Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ ประชาชนร้องทุกข์
ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่ ๆ มีทุกจังหวัด ถ้าการบริการจัดการเรื่องการจราจรเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่ ๆ  มีทุกจังหวัด ถ้าการบริการจัดการเรื่องการจราจรเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ บางแห่งถนนคับแคบแต่ปล่อยให้มีรถราจอดข้างทางจนวิ่งสวนทางกันไม่ได้  ซึ่งบางครั้งก็ก่อให้เกิดปัญหารถติดตามมา มีผู้ร้องเรียนจากหาดใหญ่ต้องการให้ทางเทศบาล ฯ จัดการเดินรถทางเดียวในถนนที่คับแคบแห่งหนึ่ง ดังนี้ “ผมและประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนสุวรรณวงศ์เป็นประจำ และเป็นถนนที่อยู่ตรงข้ามเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลาซึ่งเป็นถนนที่คับแคบมาก ทำให้รถที่วิ่งผ่านสวนกันยากลำบาก และจะมีรถยนต์แล่นผ่านเข้าออกตลอดอยู่สองข้างทางทั้งวัน และบางครั้งบางเวลาทำให้ไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ ก่อให้เกิดปัญหาจราจรตามมา เนื่องจากในบางวันจะมีรถทัวร์คันใหญ่วิ่งผ่านเข้ามาถนนนี้  เมื่อมาเจอรถเก๋งผ่านเข้ามาก็ทำให้ไม่สามารถแล่นสวนกันได้  ผมจึงขอเสนอไปยังทางเทศบาลนครหาดใหญ่ว่าควรดำเนินการจัดระเบียบให้มีการเดินรถทางเดียวได้แล้ว เพื่อลดปัญหาจราจร และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” ถ้าถนนเส้นดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ควรพิจารณาตามข้อเสนอของผู้ร้องว่าสามารถจัดการให้เดินรถทางเดียวได้หรือไม่ dnhelpme@gmail.com ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่ ๆ  มีทุกจังหวัด ถ้าการบริการจัดการเรื่องการจราจรเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ บางแห่งถนนคับแคบแต่ปล่อยให้มีรถราจอดข้างทางจนวิ่งสวนทางกันไม่ได้  ซึ่งบางครั้งก็ก่อให้เกิดปัญหารถติดตามมา มีผู้ร้องเรียนจากหาดใหญ่ต้องการให้ทางเทศบาล ฯ จัดการเดินรถทางเดียวในถนนที่คับแคบแห่งหนึ่ง ดังนี้   “ผมและประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนสุวรรณวงศ์เป็นประจำ และเป็นถนนที่อยู่ตรงข้ามเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลาซึ่งเป็นถนนที่คับแคบมาก ทำให้รถที่วิ่งผ่านสวนกันยากลำบาก และจะมีรถยนต์แล่นผ่านเข้าออกตลอดอยู่สองข้างทางทั้งวัน และบางครั้งบางเวลาทำให้ไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ ก่อให้เกิดปัญหาจราจรตามมา เนื่องจากในบางวันจะมีรถทัวร์คันใหญ่วิ่งผ่านเข้ามาถนนนี้  เมื่อมาเจอรถเก๋งผ่านเข้ามาก็ทำให้ไม่สามารถแล่นสวนกันได้  ผมจึงขอเสนอไปยังทางเทศบาลนครหาดใหญ่ว่าควรดำเนินการจัดระเบียบให้มีการเดินรถทางเดียวได้แล้ว เพื่อลดปัญหาจราจร และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”   ถ้าถนนเส้นดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ควรพิจารณาตามข้อเสนอของผู้ร้องว่าสามารถจัดการให้เดินรถทางเดียวได้หรือไม่   dnhelpme@gmail.com
Friday, 03 August 2012 10:11
มีคนไทยผู้เสียภาษีได้ร้องมาว่า สายด่วน 1111 ของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนโทรมาร้องทุกข์ได้ทุกเรื่อง แต่ผลการร้องเรียนสายด่วน 1111 มักจะไม่เห็นผลความคืบหน้าว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามคำร้องทุกข์อย่างไรบ้าง “ผมขอร้องเรียนว่าประชาชนและชาวบ้านในตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี มีความเดือดร้อนอย่างมากจากการสัญจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 3481 ช่วงเขตอำเภอบ้านสร้างชำรุดเสียหายมากจากอุทกภัยปี 2554 ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมากเรียกว่าแทบจะไม่ใช่ถนน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มุ่งหน้าไปปราจีนบุรี ช่วงข้ามแม่น้ำบางปะกง อยุ่ในเขต ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เสียหายมาเป็นเวลานานเกือบปี ยังไม่เห็นมีใครมาดูแลซ่อมแซมให้เลย ทั้งแขวงการทางปราจีนบุรี อบต.บางแตน หรือจะเป็นทางจังหวัด ไม่ได้มาใส่ใจในการซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าว ผมเห็นแขวงการทางนำป้ายมาปักไว้มีข้อความว่า “แขวงการทางปราจีนบุรี ได้เสนอโครงการกิจกรรมฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ปี 2555 ทางหลวงหมายเลข 5481 ตอนควบคุม 0201 ตอนบางขนาก (ต่อเขตแขวงฉะเชิงเทรา) ระหว่าง กม. 26+237 – กม. 27+300 บ้านสร้าง) ปริมาณงาน 1,063 กม. งบประมาณ 10,000,000 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 120 วัน เส้นทางสายนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการของบประมาณ แขวงการทางปราจีนบุรี สำนักทางหลวงที่ 8 กรมทางหลวง ผมอยากจะรู้ว่าช่วงที่ของบอยู่ไม่คิดที่จะทำอะไรให้รถราสัญจรได้ดีกว่านี้หรือ ร้องเรียนไปทางช่องทาง 1111 ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จะขอถามว่ามีใครจะออกมารับผิดชอบได้บ้าง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยส่งเจ้าหน้าที่ขอบกรมทางหลวงมาดูความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้ใช้ถนนสายนี้บ้าง นอกจากนี้ผมอยากหน่วยงานทั้งหลายที่รับผิดชอบตื่นตัวหน่อยครับ  จนถึงวันนี้ก็เลยมาเกือบปีแล้วตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่  ขอความกรุณารีบดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วหน่อย  เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะใกล้ถึงฤดูน้ำท่วมอีกแล้ว” ข้อร้องทุกข์ของชาวบ้านที่โทรร้องไปที่สายด่วน 1111 ของรัฐบาล  ถ้าร้องไปแล้วมีแต่ความเงียบ ประชาชนไม่รู้ว่าผลของการร้องเรียนว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล สายด่วน 1111 ก็จะกลายเป็นสายด่วน ที่จะทำให้ประชาชนผู้ร้องหมดความเชื่อถือในสายด่วน 1111 ได้  หน่วยงานที่ดูแลสายด่วน 1111 โปรดแก้ไขปรับปรุงให้ประชาชนมีความเชื่อถือร้องเรียนแล้วได้ผล ประชาชนที่ร้องจะมีความรู้สึกที่ดีต่อรัฐว่าพึ่งได้ dnhelpme@gmail.com มีคนไทยผู้เสียภาษีได้ร้องมาว่า สายด่วน 1111 ของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนโทรมาร้องทุกข์ได้ทุกเรื่อง แต่ผลการร้องเรียนสายด่วน 1111 มักจะไม่เห็นผลความคืบหน้าว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามคำร้องทุกข์อย่างไรบ้าง   “ผมขอร้องเรียนว่าประชาชนและชาวบ้านในตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี มีความเดือดร้อนอย่างมากจากการสัญจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 3481 ช่วงเขตอำเภอบ้านสร้างชำรุดเสียหายมากจากอุทกภัยปี 2554 ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมากเรียกว่าแทบจะไม่ใช่ถนน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มุ่งหน้าไปปราจีนบุรี ช่วงข้ามแม่น้ำบางปะกง อยุ่ในเขต ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เสียหายมาเป็นเวลานานเกือบปี ยังไม่เห็นมีใครมาดูแลซ่อมแซมให้เลย ทั้งแขวงการทางปราจีนบุรี อบต.บางแตน หรือจะเป็นทางจังหวัด ไม่ได้มาใส่ใจในการซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าว   ผมเห็นแขวงการทางนำป้ายมาปักไว้มีข้อความว่า “แขวงการทางปราจีนบุรี ได้เสนอโครงการกิจกรรมฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ปี 2555 ทางหลวงหมายเลข 5481 ตอนควบคุม 0201 ตอนบางขนาก (ต่อเขตแขวงฉะเชิงเทรา) ระหว่าง กม. 26+237 – กม. 27+300 บ้านสร้าง) ปริมาณงาน 1,063 กม. งบประมาณ 10,000,000 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 120 วัน เส้นทางสายนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการของบประมาณ แขวงการทางปราจีนบุรี สำนักทางหลวงที่ 8 กรมทางหลวง   ผมอยากจะรู้ว่าช่วงที่ของบอยู่ไม่คิดที่จะทำอะไรให้รถราสัญจรได้ดีกว่านี้หรือ ร้องเรียนไปทางช่องทาง 1111 ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จะขอถามว่ามีใครจะออกมารับผิดชอบได้บ้าง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยส่งเจ้าหน้าที่ขอบกรมทางหลวงมาดูความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้ใช้ถนนสายนี้บ้าง   นอกจากนี้ผมอยากหน่วยงานทั้งหลายที่รับผิดชอบตื่นตัวหน่อยครับ  จนถึงวันนี้ก็เลยมาเกือบปีแล้วตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่  ขอความกรุณารีบดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วหน่อย  เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะใกล้ถึงฤดูน้ำท่วมอีกแล้ว”   ข้อร้องทุกข์ของชาวบ้านที่โทรร้องไปที่สายด่วน 1111 ของรัฐบาล  ถ้าร้องไปแล้วมีแต่ความเงียบ ประชาชนไม่รู้ว่าผลของการร้องเรียนว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล สายด่วน 1111 ก็จะกลายเป็นสายด่วน ที่จะทำให้ประชาชนผู้ร้องหมดความเชื่อถือในสายด่วน 1111 ได้  หน่วยงานที่ดูแลสายด่วน 1111 โปรดแก้ไขปรับปรุงให้ประชาชนมีความเชื่อถือร้องเรียนแล้วได้ผล ประชาชนที่ร้องจะมีความรู้สึกที่ดีต่อรัฐว่าพึ่งได้   dnhelpme@gmail.com
