Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ โกงบ้านกินเมือง ไร่ละพันส่งกลิ่นทุจริต บิ๊กต๊อกลั่นฟันไม่เลี้ยง มาร์คหนุนทวงเงินปู

ไร่ละพันส่งกลิ่นทุจริต บิ๊กต๊อกลั่นฟันไม่เลี้ยง มาร์คหนุนทวงเงินปู

Tuesday, 02 December 2014 08:20

ไร่ละพันส่งกลิ่นทุจริต บิ๊กต๊อกลั่นฟันไม่เลี้ยง มาร์คหนุนทวงเงินปู

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่หอประชุมกองทัพเรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมนาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 โดยมีภาคีเครือข่ายป้องกันปราบปรามการทุจริตเข้าร่วมกว่า 500 คน

ชูปราบโกงวาระแห่งชาติฟันไม่เว้น

โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องนโยบายป้องกันการทุจริตในภาครัฐตอนหนึ่งว่า ความคิดป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นสิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดเป็นโรดแม็พตั้งแต่เข้าสู่อำนาจ กระทั่งประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 และกำหนดไว้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรด้วย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เน้นว่า การป้องกันทุจริตเปรียบเสมือนยาดำแทรกอยู่ในทุกเรื่องทั้งการเมือง การปกครองท้องถิ่น เศรษฐกิจ และยืนยันว่ารัฐบาลจะทำให้ได้ พร้อมเปิดโอกาสให้จับตาเฝ้าระวัง

รองนายกฯยังกล่าวด้วยว่า จากผลสำรวจของหน่วยงานต่างๆที่จัดลำดับการทุจริตและให้คะแนนประเทศต่างๆ เมื่อปี 2556 ปรากฎว่า ไทยได้คะแนนทุจริต 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 และได้อันดับ 102 แสดงให้เห็นถึงความตกต่ำด้านการป้องกันทุจริตของประเทศ และชี้ชัดว่ายังมีการทุจริตในระบบราชการ ระบบการเมือง ฉะนั้นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงยกเรื่องการป้องกันทุจริตเป็นเรื่องใหญ่กำหนดไว้ในด้านที่ 10 และ 11 ซึ่งมีนโยบายชัดเจน 3 แนวทางคือ ปฎิรูปกฎหมาย ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม สร้างเครือข่ายภาคีต้านทุจริต มีป.ป.ช.เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก และสร้างคุณธรรมปลูกฝังความรู้ความคิดค่านิยมป้องกันทุจริต

“ในการดำเนินการ ป.ป.ช.คงดำเนินการลำพังไม่ได้ ต้องประสาน 4Pคือ Prime Mover คือ ป.ป.ช.Power คืออำนาจรัฐหรือรัฐบาล Public คือสาธารณชน และ Private คือภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนและต้องมีเป้าหมายชัดเจน กำหนดแนวทางร่วมกัน โดยยกระดับป้องกันทุจริตเป็นวาระแห่งชาติจริงๆ และยืนยันว่าไม่ว่าเป็นใคร มีอิทธิพลแค่ไหน ถ้าทุจริตคอร์รัปชั่น รัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายไม่เว้น”นายวิษณุกล่าว

“บิ๊กต๊อก”รับไร่ละพันได้เค้าโกง

ด้านพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมกล่าวหลังสัมมนาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 หัวข้อบทบาทของภาคีทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่า การขยายผลทุจริตโครงการสนามฟุตซอล เป็นผลจากความร่วมมือของศูนย์อำนวยการต่อต้านและการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่บูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งป.ป.ช. ปปท. ดีเอสไอและอื่นๆให้มีอำนาจตรวจสอบร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้โครงการสนามฟุตซอลเป็นมาตรฐานดำเนินการกับผู้ทุจริต และจะให้โครงการจ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1000 บาท เป็นมาตรฐานของแนวทางป้องกันการทุจริต พร้อมสั่งให้ติดตามการทำงานของหน่วยงานในสังกัด ถ้าพบทุจริตในโครงการใดขั้นตอนใดจะดำเนินการเด็ดขาดทั้งผู้ให้และผู้รับ อีกทั้งยังยอมรับว่า โครงการของรัฐบาลในการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท เริ่มมีสัญญานทุจริตในบางพื้นที่ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นภาคใด เพราะอาจเป็นการชี้นำการทำงานขององค์กรที่ดูแลเรื่องดังกล่าวซึ่งอยู่ ระหว่างดำเนินงาน

จ่อถก“วิษณุ”สังคายนากม.

