Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home เส้นทางการต่อสู้ ปัญหาที่ดินการรถไฟบริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน
       เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่กระทรวงคมนาคม พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เข้าพบ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วย ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง        พล.ร.อ.ธีระกล่าวว่า กมธ.คมนาคมได้มาให้ข้อมูลที่ได้มีการติดตามตรวจสอบ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้แก่ การเช่าพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา รวมไปถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน        ในส่วนของสัญญาเช่าพื้นที่ระหว่าง ร.ฟ.ท.กับกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่ง ร.ฟ.ท.ต้องมีการตั้งคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการในกิจการของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้ให้ข้อมูลต่างๆ กับทั้งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุดเพื่อตีความสัญญา และยืนยันว่าจะมีการรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างแน่นอน        พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าวว่า ได้ชี้แจงให้ทราบว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ควรเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของห้างเซ็นทรัลและโรงแรม (ปากทางลาดพร้าว) ว่ามีมูลค่าเท่าไร เพื่อนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานในการเจรจาผลประโยชน์กับผู้เช่า ซึ่งวงเงินที่ ร.ฟ.ท.จะได้รับต้องมากกว่าเดิมที่มา : มติชน ภาพจาก Google  
Wednesday, 07 October 2009 13:59
          ประธานกรรมาธิการคมนาคมจี้ "สรรเสริญ" แก้ไขปัญหาสุวรรณภูมิ พร้อมคัดค้านต่อสัญญาเช่าที่ดินย่านสามเหลี่ยมพหลโยธินกับ เซ็นทรัลฯ        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่20เมษายน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่ง เรียน ประธานคณะ กรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เดินทางมา ประชุมร่วมกับ พล.ร.อ. ธี ระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม ที่ กระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดให้มีการสรรหาบริษัทที่ ปรึกษา เพื่อมาตรวจสอบสาเหตุของทางวิ่ง(รันเวย์) และทางขับ(แท็กซี่เวย์) ชำรุด โดยเร็วที่สุด รวมถึงต้องการเร่งรัดการทำงานของ นาย สรรเสริญ วงค์ชะ อุ่ม รมช.คมนาคม ให้เร่งรัดการบริหารงาน ในการแก้ไขปัญหาใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัญหาการต่อสัญญาเช่าที่ดินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือที่ดินเซ็นทรัล ที่เยื้อยื้อมานาน        พล.ร.อ.ธีระ กล่าวว่า นับเป็นสิ่งที่ดีที่ คณะกรรมาธิการฯ ได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งเป็นเจตนาที่ดีในการช่วยกันร่วมแก้ ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะทุกฝ่ายต่างทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติทั้ง สิ้น        ทั้งนี้ ยืนยันว่าการต่อสัญญาเช่าที่ดินระ หว่างรฟท.กับ บริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด(มหาชน)นั้น จะต้องรักษาผลประโยชน์สูง สุดขององค์กร และต้องดำเนินการตามขั้นตอนพ.ร.บ.ว่า ด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน และดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะกรรมการ รฟท.พิจารณา ทบทวนรายละเอียดข้อมูลที่ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดว่าส่งข้อมูลครบถ้วนหรือ ไม่ เพราะจะมีผลต่อคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูง สุดในเรื่องการพิจารณาต่อสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว        ส่วนกรณีสัญญาร้านค้าเชิงพาณิชย์ และสัญญา ร้านค้าปลอดอากรในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ปัจจุบันบริษัท ท่า อากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท. อยู่ระหว่างรอคำตอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทำหนังสือแจ้งไปยังคิงเพาเวอร์ฯเพื่อบอกเลิกสัญญา        ด้านพล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ รมว.คมนาคม ว่า ตนได้ ยืนหนังสือ แก่ รมว.คมนาคม เพื่อให้เร่งรัดการบริหารงานของ การรถไฟแห่งประเทศ ไทย(รฟท.) ในการทบทวนรายละเอียดการต่อสัญญาเช่าตาม พรบ.ร่วมทุน และตรวจสอบ มูลค่าทรัพย์สินที่ดินเซ็นทรัลทั้งหมด เพื่อตั้งราคาประมูลต่อไป ซึ่ง รมว. คมนาคมได้สั่งการนาย ศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการ รฟท.ทันที เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดัง กล่าว        "ตนเห็นว่าควรจะมี การเปิดคัดเลือกให้เอกชนได้เข้ามาแข่งขันในการเช่าที่ดิน เซ็นทรัลมากกว่าเดิม เนื่องจากหากมีการเปิดประมูลมูลค่าที่ดินใหม่ ที่ดินบริเวณดังกล่าวน่าจะได้ มากกว่า 50,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ตั้งราคาประมูลได้เพียง 8,000 ล้านเท่านั้น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวต้องจบภายใน 5 เดือน เพราะว่ามีความล่าช้ามานาน แล้ว " พล.ร.อ.บรรณ วิทย์ กล่าวที่มา: :แนวหน้า