Wednesday, 01 August 2012 11:30
ถนนหนทางที่ผ่านตามชุมชนบ้านเรือนต่าง ๆ ทั่วประเทศย่อมทำให้เศรษฐกิจในท้องที่นั้นเป็นไปด้วยดี ถ้าถนนดีมีเพียงพอก็ทำให้เศรษฐกิจของชาวบ้านดีไปด้วย แต่ถ้าถนนมีความคับแคบเกินไปในปัจจุบัน ก็จำเป็นต้องขยายถนนเพื่อรองรับความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่  มีชาวนาประดู่ จากปัตตานี ร้องขอให้กรทางหลวงขยายถนนจาก 2  ช่องเป็น  4 ช่องจราจร ดังนี้ “ผมและชาวบ้านมีความประสงค์ขอให้แขวงการทางปัตตานีดำเนินการสร้างขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 409 บ้านนาเกตุ - บ้านนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จำนวนระยะทางรวม 7 กม. จากปัจจุบันนี้ที่เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร โปรดขยายให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรได้แล้ว เพราะเห็นผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ยังเหมือนเดิม ตอนแรกเห็นทำขยายเป็น 4 ช่องจราจร ชาวบ้านนึกดีใจ ที่ไหนได้ขยายแค่ไม่ถึง 1 กม. ด้วยซ้ำไป ไปหยุดอยู่แค่หน้าโรงเรียนบ้านนาประดู่เท่านั้นเอง ช่วงข้ามทางรถไฟนาประดู่ก็เป็นคอขวด ดูแล้วไม่งามเลย ขยายให้ปีละ 2 กม. 3 ปีก็เสร็จแล้ว ขอให้ทำเพื่อชาวบ้านด้วยก็แล้วกันครับ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองกรมทางหลวงที่มีอายุครบ 101 ปี” ก็ขอผ่านเรื่องไปถึงกรมทางหลวงไปพิจารณาว่าจะสามารถขยายถนนได้ตามความต้องการของชาวบ้านได้มากน้องเพียงใด เพื่อให้ชาวบ้านได้เกิดความรู้สึกที่ดี ๆ ว่าเส้นทางดังกล่าวในอีกไม่นานจะไม่เหมือนเดิมจากหลายสิบปีที่ผ่านมา dnhelpme@gmail.com ถนนหนทางที่ผ่านตามชุมชนบ้านเรือนต่าง ๆ ทั่วประเทศย่อมทำให้เศรษฐกิจในท้องที่นั้นเป็นไปด้วยดี ถ้าถนนดีมีเพียงพอก็ทำให้เศรษฐกิจของชาวบ้านดีไปด้วย แต่ถ้าถนนมีความคับแคบเกินไปในปัจจุบัน ก็จำเป็นต้องขยายถนนเพื่อรองรับความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่  มีชาวนาประดู่ จากปัตตานี ร้องขอให้กรทางหลวงขยายถนนจาก 2  ช่องเป็น  4 ช่องจราจร ดังนี้   “ผมและชาวบ้านมีความประสงค์ขอให้แขวงการทางปัตตานีดำเนินการสร้างขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 409 บ้านนาเกตุ - บ้านนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จำนวนระยะทางรวม 7 กม. จากปัจจุบันนี้ที่เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร โปรดขยายให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรได้แล้ว เพราะเห็นผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ยังเหมือนเดิม ตอนแรกเห็นทำขยายเป็น 4 ช่องจราจร ชาวบ้านนึกดีใจ ที่ไหนได้ขยายแค่ไม่ถึง 1 กม. ด้วยซ้ำไป ไปหยุดอยู่แค่หน้าโรงเรียนบ้านนาประดู่เท่านั้นเอง ช่วงข้ามทางรถไฟนาประดู่ก็เป็นคอขวด ดูแล้วไม่งามเลย ขยายให้ปีละ 2 กม. 3 ปีก็เสร็จแล้ว ขอให้ทำเพื่อชาวบ้านด้วยก็แล้วกันครับ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองกรมทางหลวงที่มีอายุครบ 101 ปี”   ก็ขอผ่านเรื่องไปถึงกรมทางหลวงไปพิจารณาว่าจะสามารถขยายถนนได้ตามความต้องการของชาวบ้านได้มากน้องเพียงใด เพื่อให้ชาวบ้านได้เกิดความรู้สึกที่ดี ๆ ว่าเส้นทางดังกล่าวในอีกไม่นานจะไม่เหมือนเดิมจากหลายสิบปีที่ผ่านมา   dnhelpme@gmail.com  
Friday, 27 July 2012 10:50
ถนนหนทางที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อที่ปรากฏแก่สายตาชองประชาชนตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศนั้น ประชาชนได้ร้องเรียนผ่านสื่อต่าง ๆ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับรู้กันแทบทุกแห่งแทบทุกจังหวัด บางครั้งถนนสร้างเสร็จได้ไม่นานก็ชำรุดเหมือนสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีผู้ร้องเรียนเรื่องถนนพังบริเวณบ้านสะแกราบ ต.สะแกราบ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ที่มีปัญหาที่ประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวกดังต่อไปนี้ 1. ถนนสายบ้านวังเพลิง ผ่านบ้านสะพานคง ถึงบ้านสะแกราบ พังเป็นหลุมเป็นบ่อจนไม่สามารถที่จะเดินทางได้สะดวก โดยแต่ก่อนถนนเส้นนี้มีสภาพดีมาก แต่ไม่ทราบเหตุใด อบจ.ลพบุรี ได้ตั้งงบประมาณสร้างถนนใหม่ ซึ่งทำไม่ได้มาตรฐาน สร้างเสร็จใช้ไม่ถึงปี ถนนพังมากเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้การเดินทางของประชาชน นักเรียน ได้รับความเดือดร้อนลำบาก 2. ช่วงทางลัดตัดผ่านระหว่าง อบต.สะแกราบ กับหมู่ที่ 15 มีทางเชื่อมเป็นแบบลูกรัง ทาง อบต. สะแกราบ โดยร่วมมือกับ อบจ.ลพบุรี ได้จัดสรรงบมาปรับปรุง โดยใช้รถแทรคเตอร์ รถบดถนน แล้วใช้หินเกร็ดมาโรย ปรากฏว่าสร้างเสร็จไม่ถึง 3 เดือนพังหมดแล้ว ปัญหาถนนผุพังที่ร้องเรียนมานี้  ก็หวังว่าคงช่วยกระตุ้นให้ทั้ง อบต.สะแกราบ และ อบจ.ลพบุรี ได้เร่งรีบดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้สะดวกตามปกติ ถนนหนทางที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อที่ปรากฏแก่สายตาชองประชาชนตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศนั้น ประชาชนได้ร้องเรียนผ่านสื่อต่าง ๆ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับรู้กันแทบทุกแห่งแทบทุกจังหวัด บางครั้งถนนสร้างเสร็จได้ไม่นานก็ชำรุดเหมือนสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีผู้ร้องเรียนเรื่องถนนพังบริเวณบ้านสะแกราบ ต.สะแกราบ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ที่มีปัญหาที่ประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวกดังต่อไปนี้   1. ถนนสายบ้านวังเพลิง ผ่านบ้านสะพานคง ถึงบ้านสะแกราบ พังเป็นหลุมเป็นบ่อจนไม่สามารถที่จะเดินทางได้สะดวก โดยแต่ก่อนถนนเส้นนี้มีสภาพดีมาก แต่ไม่ทราบเหตุใด อบจ.ลพบุรี ได้ตั้งงบประมาณสร้างถนนใหม่ ซึ่งทำไม่ได้มาตรฐาน สร้างเสร็จใช้ไม่ถึงปี ถนนพังมากเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้การเดินทางของประชาชน นักเรียน ได้รับความเดือดร้อนลำบาก   2. ช่วงทางลัดตัดผ่านระหว่าง อบต.สะแกราบ กับหมู่ที่ 15 มีทางเชื่อมเป็นแบบลูกรัง ทาง อบต. สะแกราบ โดยร่วมมือกับ อบจ.ลพบุรี ได้จัดสรรงบมาปรับปรุง โดยใช้รถแทรคเตอร์ รถบดถนน แล้วใช้หินเกร็ดมาโรย ปรากฏว่าสร้างเสร็จไม่ถึง 3 เดือนพังหมดแล้ว   ปัญหาถนนผุพังที่ร้องเรียนมานี้  ก็หวังว่าคงช่วยกระตุ้นให้ทั้ง อบต.สะแกราบ และ อบจ.ลพบุรี ได้เร่งรีบดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้สะดวกตามปกติ  
Wednesday, 25 July 2012 11:16
รถราที่มาจากถนนเพชรเกษมทางถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้ามาทางถนนพระราม 2 มีปัญหาจราจรติดขัดทุกวัน รถราที่มาจากถนนเพชรเกษมทางถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้ามาทางถนนพระราม 2 มีปัญหาจราจรติดขัดทุกวัน มีผู้ส่งเมล์เสนอข้อคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรในบริเวณดังกล่าวไปถึงกรมทางหลวงที่รับผิดชอบเส้นทางถนนพระราม 2 ถนนกาญจนาภิเษก ดังนี้ 1. ให้เพิ่มจุดกลับรถบนถนนกาญจนาภิเษกช่วงก่อนถึงถนนพระราม 2 อีกอย่างน้อย 1 จุดโดยในระยะแรกอาจสร้างจุดกลับรถสำหรับรถขนาดเล็ก (ความสูงไม่เกิน 2.00 เมตร)ลอดใต้สะพานข้ามคลองต่างๆเหมือนกับจุดกลับรถบนถนนกาญจนาภิเษกในช่วงถนนบรมราชชนนี-บางบัวทอง 2. ควรห้ามรถบรรทุกใช้ทางออกคู่ขนานในจุดที่ใกล้กับเชิงสะพานข้ามทางรถไฟ โดยให้รถบรรทุกที่ต้องการออกทางคู่ขนานใช้ทางออกคู่ขนานในจุดก่อนทางโค้งดังกล่าว ซึ่งมีรองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้รถขนาดเล็กสามารถเร่งความเร็วข้ามสะพานทางรถไฟได้ (ปัจจุบันรถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้ทางออกคู่ขนานใกล้เชิงสะพานและวิ่งข้ามสะพานโดยใช้เลนขวาสุด) 3. ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาปรับแก้ไขแนวเส้นทางสำหรับรถที่ต้องการมุ่งหน้าพระราม 2 ขาออกให้สามารถใช้ช่องทางด่วนข้ามสะพานข้ามทางรถไฟแล้วค่อยชิดซ้ายเพื่อมุ่งหน้าพระรามสองขาออก(ปัจจุบันปริมาณรถที่ใช้ช่องทางคู่ขนานข้ามทางรถไฟเพื่อมุ่งหน้าเข้าทางพิเศษไปพระประแดงมีปริมาณรถน้อยมาก จึงเห็นควรปิดช่องทางดังกล่าวและบังคับให้ไปกลับรถบนสะพานกลับรถบนถนนพระราม 2 แทน) 4. ขอให้การทางพิเศษพิจารณาเพิ่มจำนวนช่องจ่ายบัตรผ่านทางพิเศษให้เพียงพอกับปริมาณรถหน้าด่าน 5. มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบด้านวิศวกรรมจราจรช่วยพิจารณาออกแบบปรับปรุงเส้นทางแยกในบริเวณดังกล่าว โดยรวมให้เหมาะสมต่อไป ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อเป็นข้อเสนอที่น่าจะแก้ไขปัญหาจราจรให้บรรเทาลงได้  ก็ฝากไปถึงกรมทางหลวงได้รับทราบว่า ควรที่จะเร่งทำตามข้อเสนอหรือไม่ dnhelpme@gmail.com รถราที่มาจากถนนเพชรเกษมทางถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้ามาทางถนนพระราม 2 มีปัญหาจราจรติดขัดทุกวัน มีผู้ส่งเมล์เสนอข้อคิดในการแก้ไขปัญหาจราจรในบริเวณดังกล่าวไปถึงกรมทางหลวงที่รับผิดชอบเส้นทางถนนพระราม 2 ถนนกาญจนาภิเษก ดังนี้   1. ให้เพิ่มจุดกลับรถบนถนนกาญจนาภิเษกช่วงก่อนถึงถนนพระราม 2 อีกอย่างน้อย 1 จุดโดยในระยะแรกอาจสร้างจุดกลับรถสำหรับรถขนาดเล็ก (ความสูงไม่เกิน 2.00 เมตร)ลอดใต้สะพานข้ามคลองต่างๆเหมือนกับจุดกลับรถบนถนนกาญจนาภิเษกในช่วงถนนบรมราชชนนี-บางบัวทอง   2. ควรห้ามรถบรรทุกใช้ทางออกคู่ขนานในจุดที่ใกล้กับเชิงสะพานข้ามทางรถไฟ โดยให้รถบรรทุกที่ต้องการออกทางคู่ขนานใช้ทางออกคู่ขนานในจุดก่อนทางโค้งดังกล่าว ซึ่งมีรองรับอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้รถขนาดเล็กสามารถเร่งความเร็วข้ามสะพานทางรถไฟได้ (ปัจจุบันรถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้ทางออกคู่ขนานใกล้เชิงสะพานและวิ่งข้ามสะพานโดยใช้เลนขวาสุด)   3. ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาปรับแก้ไขแนวเส้นทางสำหรับรถที่ต้องการมุ่งหน้าพระราม 2 ขาออกให้สามารถใช้ช่องทางด่วนข้ามสะพานข้ามทางรถไฟแล้วค่อยชิดซ้ายเพื่อมุ่งหน้าพระรามสองขาออก(ปัจจุบันปริมาณรถที่ใช้ช่องทางคู่ขนานข้ามทางรถไฟเพื่อมุ่งหน้าเข้าทางพิเศษไปพระประแดงมีปริมาณรถน้อยมาก จึงเห็นควรปิดช่องทางดังกล่าวและบังคับให้ไปกลับรถบนสะพานกลับรถบนถนนพระราม 2 แทน)   4. ขอให้การทางพิเศษพิจารณาเพิ่มจำนวนช่องจ่ายบัตรผ่านทางพิเศษให้เพียงพอกับปริมาณรถหน้าด่าน   5. มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบด้านวิศวกรรมจราจรช่วยพิจารณาออกแบบปรับปรุงเส้นทางแยกในบริเวณดังกล่าว โดยรวมให้เหมาะสมต่อไป   ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อเป็นข้อเสนอที่น่าจะแก้ไขปัญหาจราจรให้บรรเทาลงได้  ก็ฝากไปถึงกรมทางหลวงได้รับทราบว่า ควรที่จะเร่งทำตามข้อเสนอหรือไม่   dnhelpme@gmail.com
Monday, 23 July 2012 12:25
บ้านดิฉันอยู่แถวเยาวราช มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางถนนพระราม 4 แต่มีปัญหาตั้งแต่มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินช่วงสี่แยกหัวลำโพง ทำให้มีการปิดช่องทางกลับรถเบี่ยงเส้นทาง ปิดช่องทางการจราจรเหลือน้อยลง ซึ่งนี่ไม่ใช่ปัญหา เพราะทราบดีว่าเพื่ออนาคต ปัญหาอยู่ที่จะมีรถบางคันแอบกลับรถ ทั้งๆ ที่มีป้ายห้ามกลับรถ และเมื่อมีการเบี่ยงหรือปิดช่องจราจรทำให้ในบางครั้งรถวิ่งออกมาจากแยกขณะที่สัญญาณไฟจราจรยังเขียวอยู่ต้องมาออกันอยู่กลางแยก ทำให้ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นแดง แล้วแยกอื่นได้ไฟเขียวรถก็พุ่งกันออกมา บ้านดิฉันอยู่แถวเยาวราช มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางถนนพระราม 4 แต่มีปัญหาตั้งแต่มีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินช่วงสี่แยกหัวลำโพง ทำให้มีการปิดช่องทางกลับรถเบี่ยงเส้นทาง ปิดช่องทางการจราจรเหลือน้อยลง ซึ่งนี่ไม่ใช่ปัญหา เพราะทราบดีว่าเพื่ออนาคต
Monday, 23 July 2012 11:11
วุ่นวายกันไม่เว้นแต่ละวันสำหรับการขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายของผู้ประสบภัยน้ำท่วม (กรณีฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด) จำนวนเงิน 20,000 บาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่บริหารจัดการอย่างไร้ประสิทธิภาพจนเกิดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมส่งผลให้ฝูงชนผู้ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 รวมตัวกันประท้วงปิดถนนกันอย่างเนื่องแน่นในหลายๆ พื้นที่ ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 รายการงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 2,650 ล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย บัดนี้ล่วงเลยมาเกือบปีเงินดังกล่าวหดหายเพราะการคอรัปชั่นของคนมีสีจนแทบไม่เหลือตกถึงมือประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยใช่ว่าจะได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว เพราะข่าววงในรายงานว่าคนกลุ่มนี้ได้รับอภิสิทธิ์รับเงินชดเชยจำนวนเต็ม 20,000 บาท(หรือมากกว่า)ไปก่อนใคร มิหนำซ้ำยังมีข่าวฉาวถึงกรณีข้าราชการมหาดไทยรับค่าหัวคิว 35 เปอร์เซ็นในการจัดสรรค์งบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย1.2แสนล้าน อ้างเพื่อจัดทำโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัดอีกด้วย “ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน ตัดสินใจอย่างไรกับเงิน 20,000 บาท หรือทบทวนใหม่อีกสักนิด แล้วคิดให้ครบ 20,000 บาท และเรื่องอุทธรณ์ไปถึงไหน ตอบประชาชนด้วย ฯลฯ” ข้อความบางส่วนจากผู้เข้าร่วมประท้วงกรณีเงินค่าเสียหายของผู้ประสบภัยน้ำท่วมฯ รัฐบาลระบุไว้ว่า “บ้านพักอาศัยได้รับเสียหายบางส่วน รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยไม่เกินหลังละ 20,000 บาท หากบ้านเสียหายทั้งหลัง รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยไม่เกินหลังละ 30,000 บาท” นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดหยิบย่อยในการขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายของผู้ประสบภัยไว้ชัดเจน แต่ในเชิงปฎิบัติกลับยังคลุมเครืออย่างในเกณฑ์การพิจารณาว่าแต่ละหลังคาเรือนได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่านั้นๆ ก็ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างได้ หมู่บ้านเดียวกันสภาพความเสียหายทัดเทียมกัน แต่กลายเป็นว่ามีความต่างของตัวเงินในอัตราที่สูงมาก อย่างเช่น ทำไมบ้านนี้ได้ 5,000 บาท เอ๊ะ! แล้วทำไมบ้านนี้ได้ตั้ง 20,000 บาท ไม่รู้เป็นเพราะอิทธิพลเงียบที่ซ้อนเร้น หรือความสะเพร่าในวิธีพิจารณา ฯลฯ แต่มันก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบราชการภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้อีกครั้ง คำถามก็คือประชาชนได้รับการบรรเทาทุกข์ตามนโยบายฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลดเป็นเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมตามที่ท่านอวดอ้างไว้หรือไม่? ประท้วง! ชดเชย-เยียวยา-ไร้ความเป็นธรรม ทั้งความล้าช้าในการดำเนินการและปมปัญหาที่สั่งสม ทั้งบรรทัดฐานการพิจารณาจำนวนเงินของผู้ประสบภัยที่บางบ้านได้น้อยนิดขณะที่บางบ้านได้มากโข่, กลุ่มอิทธิพลที่เข้ามาแทรกแซงระบบราชการดึงเงินเข้าพวกพ้อง, ความล้าช้าที่กินเวลาร่วมปีในการดำเนินการจ่ายเงิน, การหักหัวคิดเงินเยียวยา ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปฐมเหตุสู่สถานการณ์ประท้วงอย่างต่อเนื่อง - ชาวเขตบางเขน จ.กรุงเทพฯ ประมาณ 1,400 คน ร่วมชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสำนักงานเขตบางเขน โดยทำการปิดถนนพหลโยธินขาเข้า - ชาวเขตบางแค จ.กรุงเทพฯ กว่า 300 คน รวมตัวปิดถนนกาญจนาภิเษกทุกช่องทาง มุ่งหน้าถนนพระราม 2 เรียกร้องเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม - ชาวอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กว่า 500 คน รวมตัวปิดถนนบริเวณหน้าห้างบางใหญ่ บาซาร์ ถนนกาญจนาภิเษก - ชาวจ.ปทุมธานี 2 ชุมชน รวมตัวกันประมาณ 150 คน ปิดถนนสายพหลโยธิน-ลำลูกกา ทางเข้าอำเภอลำลูกกา - ชาวอำเภอพุทธมณฑล รวมตัวกันกว่า 400 คน บุกที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล เรียกร้องกรณีเจ้าหน้าที่ประเมินค่าเสียหายเพื่อรับเงินชดเชยน้ำท่วมอย่างไม่เป็นธรรม - ชาวชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ประมาณ 300 คน รวมตัวประท้วงหลังจากได้รับเงินชดเชยน้ำท่วมไม่เท่ากัน ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักแต่กลับได้รับค่าชดเชยเพียง 9,700 บาท ขณะที่บ้านใกล้กันน้ำท่วมน้อยกว่าได้รับ 20,000 บาท - ชายวัยกลางคน จ.