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า แนวโน้มการทุจริตคอร์รัปชั่นปัจจุบันถึงขั้นวิกฤตมีการใช้กฏหมายเป็นเครื่อง มือทำการทุจริตของภาครัฐ ซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สังคายนากฏหมาย โดยเฉพาะกฏหมายที่เกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้าง การเสนอให้ข้าราชการยื่นบัญชีทรัพย์สิน การกำหนดเวลาดำเนินคดีทุจริตคอร์รัปชั่น และอาจตั้งศาลพิเศษเพื่อดำเนินการกับคดีทุจริตรูปแบบเดียวกับกฏหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส. อาทิ กฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีไปต่างประเทศ ยืนยันรัฐบาลตั้งใจทำเต็มที่

ปปช.รอถกอสส.รอบ4คดีข้าว

ส่วนความคืบหน้าการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่าย ป.ป.ช.และฝ่ายอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาข้อไม่สมบูรณ์สำนวนคดีอาญาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในโครงการรับจำนำข้าวนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากคณะทำงานฝ่าย อสส.ว่าจะประชุมครั้งที่ 4 วันไหน เพราะต้องรอให้อสส. พิจารณารายงานผลประชุมครั้งที่แล้วอย่างละเอียดก่อน เพราะยังมีข้อสงสัยบางประเด็น แต่ขณะนี้ไม่มีการสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมแล้ว มีเพียงพยานเอกสารบางชิ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับการชี้มูลในสำนวนคดีที่ไม่มีเรื่องการทุจริตตามที่มีกระแสข่าว ซึ่งคงต้องรอหารือในครั้งต่อไปให้ชัดเจนและจะดำเนินการอย่างไร

มาร์คหนุนฟ้อง“ปู”จ่ายหนี้จำนำ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยสปริง นำโดย นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตส.ว.กทม.ทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดผู้มี ส่วนกระทำการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และให้ชดใช้เงินค่าเสียหายจากการโครงการจำนวน 5.1 แสนล้านบาท เพราะเป็นความเสียหายส่วนรวมที่รัฐบาลต้องดูแลแทนประชาชน ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระของชาวบ้านผู้เสียภาษี โดยหลักการแล้วคนที่สร้างความเสียหายต้องรับผิดชอบ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าคนที่ใช้อำนาจแทนประชาชนทำความเสียหายแต่ภาระกลับ ตกอยู่กับประชาชน อีกทั้ง ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดกู้เงินมาหรือการออกพันธบัตร 5 หมื่นล้านบาทมาเพื่อชำระหนี้จำนำข้าว เนื่องจากภาระความเสียหายจะผูกพันไปยาว ผลักภาระให้อนาคต

พท.ซัดคดีปรส.ย้ำ2มาตรฐานจี้ใช้ม.44

ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงานกล่าวถึงคดีองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.)หมดอายุความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนว่า สังคมสงสัยเรื่องนี้มาก เพราะผิดปกติตั้งแต่ออกกฏหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ ให้กองทุนรวมไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการซื้อและขายทรัพย์สินนี้ ให้กองทุนรวมย้อนกลับมาเซ็นสัญญาแทนผู้ประมูลชนะเพื่อไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งมีหลักฐานทำผิดชัดเจนที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้แต่ไม่ดำเนินการ เหมือนกับคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทที่ผิดปกติ แต่กกต.ขณะนั้นก็ปล่อยให้หมดอายุความไม่สามารถดำเนินคดีได้ เท่ากับตอกย้ำการดำเนินการสองมาตรฐานซ้ำซากและเป็นสาเหตุความแตกแยกของสังคม ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ความขัดแย้ง ควรใช้กฏหมายมาตรา 44 สั่งดำเนินการกับคดีนี้อย่างเท่าเทียม รวมถึงคดีข้าวสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วย

 

ที่มา : แนวหน้า