Wednesday, 07 October 2009 13:46
       ประธาน กมธ.คมนาคม “พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน” ส่งมอบสำนวนการสอบสวนการทุจริต 4 คดีใหญ่ให้ดีเอสไอดำเนินการ ทั้งที่ดินเซ็นทรัล ที่ดินเขากระโดง ไทยเดินเรือทะเล และไทยแอร์เอเซีย ระบุ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐชัดเจน ขณะที่ดีเอสไอ ระบุ จะเร่งตรวจสอบไม่เกิน 2 เดือน หากพบผิดตามที่ กมธ.คมนาคม สรุป จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเชือดนักการเมืองฉ้อโกงต่อไป              วันนี้ (18 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เดินทางเข้าพบ นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวนกรณีที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน กรณีที่ดินของรฟท.ที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีบริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด และกรณีบริษัท ไทย์แอร์เอเซีย จำกัด ให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายต่อไป              พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า กมธ.คมนาคม ได้ตรวจสอบ พบความเสียหายต่อรัฐจาก 4 กรณีดังกล่าว ซึ่งมีนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหลายส่วสน โดยกรณีที่ดินย่านสามเหลี่ยมพหลโยธิน ซึ่ง ร.ฟ.ท.ให้บริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด เช่าพื้นที่เพื่อประกอบกิจการพาณิชย์ ซึ่งการตรวจสอบพบว่า พื้นที่แปลงดังกล่าว มีมูลค่า 60,000-100,000 ล้านบาท การต่อสัญญาเช่าที่ดินจะทำให้รัฐเสียประโยชน์ และไม่ได้กรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด นอกจากนี้ การที่เซ็นทรัลผิดสัญญาต่อเติมเปลี่ยนแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต สมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคม ได้ตกลงให้มีการชดเชยให้ ร.ฟ.ท. 540 ล้านบาท โดยให้แบ่งชำระ 8 งวด และไม่คิดค่าเช่าเพิ่มกรณีดังกล่าว จึงถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน และ พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ              “ผมพยายามรักษาทรัพย์สมบัติของประเทศ กรณีที่ดินพหลโยธิน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม เคยพา นายสุทธิชาติ มาพบผมที่ห้องทำงาน ขอให้ช่วยเรื่องนี้ แต่ผมไม่ยอมทำตาม การที่บริษัทนำเรื่องไม่ถูกต้องหลายอย่าง แต่ยังอยู่ได้ เพราะมีผู้อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุน” พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว              ประธาน กมธ.คมนาคม ผู้นี้กล่าวต่อว่า กมธ.คมนาคม ยังตรวจสอบการทุจริตออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในการจัดสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยพบว่า มีการทำเอกสารสิทธิปลอม นำไปขอกู้เงิน อีกทั้งยังมีการเข้าไประเบิดหิน แล้วนำหินมาขายให้กับ ร.ฟ.ท.เพื่อใช้ก่อสร้างทางรถไฟ ที่ผ่านมา บอร์ด ร.ฟ.ท.ไม่ดำเนินการใดๆ ทำให้สหภาพการรถไฟฯทนไม่ไหว ต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหาร ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีดังกล่าว ร.ฟ.ท.ต้องเสียดอกเบี้ยวันละ 3 ล้านบาท ซึ่งไม่ต่างจากค่าโง่ทางด่วน              พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวต่อว่า กรณีบริษัท ไทยแอร์เอเซีย จำกัด ตรวจสอบพบว่า มีการใช้สิทธิแอบแฝงในการบิน โดยนำเครื่องบินจากต่างชาติเข้ามาบินในประเทศไทย ซึ่งตนท้าให้ตรวจสอบ หากมีเครื่องบินติดเครื่องหมายไทยแอร์เอเซียเกิน 1 ลำ ตนยินดีขอโทษ เพราะเท่าที่ตรวจสอบ มีแต่เครื่องบินของแอร์เอเซีย ซึ่งเป็นสายการบินของประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังพบการกระทำผิดอื่นๆ ซึ่งจนถึงขณะนี้ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมว.คมนาคม ก็ยังไม่ดำเนินการกล่าวโทษร้องทุกข์บริษัท ไทยแอร์เอเซีย แต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องยื่นเรื่องให้ดีเอสไอ เข้าไปดำเนินการ ส่วนกรณีบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด ตรวจสอบพบว่า มีการนำทรัพย์สินของชาติ ไปใช้ในทางไม่ถูกต้อง และการให้บริษัทร่วมทุมใช้ชื่อ ปตท.เป็นการลวงให้มหาชนหลงผิด และเกิดความเสียหายได้              ด้าน นายสุนัย กล่าวว่า ในเบื้องต้น ได้รับแจ้งจาก กมธ.คมนาคม ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ และ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ดังนั้น ภายหลังรับสำนวนจาก พล.ร.อ.บรรณวิทย์แล้ว ดีเอสไอ จะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 4 คดี คาดว่า จะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 2 เดือน หากพบว่า มีข้อเท็จจริงเป็นไปตามการสอบสวนของ กมธ.คมนาคม ดีเอสไอ จะส่งนำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ .ที่มา: ภาพจาก telewizmall  
Tuesday, 06 October 2009 15:45