ปทุมธานี โวยได้เงินเงินชดเชยน้ำท่วมแค่ 15 บาท หลังร้องเรียนเจ้าหน้าที่รีบปรับเพิ่มเลข 0 ใส่ท้ายเป็น 15,000 บาท ทันที ฯลฯ ที่ออกมาเพราะมันเป็นสิทธิของประชาชน เมื่อครั้งปริมาณน้ำปรับระดับเข้าสู่สถานการณ์ปกติภาครัฐก็เริ่มออกนโยบายช่วยเหลือทั้งเงินชดเชยเงินเยียวยาอย่างเต็มกำลัง ซึ่งดูเป็นการรับปากพร่อยๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะถ้าสำรวจกันจริงๆ แล้วเงินในส่วนนี้ผู้ประสบภัยจำนวนมากยังไม่ได้รับหรือแม้ได้รับแล้วแต่กลับไม่ชอบธรรม “พูดได้แต่ทำได้แค่ไหน ขอให้ทำได้ตามที่พูด..อย่าดีแต่พูด แต่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับก็แสดงว่าไม่ปฏิบัติตามที่พูดไว้” เกรียงศักดิ์ วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการสภาทนายความ กล่าวพร้อมแสดงทัศนะกรณีที่ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ได้รวมตัวประท้วงรียกร้องเรียกร้องเงินค่าเยียวยาน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ความที่เราอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยทุกคนจึงมีสิทธิเสรีในการแสดงความชอบธรรม “เมื่อประชาชนเดือดร้อนไม่ให้ประท้วงแล้วให้ทำอะไร รัฐธรรมนูญยังรับรองสิทธิไว้ในการประท้วงต่างๆ สามารถชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ ตรงนี้ถือเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนตามระบบประชาธิปไตย การที่ประชาชนออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆ ก็เหมือนว่าประชาชนสะท้อนการทำงานของรัฐบาลด้วยว่าได้ดูแลประชาชนทั่วถึงอย่างไร” ด้านรัฐบาลก็มีกฏเกณฑ์มีระเบียบในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งตรงนี้เราต้องทำความเข้าใจกันด้วยว่าเป็นเงินเยียวยาที่รัฐจัดหาให้แต่ไม่ใช่ชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ตามภาครัฐควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ “รัฐพยายามบรรเทาค่าเสียหายให้ แต่ปรากฏว่าในการดำเนินการของรัฐ หน่วยงานราชการไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถดำเนินการแก้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง การเยียวยาไม่ได้รับความเป็นธรรม บางรายก็ได้จำนวนมาก บางรายก็ได้จำนวนน้อย ขาดหลักเกณฑ์ ไม่ทราบพิจารณากันอย่างไร ควรพิจารณาให้ครบถ้วนและรวดเร็ว หากปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ประชาชนก็จะหมดความศรัทธาในรัฐบาลที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชน” อีกส่วนหนึ่งต้องมองไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการอย่างเข็มงวด เจ้าหน้าที่รัฐในส่วนปฏิบัติต้อง เห็นอกเห็นใจ พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ถูกต้อง และรวดเร็ว ถามว่ามีเรื่องการคอรัปชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ก็อาจมีความเป็นไปได้ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องสร้างความโปร่งใสแก่ประชาชนด้วย อย่าสักแต่พูด...ถ้าไม่อยาก ‘เสียหมา’ “ผมเดาว่าตอนที่รัฐบาลเผลอพูดออกไปว่าจะเยียวยาคงไม่ได้รู้ว่าในทางราชการมันมีความสลับซับซ้อนในระเบียบเรื่องนี้อยู่ พอสื่อสารออกไปเสร็จเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผมไม่อยากใช้คำว่านักการเมืองสักแต่รับปากชาวบ้าน..แต่อาการมันออกแบบนั้น คือสักแต่ไปรับปากแต่ไม่ได้ศึกษาเลยว่า หนึ่ง-มีเงินไหม สอง-ระเบียบการใช้เงินว่าอย่างไรบ้าง สาม-คุณไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า คือคนที่รับปากเขาไม่มีข้อมูลพวกนี้เลยว่ามีพอหรือไม่พอ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเอง พอในทางปฏิบัติซึ่งคนเกี่ยวข้องข้าราชการเยอะแยะที่ต้องไปทำเขาทำตามที่คุณรับปากไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ” รศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว การออกมาเรียกร้องของผู้ประสบภัยในหลายๆ พื้นที่นั้น ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องบ้างขณะเดียวกันถ้าเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของเขาก็จะรู้ว่าการที่พวกเขารวมตัวกันประท้วงไม่ได้มีเจตนาก่อความเดือดร้อนต่อใคร บางทีพวกเขาอาจพยายามหลายวิธีแล้วแต่ไม่เป็นผล ในที่สุดจึงต้องตัดสินใจรวมตัวเรียกร้องให้ผู้หน้าที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบออกมาเจรจา “คนที่เรียกร้องก็ไม่ได้หวังผลหรอกครับว่าสิ่งที่เขาต่อรองเรียกร้องจะต้องได้ 100 เปอร์เซ็น สิ่งที่เขาหวังเพียงแต่ว่าให้คนที่เกี่ยวข้องเข้ามาคุยด้วยหน่อย ฉะนั้นอาจจะไม่ต้อง 20,000 บาทก็ได้ 15,000 13,000 ก็คุยกันได้ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาคุณไม่เคยมาคุยกับเขาเลยเขาจึงใช้วิธีนี้ เพื่อให้คุณมาคุยกับเขา เพราะถ้าหากคุยแล้วจริงๆ จังๆ มีงบไม่ถึงให้ได้เท่าไหร่ก็มาคุยกัน” การช่วยเหลือในเรื่องเงินอุดหนุนของรัฐบาลนั้นจำแนกเป็นเงินเยียวยาและเงินชดเชยซึ่งเนื้อหาจะแตกต่างกัน ถ้าเงินชดเชยความเสียหายตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยมันต้องตั้งกรรมการไปดูความเสียหายประเมินว่าให้เท่าไหร่ ตรงนั้นมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว ปัญหาที่ประชาชนออกมาเรียกร้องทั้งในเรื่องความล้าช้า ความเป็นธรรม ร้องเรียนเรื่องนายหน้า ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาที่หมักหมมในระบบราชการ “สาเหตุหลักคือเป็นเพราะการใช้อิทธิพลจึงทำให้การจ่ายเงินไม่เป็นไปตามระเบียบ เพราะถ้าการจ่ายเงินเป็นไปตามระเบียบความเสียหายเหมือนกันต้องจ่ายเท่ากัน หรือกรณีนายหน้าเราไม่รู้ว่ามีข้อเท็จจริงปรากฎ แต่มันคงไม่สุจริตเท่าไหร่ยิ่งในกรณีที่คนเขากำลังเดือดร้อนมากอบกู้ฟื้นฟูชีวิตจากน้ำท่วมก็เป็นเรื่องที่น่าประนาม” ……………………… คงเป็นปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้ต้องสะสางให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะวิกฤติการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นมาร่วมทบปี แต่ปัญหาในการจัดการชดเชยเยียวยาต่อภาคประชาชนยังปล่อยให้ล่วงเลยดำเนินการอย่างล้าช้า เมื่อระบบราชการพึ่งไม่ได้ ประชาชนจึงต้องรวมตัวกันทวงถามและเรียกร้องสิทธิที่พวกเขาพึงจะได้รับ วุ่นวายกันไม่เว้นแต่ละวันสำหรับการขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายของผู้ประสบภัยน้ำท่วม (กรณีฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด) จำนวนเงิน 20,000 บาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่บริหารจัดการอย่างไร้ประสิทธิภาพจนเกิดความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมส่งผลให้ฝูงชนผู้ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 รวมตัวกันประท้วงปิดถนนกันอย่างเนื่องแน่นในหลายๆ พื้นที่   ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2555 รายการงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 2,650 ล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย บัดนี้ล่วงเลยมาเกือบปีเงินดังกล่าวหดหายเพราะการคอรัปชั่นของคนมีสีจนแทบไม่เหลือตกถึงมือประชาชน   ขณะเดียวกันประชาชนคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยใช่ว่าจะได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว เพราะข่าววงในรายงานว่าคนกลุ่มนี้ได้รับอภิสิทธิ์รับเงินชดเชยจำนวนเต็ม 20,000 บาท(หรือมากกว่า)ไปก่อนใคร   มิหนำซ้ำยังมีข่าวฉาวถึงกรณีข้าราชการมหาดไทยรับค่าหัวคิว 35 เปอร์เซ็นในการจัดสรรค์งบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย1.2แสนล้าน อ้างเพื่อจัดทำโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัดอีกด้วย   “ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน ตัดสินใจอย่างไรกับเงิน 20,000 บาท หรือทบทวนใหม่อีกสักนิด แล้วคิดให้ครบ 20,000 บาท และเรื่องอุทธรณ์ไปถึงไหน ตอบประชาชนด้วย ฯลฯ” ข้อความบางส่วนจากผู้เข้าร่วมประท้วงกรณีเงินค่าเสียหายของผู้ประสบภัยน้ำท่วมฯ   รัฐบาลระบุไว้ว่า “บ้านพักอาศัยได้รับเสียหายบางส่วน รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยไม่เกินหลังละ 20,000 บาท หากบ้านเสียหายทั้งหลัง รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยไม่เกินหลังละ 30,000 บาท”   นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดหยิบย่อยในการขอรับเงินชดเชยค่าเสียหายของผู้ประสบภัยไว้ชัดเจน แต่ในเชิงปฎิบัติกลับยังคลุมเครืออย่างในเกณฑ์การพิจารณาว่าแต่ละหลังคาเรือนได้รับเงินชดเชยจำนวนเท่านั้นๆ ก็ไม่สามารถอธิบายความแตกต่างได้   หมู่บ้านเดียวกันสภาพความเสียหายทัดเทียมกัน แต่กลายเป็นว่ามีความต่างของตัวเงินในอัตราที่สูงมาก อย่างเช่น ทำไมบ้านนี้ได้ 5,000 บาท เอ๊ะ! แล้วทำไมบ้านนี้ได้ตั้ง 20,000 บาท ไม่รู้เป็นเพราะอิทธิพลเงียบที่ซ้อนเร้น หรือความสะเพร่าในวิธีพิจารณา ฯลฯ แต่มันก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบราชการภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้อีกครั้ง   คำถามก็คือประชาชนได้รับการบรรเทาทุกข์ตามนโยบายฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลดเป็นเงินช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมตามที่ท่านอวดอ้างไว้หรือไม่?   