Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ โกงบ้านกินเมือง โต้ผลเช็คสต๊อกข้าว มีพิรุธชี้นำฟัน“ปู”

โต้ผลเช็คสต๊อกข้าว มีพิรุธชี้นำฟัน“ปู”

Monday, 22 December 2014 08:11

โต้ผลเช็คสต๊อกข้าว มีพิรุธชี้นำฟัน“ปู”

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นายยรรยง พวงราช อดีตรมช.พาณิชย์ แถลงถึงกรณีรัฐบาลเปิดเผยผลตรวจสต๊อกข้าวของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและ คุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐที่มีม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธานว่า มีพิรุธ คลาดเคลื่อนและบิดเบือนมาก ช่วงเวลาที่แถลงก็น่าสงสัยว่าต้องการชี้นำสังคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในการถอดถอน และอัยการสูงสุด (อสส.)ในการพิจารณาสั่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยพยายามแสดงว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก

โดยนายยรรยงตั้งข้อสังเกตผลสรุปปริมาณข้าวของคณะอนุกรรมการตรวจสอบสต๊อก ข้าวฯชุดของม.ล.ปนัดดาที่ระบุ มีข้าวผ่านมาตรฐานเพียง 2 ล้านตัน แต่มีข้าวสารที่ไม่ตรงตามมาตรฐานกว่า 14 ล้านตันว่า เป็นการชี้นำ และคณะอนุกรรมการฯชุดนี้ตรวจละเอียดทุกกระสอบทุกเมล็ดหรือไม่ จึงระบุปริมาณได้ชัดเจน ซึ่งในทางปฎิบัติเป็นเพียงสุ่มตรวจ มีการตรวจสอบด้านลึก โดยผ่ากองเพียง 1 ใน 7 กองเท่านั้น ที่เหลือเป็นการตรวจกระสอบข้าวที่อยู่รอบนอกกอง ผลตรวจครั้งนี้จึงอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนมาก เพราะข้าวแต่ละกองอาจมาจากหลายโรงสีและหลายพื้นที่ ผลการสุ่มตรวจจึงไม่สะท้อนความเป็นจริง

นายยรรยงยังระบุด้วยว่า ผลตรวจสอบของคณะอนุกรรมการชุดม.ล.ปนัดดา ขัดแย้งกับผลตรวจของทีมตรวจสอบและติดตามการรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ เพื่อตรวจสอบและรับมอบข้าวของผู้ตรวจสอบหรือเซอเวย์เยอร์เป็นประจำ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งผลตรวจไม่เคยปรากฏว่า มีข้าวต่ำกว่ามาตรฐานจำนวนมากผิดปกติเหมือนคณะอนุกรรมการชุด ม.ล.ปนัดดา

อดีตรมช.พาณิยชย์ผู้นี้ยังยืนยันว่า ผลตรวจของคณะอนุกรรมการฯชุดม.ล.ปนัดดา ไม่สามารถใช้ถอดถอนหรือเอาผิดอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ได้ เพราะรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบทางกฏหมายหรืองบประมาณ เนื่องจากได้กำหนดตัวผู้รับผิดชอบในสัญญาเช่าโกดังและสัญญาฝากข้าวไว้กับ โกดังอย่างชัดเจนว่า ถ้ามีความเสียหายจากการสูญหายหรือเสื่อมคุณภาพเจ้าของโกดังหรือเซอเวย์เยอร์ ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด อีกทั้ง การจัดทีมตรวจสอบหลายทีมของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ แสดงว่าไม่ได้ละเว้นหรือปล่อยให้เกิดความเสียหาย จึงไม่สามารถถูกถอดถอนได้

“อย่างไรก็ตาม จ้าของโกดังและเซอเวย์เยอร์ทั่วประเทศที่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจาก การสรุปผลตรวจข้าวของคณะอนุกรรมการฯชุดม.ล.ปนัดดาที่ระบุมีข้าวไม่ตรงตาม มาตรฐานกว่า 14 ล้านตัน เท่ากับว่าถูกกล่าวหาว่าทำผิดเงื่อนไขสัญญาเช่าโกดังและสัญญารับฝากข้าวย่อม มีสิทธิฟ้องผู้ที่ตนเห็นว่าได้ตรวจสอบหรือรายงานผลอย่างไม่เป็นธรรมและทำลาย ชื่อเสียง ”นายยรรยงกล่าว

ด้านนายกฤษฎา อุทยานิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแผนปรับปรุงการบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2558 ครั้งที่ 1 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาวันที่ 23 ธันวาคม หลังผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการกำกับนโยบายการบริหารหนี้สาธารณะ ที่มีนายสมหมาย ภาษี รมว.คลังเป็นประธานแล้วโดยมีสาระสำคัญคือ การปรับโครงสร้างหนี้ในโครงการรับจำนำข้าวที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นการต่ออายุเงินกู้ อีกทั้ง ทำให้ใช้เงินกู้ได้เร็วขึ้นด้วย

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ส่วนหนึ่งจะออกเป็นพันธบัตรออมทรัพย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จำนวน 5 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งมาตรการที่กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรวงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยอีก 5 หมื่นล้านบาท เป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2558 โดยนายสมหมายจะแถลงอย่างเป็นทางการวันที่ 5 มกราคม2558

ทั้งนี้ ปัจจุบันหนี้ที่ใช้ในโครงการจำนำข้าวมีอยู่ 6.67 แสนล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันให้ธ.ก.ส. 4.67 แสนล้านบาท และสภาพคล่องของธ.ก.ส. อีก 2 แสนล้านบาท โดยมีต้นทุนเงินกู้อยู่ที่ 3% ต่อปี ที่ผ่านมาจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมา ครม.ผ่อนผันการลดเงินกู้ดังกล่าวให้เหลือ 5 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ของธ.ก.ส. 4.1 แสนล้านบาท และเงินสภาพคล่องของธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาท ให้ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 เป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2558 เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถระบายข้าวมาใช้หนี้เงินกู้ได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่มีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน จะประชุมอนุกรรมการปิดบัญชีข้าวรอบใหม่จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 ต่อจากกรอบที่ปิดก่อนหน้านี้ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีผลขาดทุน 6.82 แสนล้านบาท โดยมีแนวโน้มขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 7-7.5 แสนล้านบาท จากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะระบายข้างไม่ได้ ข้าวเสื่อมคุณภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนจากดอกเบี้ย ค่าบริหารจัดการ ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิชาการหลายฝ่ายก่อนหน้านี้

ที่มา : แนวหน้า