลังช่วยกันป้อนข้าวป้อนน้ำน.ส.ภัชรา พันธะเสน อายุ 28 ปี หรือน้องนุ้ย ลูกสาวของนางคำฮู้ ระหว่างป้อนข้าวน้องนุ้ยที่นอนอยู่ พยายามลุกขึ้นนั่ง แต่มีอาการชักกระตุก ล้มลุกคลุกคลานดิ้นไปทั่วพื้นบ้าน หัวฟาดพื้น ทำให้หัวบวม และมีแผลถลอกตามร่างกาย ที่ศีรษะสวมหมวกกันน๊อค ป้องกันหัวกระแทกพื้น สร้างความน่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

สอบถามนางคำฮู้ ทราบว่า มีลูกทั้งหมด 3 คน คนโตและคนเล็กเป็นผู้ชาย มีครอบครัวและไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนสามีเสียชีวิตไปแล้ว 2 ปี น้องนุ้ยเป็นลูกคนกลาง โดย 4 ปีก่อน ตนกับน้องนุ้ยไปทำงานรับจ้างของบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ต่อมาน้องนุ้ยเริ่มป่วยเป็นโรคประหลาด เริ่มจากมีอาการปากเปี้ยว เดินล้มลุกคลุกคลาน เหมือนแขนขาไม่มีแรง จนต้องออกจากงาน กระทั่งต้นเดือนมกราคม 2557 น้องนุ้ยอาการหนักขึ้นไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ แขน ขาลีบ พร้อมกับมีอาการชักกระตุก ล้มลุกหัวฟาดพื้น เพราะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จนหัวปูดบวม ร่างกายถลอกเป็นแผล ตนต้องนำหมวกกันน็อกมาใส่ให้ ป้องกันสมองกระทบกระเทือน

ก่อนหน้านี้ พาไปรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ แต่ไม่สามารรถรักษาได้ อาการทรุดหนักกว่าเดิม แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร ระบุเพียงว่าเป็นอาการของโรคทางสมอง ร่วมกับมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติตลอดเวลา ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่ชัดเจน ทำได้เพียงให้ยาลดการเคลื่อนไหวผิดปกติเท่านั้น

นางคำฮู้ กล่าวต่อว่า หลังลูกสาวป่วยเป็นโรคประหลาด ตนไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมจ.กาฬสินธุ์ เมื่อต้นเดือนมกราคม 2557 เพื่อเป็นบุคคลทุพพลภาพหรือพิการ พร้อมจ่ายเงินค่าประกันสังคมทุกเดือนๆละ 432 บาท ซึ่งจะได้เงินช่วยเหลือครึ่งหนึ่งของเงินเดือน โดยน้องนุ้ยมีเงินเดือน 7,122 บาท ก็จะได้ประมาณ 3,561 บาท เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกสาวทำประกันสังคมไว้ เพราะต้องการเงินมาเป็นค่ารักษา ค่ารถไปโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายในครอบครัว กระทั่งผ่านมา 9 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือบุคคลทุพพลภาพจากประกันสังคมแม้แต่บาทเดียว ตนสอบถามเจ้าหน้าที่ไปหลายสิบครั้ง ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง ล่าสุดเจ้าหน้าที่บอกว่ารอผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เซ็นอนุมัติอยู่  ไม่ทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่สนใจและเรื่องถึงล่าช้าขนาดนี้

นางคำฮู้ กล่าวอีกว่า แม้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยแม่ก็ต้องอดทนเลี้ยงดูลูกสุดความสามารถ ทุกวันนี้ต้องนอนดึก ตื่นตี 3 เพื่อออกไปหาปลา ขุดหัวมันมาทำอาหารและนำไปขายได้ครั้งละ 60-100 บาท นำเงินมาซื้อข้าวสารเลี้ยงลูกและแม่วัย 85 ปี ชีวิตลำบากมาก แต่เห็นสภาพลูกทีไรก็ต้องอดทน เพราะสงสารไม่อยากให้ลูกอดตาย เป็นไปได้ตนยอมป่วยหรือตายแทนลูก

“แต่ที่ไม่เข้าใจคือ เรื่องเงินทุพพลภาพของประกันสังคมจ.กาฬสินธุ์ ทำไมไม่ยอมจ่ายให้สักที จะได้นำมาเป็นค่ารักษาและเลี้ยงชีวิต อยากให้เจ้าหน้าที่มาดูสภาพลูกสาวว่าน่าสงสารแค่ไหน ”นางคำฮู้กล่าวทั้งน้ำตา

 

ที่มา :  แนวหน้า