ประท้วง! ชดเชย-เยียวยา-ไร้ความเป็นธรรม ทั้งความล้าช้าในการดำเนินการและปมปัญหาที่สั่งสม ทั้งบรรทัดฐานการพิจารณาจำนวนเงินของผู้ประสบภัยที่บางบ้านได้น้อยนิดขณะที่บางบ้านได้มากโข่, กลุ่มอิทธิพลที่เข้ามาแทรกแซงระบบราชการดึงเงินเข้าพวกพ้อง, ความล้าช้าที่กินเวลาร่วมปีในการดำเนินการจ่ายเงิน, การหักหัวคิดเงินเยียวยา ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นปฐมเหตุสู่สถานการณ์ประท้วงอย่างต่อเนื่อง   - ชาวเขตบางเขน จ.กรุงเทพฯ ประมาณ 1,400 คน ร่วมชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสำนักงานเขตบางเขน โดยทำการปิดถนนพหลโยธินขาเข้า   - ชาวเขตบางแค จ.กรุงเทพฯ กว่า 300 คน รวมตัวปิดถนนกาญจนาภิเษกทุกช่องทาง มุ่งหน้าถนนพระราม 2 เรียกร้องเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม   - ชาวอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กว่า 500 คน รวมตัวปิดถนนบริเวณหน้าห้างบางใหญ่ บาซาร์ ถนนกาญจนาภิเษก   - ชาวจ.ปทุมธานี 2 ชุมชน รวมตัวกันประมาณ 150 คน ปิดถนนสายพหลโยธิน-ลำลูกกา ทางเข้าอำเภอลำลูกกา   - ชาวอำเภอพุทธมณฑล รวมตัวกันกว่า 400 คน บุกที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล เรียกร้องกรณีเจ้าหน้าที่ประเมินค่าเสียหายเพื่อรับเงินชดเชยน้ำท่วมอย่างไม่เป็นธรรม   - ชาวชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ประมาณ 300 คน รวมตัวประท้วงหลังจากได้รับเงินชดเชยน้ำท่วมไม่เท่ากัน ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักแต่กลับได้รับค่าชดเชยเพียง 9,700 บาท ขณะที่บ้านใกล้กันน้ำท่วมน้อยกว่าได้รับ 20,000 บาท   - ชายวัยกลางคน จ.ปทุมธานี โวยได้เงินเงินชดเชยน้ำท่วมแค่ 15 บาท หลังร้องเรียนเจ้าหน้าที่รีบปรับเพิ่มเลข 0 ใส่ท้ายเป็น 15,000 บาท ทันที ฯลฯ   ที่ออกมาเพราะมันเป็นสิทธิของประชาชน เมื่อครั้งปริมาณน้ำปรับระดับเข้าสู่สถานการณ์ปกติภาครัฐก็เริ่มออกนโยบายช่วยเหลือทั้งเงินชดเชยเงินเยียวยาอย่างเต็มกำลัง ซึ่งดูเป็นการรับปากพร่อยๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะถ้าสำรวจกันจริงๆ แล้วเงินในส่วนนี้ผู้ประสบภัยจำนวนมากยังไม่ได้รับหรือแม้ได้รับแล้วแต่กลับไม่ชอบธรรม   “พูดได้แต่ทำได้แค่ไหน ขอให้ทำได้ตามที่พูด..อย่าดีแต่พูด แต่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับก็แสดงว่าไม่ปฏิบัติตามที่พูดไว้” เกรียงศักดิ์ วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการสภาทนายความ กล่าวพร้อมแสดงทัศนะกรณีที่ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ได้รวมตัวประท้วงรียกร้องเรียกร้องเงินค่าเยียวยาน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ความที่เราอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยทุกคนจึงมีสิทธิเสรีในการแสดงความชอบธรรม   “เมื่อประชาชนเดือดร้อนไม่ให้ประท้วงแล้วให้ทำอะไร รัฐธรรมนูญยังรับรองสิทธิไว้ในการประท้วงต่างๆ สามารถชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ ตรงนี้ถือเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนตามระบบประชาธิปไตย การที่ประชาชนออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆ ก็เหมือนว่าประชาชนสะท้อนการทำงานของรัฐบาลด้วยว่าได้ดูแลประชาชนทั่วถึงอย่างไร”   ด้านรัฐบาลก็มีกฏเกณฑ์มีระเบียบในการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งตรงนี้เราต้องทำความเข้าใจกันด้วยว่าเป็นเงินเยียวยาที่รัฐจัดหาให้แต่ไม่ใช่ชดเชยค่าเสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ตามภาครัฐควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ   “รัฐพยายามบรรเทาค่าเสียหายให้ แต่ปรากฏว่าในการดำเนินการของรัฐ หน่วยงานราชการไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถดำเนินการแก้ประชาชนได้อย่างทั่วถึง การเยียวยาไม่ได้รับความเป็นธรรม บางรายก็ได้จำนวนมาก บางรายก็ได้จำนวนน้อย ขาดหลักเกณฑ์ ไม่ทราบพิจารณากันอย่างไร ควรพิจารณาให้ครบถ้วนและรวดเร็ว หากปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ประชาชนก็จะหมดความศรัทธาในรัฐบาลที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชน”   อีกส่วนหนึ่งต้องมองไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการอย่างเข็มงวด เจ้าหน้าที่รัฐในส่วนปฏิบัติต้อง เห็นอกเห็นใจ พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ถูกต้อง และรวดเร็ว ถามว่ามีเรื่องการคอรัปชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ก็อาจมีความเป็นไปได้ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องสร้างความโปร่งใสแก่ประชาชนด้วย   อย่าสักแต่พูด...ถ้าไม่อยาก ‘เสียหมา’ “ผมเดาว่าตอนที่รัฐบาลเผลอพูดออกไปว่าจะเยียวยาคงไม่ได้รู้ว่าในทางราชการมันมีความสลับซับซ้อนในระเบียบเรื่องนี้อยู่ พอสื่อสารออกไปเสร็จเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผมไม่อยากใช้คำว่านักการเมืองสักแต่รับปากชาวบ้าน..แต่อาการมันออกแบบนั้น คือสักแต่ไปรับปากแต่ไม่ได้ศึกษาเลยว่า หนึ่ง-มีเงินไหม สอง-ระเบียบการใช้เงินว่าอย่างไรบ้าง สาม-คุณไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า คือคนที่รับปากเขาไม่มีข้อมูลพวกนี้เลยว่ามีพอหรือไม่พอ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเอง พอในทางปฏิบัติซึ่งคนเกี่ยวข้องข้าราชการเยอะแยะที่ต้องไปทำเขาทำตามที่คุณรับปากไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ” รศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว   การออกมาเรียกร้องของผู้ประสบภัยในหลายๆ พื้นที่นั้น ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องบ้างขณะเดียวกันถ้าเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของเขาก็จะรู้ว่าการที่พวกเขารวมตัวกันประท้วงไม่ได้มีเจตนาก่อความเดือดร้อนต่อใคร บางทีพวกเขาอาจพยายามหลายวิธีแล้วแต่ไม่เป็นผล ในที่สุดจึงต้องตัดสินใจรวมตัวเรียกร้องให้ผู้หน้าที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบออกมาเจรจา   “คนที่เรียกร้องก็ไม่ได้หวังผลหรอกครับว่าสิ่งที่เขาต่อรองเรียกร้องจะต้องได้ 100 เปอร์เซ็น สิ่งที่เขาหวังเพียงแต่ว่าให้คนที่เกี่ยวข้องเข้ามาคุยด้วยหน่อย ฉะนั้นอาจจะไม่ต้อง 20,000 บาทก็ได้ 15,000 13,000 ก็คุยกันได้ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาคุณไม่เคยมาคุยกับเขาเลยเขาจึงใช้วิธีนี้ เพื่อให้คุณมาคุยกับเขา เพราะถ้าหากคุยแล้วจริงๆ จังๆ มีงบไม่ถึงให้ได้เท่าไหร่ก็มาคุยกัน”   การช่วยเหลือในเรื่องเงินอุดหนุนของรัฐบาลนั้นจำแนกเป็นเงินเยียวยาและเงินชดเชยซึ่งเนื้อหาจะแตกต่างกัน ถ้าเงินชดเชยความเสียหายตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยมันต้องตั้งกรรมการไปดูความเสียหายประเมินว่าให้เท่าไหร่ ตรงนั้นมีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว   ปัญหาที่ประชาชนออกมาเรียกร้องทั้งในเรื่องความล้าช้า ความเป็นธรรม ร้องเรียนเรื่องนายหน้า ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาที่หมักหมมในระบบราชการ   “สาเหตุหลักคือเป็นเพราะการใช้อิทธิพลจึงทำให้การจ่ายเงินไม่เป็นไปตามระเบียบ เพราะถ้าการจ่ายเงินเป็นไปตามระเบียบความเสียหายเหมือนกันต้องจ่ายเท่ากัน หรือกรณีนายหน้าเราไม่รู้ว่ามีข้อเท็จจริงปรากฎ แต่มันคงไม่สุจริตเท่าไหร่ยิ่งในกรณีที่คนเขากำลังเดือดร้อนมากอบกู้ฟื้นฟูชีวิตจากน้ำท่วมก็เป็นเรื่องที่น่าประนาม” ……………………… คงเป็นปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้ต้องสะสางให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะวิกฤติการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นมาร่วมทบปี แต่ปัญหาในการจัดการชดเชยเยียวยาต่อภาคประชาชนยังปล่อยให้ล่วงเลยดำเนินการอย่างล้าช้า เมื่อระบบราชการพึ่งไม่ได้ ประชาชนจึงต้องรวมตัวกันทวงถามและเรียกร้องสิทธิที่พวกเขาพึงจะได้รับ   ที่มา :: http://www.manager.co.th
Thursday, 19 July 2012 09:58
มีผู้ร้องเรียนเป็นสุภาพสตรีจากย่านลาดพร้าว ซอย 6 เขตจตุจักรมาว่า “ดิฉันขอให้ช่วยเก็บเศษขยะนานาประการจนปัจจุบันกองใหญ่มากแล้ว ที่ในซอยลาดพร้าว 6 เขตจตุจักร ใกล้กับเสาไฟฟ้าต้นที่ 2-3 ในซอยข้างธนาคารทหารไทยสาขาลาดพร้าว 6  เพราะมีเศษกิ่งไม้ ใบไม้ต่างๆ เศษหินและเศษอาหาร หล่นร่วงลงคลองเล็กๆข้างธนาคาร ทำให้สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นมาก แถมอุดตันท่อระบายน้ำ  ในช่วงเวลาดึก ๆ จะมีผู้มายืนปัสสาวะลงบนกองขยะบ้าง ลงในคลองบ้าง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่เปลี่ยว-มืด และไม่มีห้องน้ำ ดิฉันและชาวบ้านขอทางเขตจตุจักรเพิ่มถังขยะ2ใบในบริเวณนี้เนื่องจากเศษขยะมีค่อนข้างมาก ถังขยะใบเก่าแตก-ไม่มีฝาปิดมิดชิด และชุมชนทางซอย4-8 ยังนำเศษขยะมากองทิ้งมากมาย เพราะมีถังขยะไม่เพียงพอ  อยากให้ทางเขตกรุณาลอกคลองบริเวณนี้ เนื่องจากน้ำท่วมเข้าบ้านทุกปี นอกจากนี้ ดิฉันและพวกชาวบ้านขอความกรุณาให้เขตส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมาตัดกิ่งไม้ ใบไม้ ที่ยื่นบดบังหน้าอาคารพาณิชย์(ด้านหน้าถนน) อยู่ข้างธนาคารด้านหน้าถนน เพราะช่วงนี้ฝนตกหนักแทบทุกวัน บริเวณนี้จึงมีใบไม้มากและยื่นบดบังแสงไฟฟ้าจากถนนและอาคาร และกิ่งไม้ใบไม้ได้ยื่นห้อยต่ำลงมาบริเวณทางเดินเท้า พร้อมทั้งบังรถเมล์ที่วิ่งมาเลนซ้ายสุด ทำให้ผู้รอรถเมล์ไม่สามารถเห็นเบอร์สายรถเมล์จากช่วงระยะ30-50เมตร ช่วงประมาณเดือน มี.ค. 55 ทางกรมราชทัณฑ์ เข้ามาขุดลอกท่อระบายน้ำหน้าอาคาร และไม่โบกปิดให้เรียบร้อยทำให้เกิดรอยแผ่นทางเดินเท้าแตก ทำให้ผู้ที่เดินเท้า รถเข็นของ รถจักรยานและผู้ที่ขึ้นลงรถเมล์บริเวณนี้ได้รับอันตราย-บาดเจ็บ จึงรบกวนขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขโบกปูนราด และ อัดดินให้แน่น เรียบร้อยดังเดิม เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับผู้สัญจรเดินไปมา” ปัญหาที่ร้องมานี้เป็นหน้าที่เต็ม ๆ ของเขตจตุจักรที่จะต้องแก้ไขเพื่อประชาชนในย่านลาดพร้าว 6  มีความสะดวกในการสัญจารที่ไม่ต้องระมัดระวังอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว  สำหรับเรื่องถังขยะที่ขอเพิ่มนั้น ทางเขตจะต้องรีบพิจารณามาเพิ่มให้โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสูดดมอากาศได้สบายใจ มีผู้ร้องเรียนเป็นสุภาพสตรีจากย่านลาดพร้าว ซอย 6 เขตจตุจักรมาว่า “ดิฉันขอให้ช่วยเก็บเศษขยะนานาประการจนปัจจุบันกองใหญ่มากแล้ว ที่ในซอยลาดพร้าว 6 เขตจตุจักร ใกล้กับเสาไฟฟ้าต้นที่ 2-3 ในซอยข้างธนาคารทหารไทยสาขาลาดพร้าว 6  เพราะมีเศษกิ่งไม้ ใบไม้ต่างๆ เศษหินและเศษอาหาร หล่นร่วงลงคลองเล็กๆข้างธนาคาร ทำให้สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นมาก แถมอุดตันท่อระบายน้ำ  ในช่วงเวลาดึก ๆ จะมีผู้มายืนปัสสาวะลงบนกองขยะบ้าง ลงในคลองบ้าง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่เปลี่ยว-มืด และไม่มีห้องน้ำ ดิฉันและชาวบ้านขอทางเขตจตุจักรเพิ่มถังขยะ2ใบในบริเวณนี้เนื่องจากเศษขยะมีค่อนข้างมาก ถังขยะใบเก่าแตก-ไม่มีฝาปิดมิดชิด และชุมชนทางซอย4-8 ยังนำเศษขยะมากองทิ้งมากมาย เพราะมีถังขยะไม่เพียงพอ  อยากให้ทางเขตกรุณาลอกคลองบริเวณนี้ เนื่องจากน้ำท่วมเข้าบ้านทุกปี   นอกจากนี้ ดิฉันและพวกชาวบ้านขอความกรุณาให้เขตส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมาตัดกิ่งไม้ ใบไม้ ที่ยื่นบดบังหน้าอาคารพาณิชย์(ด้านหน้าถนน) อยู่ข้างธนาคารด้านหน้าถนน เพราะช่วงนี้ฝนตกหนักแทบทุกวัน บริเวณนี้จึงมีใบไม้มากและยื่นบดบังแสงไฟฟ้าจากถนนและอาคาร และกิ่งไม้ใบไม้ได้ยื่นห้อยต่ำลงมาบริเวณทางเดินเท้า พร้อมทั้งบังรถเมล์ที่วิ่งมาเลนซ้ายสุด ทำให้ผู้รอรถเมล์ไม่สามารถเห็นเบอร์สายรถเมล์จากช่วงระยะ30-50เมตร   ช่วงประมาณเดือน มี.ค. 55 ทางกรมราชทัณฑ์ เข้ามาขุดลอกท่อระบายน้ำหน้าอาคาร และไม่โบกปิดให้เรียบร้อยทำให้เกิดรอยแผ่นทางเดินเท้าแตก ทำให้ผู้ที่เดินเท้า รถเข็นของ รถจักรยานและผู้ที่ขึ้นลงรถเมล์บริเวณนี้ได้รับอันตราย-บาดเจ็บ จึงรบกวนขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขโบกปูนราด และ อัดดินให้แน่น เรียบร้อยดังเดิม เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับผู้สัญจรเดินไปมา”   ปัญหาที่ร้องมานี้เป็นหน้าที่เต็ม ๆ ของเขตจตุจักรที่จะต้องแก้ไขเพื่อประชาชนในย่านลาดพร้าว 6  มีความสะดวกในการสัญจารที่ไม่ต้องระมัดระวังอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว  สำหรับเรื่องถังขยะที่ขอเพิ่มนั้น ทางเขตจะต้องรีบพิจารณามาเพิ่มให้โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสูดดมอากาศได้สบายใจ   ที่มา :: http://www.dailynews.co.th  
Wednesday, 18 July 2012 10:41
เสียงประชาชนวันนี้มาจาก ‘คนคลองสาม’ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร้องทุกข์เข้ามาว่า ถนนเลียบคลองสาม ปทุมธานี ชำรุด บริเวณดังกล่าวอยู่บนถนนตัดคลองแอน บริเวณวัดเกิดการอุดมคลองสาม จนถึงหลังหมู่บ้านพฤกษา 13 สภาพแย่มาก โดยเฉพาะหลังน้ำท่วม ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปซ่อมแซมถนน ทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่งผลให้การสัญจรไปมาของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเกือบแสนครัวไม่ได้รับความสะดวก และยิ่งเดือดร้อนหนักในชั่วโมงเร่งด่วน รถจะติดมาก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล พร้อมกันนี้ได้ส่งภาพถ่ายมายืนยันเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาให้เห็นกับตา เห็นจากภาพประกอบแล้ว อบต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะหลักฐานความเสียหายชัดเจนขนาดนี้ เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงไปแก้ไขจะดีกว่า เพราะประชาชนที่เดือดร้อนมีจำนวนไม่น้อย หากถึงคราวประชาชนลุกขึ้นใช้สิทธิที่พึงมี คงยากจะคุย เสียงประชาชนวันนี้มาจาก ‘คนคลองสาม’ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร้องทุกข์เข้ามาว่า ถนนเลียบคลองสาม ปทุมธานี ชำรุด บริเวณดังกล่าวอยู่บนถนนตัดคลองแอน บริเวณวัดเกิดการอุดมคลองสาม จนถึงหลังหมู่บ้านพฤกษา 13 สภาพแย่มาก โดยเฉพาะหลังน้ำท่วม ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปซ่อมแซมถนน ทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่งผลให้การสัญจรไปมาของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเกือบแสนครัวไม่ได้รับความสะดวก และยิ่งเดือดร้อนหนักในชั่วโมงเร่งด่วน รถจะติดมาก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล พร้อมกันนี้ได้ส่งภาพถ่ายมายืนยันเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาให้เห็นกับตา   เห็นจากภาพประกอบแล้ว อบต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะหลักฐานความเสียหายชัดเจนขนาดนี้ เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงไปแก้ไขจะดีกว่า เพราะประชาชนที่เดือดร้อนมีจำนวนไม่น้อย หากถึงคราวประชาชนลุกขึ้นใช้สิทธิที่พึงมี คงยากจะคุย   ที่มา :: www.dailynews.co.th  
Tuesday, 17 July 2012 10:27
โฆษก พท.แฉกลุ่มการเมืองยุม็อบสวนยางปิดถนน แนะเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมประสานให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา ชี้ไม่ควรปิดถนนเพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป วันนี้ ( 15 ก.ค. ) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีม็อบสวนยางปิดถนนสายเอเชียเพื่อ เรียกร้องราคายาง 120 บาท ต่อกิโลกรัม ว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้ส่งคณะทำงานลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อหาช่องทางช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้พบว่ามีเรียกร้องจริงในพื้นที่ แต่มีอีกบางส่วนที่มีกลุ่มการเมืองยุยงชาวบ้านปิดถนน โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี จ. นครศรีธรรมราช  อย่างไรก็ตามหากมีการบิดเบือนก็จะนำหลักฐานเอาผิดเพราะเป็นการลดความน่าเชื่อถือรัฐบาลและสร้างความปั่นป่วน ดังนั้นขอเรียกร้องให้ชุมนุมในสถานที่เหมาะสม แล้วเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะประสานให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาไม่ควรปิดถนนเพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป สำหรับข้อมูลที่ได้จากพื้นที่จะเร่งนำเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทันที เพื่อจะมีมาตรการช่วยเหลือโดยเร็ว เชื่อว่าถ้านายกรัฐมนตรีรับทราบแล้วจะดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน โฆษก พท.แฉกลุ่มการเมืองยุม็อบสวนยางปิดถนน แนะเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมประสานให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา ชี้ไม่ควรปิดถนนเพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยทั่วไป
Monday, 16 July 2012 10:28
ปัญหาในการบริการของรถแท็กซี่มีหลายสารพัดเรื่องที่ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่จะต้องเจอปัญหาอยู่ทุกวัน  มีผู้ร้องเรียนผ่านมาทางนี้ถึงปัญหารถแท็กซี่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมาว่า “ผมเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีหัวลำโพงเป็นประจำ และมักจะโดยสารรถแท็กซี่กลับบ้าน และมักจะเจอพฤติกรรมที่ไม่ดีของรถแท็กซี่ เพราะเมื่อเรียกผู้โดยสารหากคนขับไม่อยากไปก็จะชี้ให้ไปขึ้นคันอื่นที่ขับตามกันมาโดยที่คันนั้นไม่รู้เรื่องเหมือนเป็นการผลักไปให้พ้นตัว ซึ่งทำให้เสียความรู้สึกมากถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะมาถามหาผู้โดยสารทำไม อีกอย่างถ้าโดนคนไทยด้วยกันก็พอๆฝืนได้ แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติภาพลักษณ์ประเทศจะเสียหายแค่ไหน ถ้าการรถไฟฯ รับผิดชอบในการดูแลรถแท็กซี่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ขอให้ช่วยจัดระเบียบในการให้บริการประชาชน  มิฉะนั้นจะขายหน้าชาวต่างประเทศที่มาเจอเหตุการณ์แบบผม” ถ้าการรถไฟฯ ดูแลอยู่ก็ช่วยมาตรวจสอบจัดการด้วย  แต่ไม่ได้ดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะต้องเข้ามาดูแล เพื่อให้ผู้โดยสารรถแท็กซี่ได้รับบริการที่ดี ๆ dnhelpme@gmail.com ปัญหาในการบริการของรถแท็กซี่มีหลายสารพัดเรื่องที่ผู้ใช้บริการรถแท็กซี่จะต้องเจอปัญหาอยู่ทุกวัน  มีผู้ร้องเรียนผ่านมาทางนี้ถึงปัญหารถแท็กซี่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงมาว่า   “ผมเดินทางโดยรถไฟมาลงที่สถานีหัวลำโพงเป็นประจำ และมักจะโดยสารรถแท็กซี่กลับบ้าน และมักจะเจอพฤติกรรมที่ไม่ดีของรถแท็กซี่ เพราะเมื่อเรียกผู้โดยสารหากคนขับไม่อยากไปก็จะชี้ให้ไปขึ้นคันอื่นที่ขับตามกันมาโดยที่คันนั้นไม่รู้เรื่องเหมือนเป็นการผลักไปให้พ้นตัว ซึ่งทำให้เสียความรู้สึกมากถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะมาถามหาผู้โดยสารทำไม อีกอย่างถ้าโดนคนไทยด้วยกันก็พอๆฝืนได้ แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติภาพลักษณ์ประเทศจะเสียหายแค่ไหน ถ้าการรถไฟฯ รับผิดชอบในการดูแลรถแท็กซี่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ขอให้ช่วยจัดระเบียบในการให้บริการประชาชน  มิฉะนั้นจะขายหน้าชาวต่างประเทศที่มาเจอเหตุการณ์แบบผม”   ถ้าการรถไฟฯ ดูแลอยู่ก็ช่วยมาตรวจสอบจัดการด้วย  แต่ไม่ได้ดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะต้องเข้ามาดูแล เพื่อให้ผู้โดยสารรถแท็กซี่ได้รับบริการที่ดี ๆ   dnhelpme@gmail.com  
Friday, 13 July 2012 10:25
หรือสายอื่น ๆ ที่ระโยงรยางค์ตามอาคารริมถนนหรือในซอยต่าง ๆ สามารถพบเห็นได้เกือบทุกสถานที่ ซึ่งอาจเป็นภัยที่คาดไม่ถึงได้ในวันวันหนึ่ง มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับสายไฟที่น่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมามาว่า “ สะพานลอยคนข้ามที่บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ หน้าโรงเรียนประชาสมาสัย รัชดาภิเษก ต.บางจาก อ.พระประแดง จ..สมุทรปราการ  มีสายไฟพาดผ่านทางเดินขึ้นสะพานลอยคนข้ามที่ดูแล้วน่าอันตราย แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนและดักนักเรียนที่ต้องเดินข้ามทุกวันทั้งฝนตกและแดดออก  อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากนี้ฝนกตกทุกวันอาจมีไฟฟ้ารั่วออกมาช็อกผู้สัญจรผ่านไปมาได้อย่างไม่คาดฝันได้” เห็นรูปที่ผู้ร้องส่งมาแล้วก็ยืนยันได้ว่าอันตรายจริง  ผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลความทุกข์สุขของประชาชนไม่ควรนิ่งเฉย หรือมองข้ามความปลอดภัยเป็นอันขาด ปัญหาสายไฟหรือสายอื่น ๆ ที่ระโยงรยางค์ตามอาคารริมถนนหรือในซอยต่าง ๆ สามารถพบเห็นได้เกือบทุกสถานที่ ซึ่งอาจเป็นภัยที่คาดไม่ถึงได้ในวันวันหนึ่ง มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับสายไฟที่น่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนที่สัญจรผ่านไปมามาว่า “ สะพานลอยคนข้ามที่บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ หน้าโรงเรียนประชาสมาสัย รัชดาภิเษก ต.บางจาก อ.พระประแดง จ..สมุทรปราการ  มีสายไฟพาดผ่านทางเดินขึ้นสะพานลอยคนข้ามที่ดูแล้วน่าอันตราย แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนและดักนักเรียนที่ต้องเดินข้ามทุกวันทั้งฝนตกและแดดออก  อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากนี้ฝนกตกทุกวันอาจมีไฟฟ้ารั่วออกมาช็อกผู้สัญจรผ่านไปมาได้อย่างไม่คาดฝันได้”   เห็นรูปที่ผู้ร้องส่งมาแล้วก็ยืนยันได้ว่าอันตรายจริง  ผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลความทุกข์สุขของประชาชนไม่ควรนิ่งเฉย หรือมองข้ามความปลอดภัยเป็นอันขาดที่มา :: http://www.dailynews.co.th  
Thursday, 12 July 2012 09:14
เรื่องปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางหลวงใหญ่ ๆ ที่มีรถราสัญจรกันมากมาย มีผู้ส่งเมล์ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยบนถนนบางนา-ตราด จากรถรับจ้างไม่ประจำทางที่มีวัยรุ่นโดยสารเต็มคันรถและคนขับก็ขับหวาดเสียว เปิดเพลงเสียงดังไปตลอดทาง “ผมเป็นคน อ.เมืองชลบุรี แต่ต้องขับรถไป จ.สมุทรปราการทุกวันเสาร์ สิ่งที่ผมพบเห็นเป็นประจำ แทบจะทุกครั้ง คือ รถโดยสารไม่ประจำทาง สองแถวเล็ก สีขาว สีแดงบ้าง มาจากแถวสมุทรปราการ มาเที่ยว บางแสน คาดว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นรวมตัวกันจ้างเหมาไปเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กน่าจะไม่เกินมัธยมต้น ทั้งยืนทั้งเต้น ห้อยโหน ออกมานอกตัวรถ รถก็เปิดเพลงเสียงดังไปตลอดทาง อาการคล้ายเมาสุรา เป็นที่น่าหวาดเสียว ผมว่าหลายคนที่เห็นก็คงต้องรู้สึกเหมือนผม หากเด็กตกลงมา อะไรจะเกิดเพราะถนนสาย บางนา-ตราด รถวิ่งเยอะและวิ่งเร็วมาก เนื่องเป็นสายหลักภาคตะวันออก ผมเห็นอย่างนี้มานานเป็นปีในช่วงวันหยุดและวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ซึ่งจากที่ผมสังเกตพบว่านับวันก็จะมีมากขึ้น อยากให้สถานีตำรวจทางหลวงก็อยู่ติดถนน บางนา-ตราด ช่วง อ.บางปะกง ช่วยออกมาตั้งด่านดักจับและว่ากลางตักเตือน  ถ้าปล่อยปละละเลยไม่ดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน คาดว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งจะมีข่าวใหญ่หน้าหนึ่งเด็กเมาตกรถรถทับซ้ำ  ขอให้ตำรวจทางหลวงเห็นแก่อนาคตของเด็กบ้าง ซึ่งพวกเขายังไม่รู้จักผิดชอบ” ผู้การตำรวจทางหลวงอย่าลืมสั่งการลูกน้องในท้องที่ที่รับผิดชอบเส้นทางบางนา-ตราด ช่วยเข้มงวดตามกฎหมายให้ผู้ขับรถบนถนนบางนา-ตราด ขับรถด้วยความปลอดภัย เพื่อชีวิตของผู้ขับรถและของผู้อื่นที่ร่วมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน dnhelpme@gmail.com เรื่องปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางหลวงใหญ่ ๆ ที่มีรถราสัญจรกันมากมาย มีผู้ส่งเมล์ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยบนถนนบางนา-ตราด จากรถรับจ้างไม่ประจำทางที่มีวัยรุ่นโดยสารเต็มคันรถและคนขับก็ขับหวาดเสียว เปิดเพลงเสียงดังไปตลอดทาง   “ผมเป็นคน อ.เมืองชลบุรี แต่ต้องขับรถไป จ.สมุทรปราการทุกวันเสาร์ สิ่งที่ผมพบเห็นเป็นประจำ แทบจะทุกครั้ง คือ รถโดยสารไม่ประจำทาง สองแถวเล็ก สีขาว สีแดงบ้าง มาจากแถวสมุทรปราการ มาเที่ยว บางแสน คาดว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นรวมตัวกันจ้างเหมาไปเที่ยว ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กน่าจะไม่เกินมัธยมต้น ทั้งยืนทั้งเต้น ห้อยโหน ออกมานอกตัวรถ รถก็เปิดเพลงเสียงดังไปตลอดทาง อาการคล้ายเมาสุรา เป็นที่น่าหวาดเสียว ผมว่าหลายคนที่เห็นก็คงต้องรู้สึกเหมือนผม หากเด็กตกลงมา อะไรจะเกิดเพราะถนนสาย บางนา-ตราด รถวิ่งเยอะและวิ่งเร็วมาก เนื่องเป็นสายหลักภาคตะวันออก ผมเห็นอย่างนี้มานานเป็นปีในช่วงวันหยุดและวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ซึ่งจากที่ผมสังเกตพบว่านับวันก็จะมีมากขึ้น อยากให้สถานีตำรวจทางหลวงก็อยู่ติดถนน บางนา-ตราด ช่วง อ.บางปะกง ช่วยออกมาตั้งด่านดักจับและว่ากลางตักเตือน  ถ้าปล่อยปละละเลยไม่ดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน คาดว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งจะมีข่าวใหญ่หน้าหนึ่งเด็กเมาตกรถรถทับซ้ำ  ขอให้ตำรวจทางหลวงเห็นแก่อนาคตของเด็กบ้าง ซึ่งพวกเขายังไม่รู้จักผิดชอบ”   ผู้การตำรวจทางหลวงอย่าลืมสั่งการลูกน้องในท้องที่ที่รับผิดชอบเส้นทางบางนา-ตราด ช่วยเข้มงวดตามกฎหมายให้ผู้ขับรถบนถนนบางนา-ตราด ขับรถด้วยความปลอดภัย เพื่อชีวิตของผู้ขับรถและของผู้อื่นที่ร่วมอยู่ในเส้นทางเดียวกัน   dnhelpme@gmail.com  
Friday, 06 July 2012 12:06
ปัญหาบ่อนที่แอบเปิดเล่นและผับเปิดเกินเวลามีปัญหาไปทุกจังหวัดก็ว่าได้ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใส่ใจปราบปรามอย่างจริงจัง  มีผู้อ่านจากหาดใหญ่ส่งเบาะแสมาว่า "ปัจจุบันนี้ที่หาดใหญ่มีบ่อนการพนันลักลอบเปิดอยู่หลายแห่ง และผับเปิดเกินเวลาถึงตี 4  คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในหาดใหญ่แต่ละพื้นที่คงมีความสามารถสืบเสาะหาได้แน่ว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนที่แห่งไหน และผับเปิดเกินเวลาที่ใดบ้าง  ถ้าตำรวจในพื้นที่ไม่สนใจในการปราบปราม ก็ขอแจ้งไปถึงท่าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.ได้รับทราบ" ปัญหาบ่อนที่แอบเปิดเล่นและผับเปิดเกินเวลามีปัญหาไปทุกจังหวัดก็ว่าได้ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใส่ใจปราบปรามอย่างจริงจัง  มีผู้อ่านจากหาดใหญ่ส่งเบาะแสมาว่า   "ปัจจุบันนี้ที่หาดใหญ่มีบ่อนการพนันลักลอบเปิดอยู่หลายแห่ง และผับเปิดเกินเวลาถึงตี 4  คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในหาดใหญ่แต่ละพื้นที่คงมีความสามารถสืบเสาะหาได้แน่ว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนที่แห่งไหน และผับเปิดเกินเวลาที่ใดบ้าง  ถ้าตำรวจในพื้นที่ไม่สนใจในการปราบปราม ก็ขอแจ้งไปถึงท่าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร.ได้รับทราบ"   ที่มา :: http://www.dailynews.co.th
Thursday, 05 July 2012 11:11
  ไกล่เกลี่คดีสาวซีวิค ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ในคดีสาวซีวิค ขับรถยนต์โดยประมาท เมื่อค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 มาเจรจาไกล่เกลี่ย  ขณะที่ทางฝั่งจำเลยสาวซีวิค ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ส่งญาติและทนายความมาแทน ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดไกล่เกลี่ยคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายเยาวชนและครอบครัว เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคดีสาวซีวิค ในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายต่อร่างกายและบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ซึ่งจำเลยให้การปฎิเสธทั้ง 2 ข้อหา  โดยวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ได้เดินทางมาศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อเข้าสู่การเจรจาไกล่เกลี่ย  ขณะที่ฝั่งผู้ต้องหาสาวซีวิค ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ได้ส่งลุงและทนายความเป็นตัวแทนมาศาล   ซึ่งวันนี้ได้มีการเชิญนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยเพื่อประเมินสภาพจิตใจของญาติผู้เสียชีวิต โดยนายแพทย์กฤช รอดอารีย์ บิดาของ นายเกียรติมันต์ รอดอารีย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต  กล่าวว่าไม่เข้าใจขั้นตอนกระบวนการไกล่เกลี่ย และรู้สึกไม่พอใจ ที่ไม่พบกับจำเลย เนื่องจากไม่อยากให้คดียืดเยื้อออกไปอีก  เพราะเป็นการบั่นทอนจิตใจ ทั้งนี้การเชิญนักจิตวิทยา มาพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กับคดีดังกล่าว  เนื่องจากเป็นการดูความพร้อมด้านสภาพจิตใจ ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยคดี ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ในคดีสาวซีวิค ขับรถยนต์โดยประมาท เมื่อค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 มาเจรจาไกล่เกลี่ย  ขณะที่ทางฝั่งจำเลยสาวซีวิค ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ส่งญาติและทนายความมาแทน   ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นัดไกล่เกลี่ยคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายเยาวชนและครอบครัว เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคดีสาวซีวิค ในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายต่อร่างกายและบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ซึ่งจำเลยให้การปฎิเสธทั้ง 2 ข้อหา  โดยวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ได้เดินทางมาศาลเยาวชนและครอบครัว เพื่อเข้าสู่การเจรจาไกล่เกลี่ย  ขณะที่ฝั่งผู้ต้องหาสาวซีวิค ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ได้ส่งลุงและทนายความเป็นตัวแทนมาศาล   ซึ่งวันนี้ได้มีการเชิญนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยเพื่อประเมินสภาพจิตใจของญาติผู้เสียชีวิต   โดยนายแพทย์กฤช รอดอารีย์ บิดาของ นายเกียรติมันต์ รอดอารีย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต  กล่าวว่าไม่เข้าใจขั้นตอนกระบวนการไกล่เกลี่ย และรู้สึกไม่พอใจ ที่ไม่พบกับจำเลย เนื่องจากไม่อยากให้คดียืดเยื้อออกไปอีก  เพราะเป็นการบั่นทอนจิตใจ   ทั้งนี้การเชิญนักจิตวิทยา มาพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง กับคดีดังกล่าว  เนื่องจากเป็นการดูความพร้อมด้านสภาพจิตใจ ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยคดี   ที่มา :: http://www.tv5.co.th  
Tuesday, 03 July 2012 10:29
จากเหตุการณ์พื้นที่หมู่ 3 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เกิดเหตุดินทรุดลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนทรุดตามเสียหาย จำนวน 9 หลัง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าวันที่ 2 ก.ค. นายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง นายสมชาย อนะวัชกุล นายอำเภอเมืองอ่างทองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเทศบางตำบลโพสะเจ้าของพื้นที่ ลงตรวจสอบพร้อมหาสาเหตุการทรุดตัวของดินที่อยู่หลังคันดินสร้างใหม่เพื่อป้องกันน้ำท่วม หลังตรวจสอบพบว่าดินทรุดตัวขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัดเจน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาดินทรุดตัว1อีกเกือบ  เมตร ตลอดทางยาว 500 เมตร ทำให้บ้านเรือนเสียหายเพิ่มเป็น 13 หลังแล้ว จากการลงตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นทางการของสาเหตุ แต่เบื้องต้นทางผู้ว่าฯ อ่างทองให้สัมภาษณ์ว่าทางจังหวัดจะประกาศพื้นที่ ม. 3 ต.โพสะ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ให้ประชาชนที่บ้านทรุดตัวย้ายไปอยู่บ้านญาติก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดจากบ้านพังได้ นางบุญเรือน ก้อนทองดี นายกเทศบาลตำบลโพสะ กล่าวว่า หลังเข้าตรวจสอบพร้อมผู้ว่าฯ จึงเรียกประชุมสมาชิกเทศบาลเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เบื้องต้นประกาศพื้นที่ต.โพสะ เป็นพื้นที่อันตรายไว้ก่อน ในการช่วยเหลือเยียวยานั้นต้องออกไปให้กำลังใจและดูแลความปลอดภัยในเบื้องต้นก่อน ด้านนายวิศวกล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ่างทอง ประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญทางทรัพยากรธรณี มาร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าพื้นดินชั้นบนแข็งแต่ชั้นล่างเกิดยุบตัว ตอนนี้เพียงสันนิฐานสาเหตุน่าจะเกิดจากเหตุการณ์ที่น้ำท่วมมาหลายครั้ง ทำให้ดินใต้ล่างเกิดการสไลร์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พื้นดินด้านบนยุบลงไปด้วย ช่วงนี้จึงต้องประกาศพื้นที่ ม. 3 ต.โพสะ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อหาทางเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์พื้นที่หมู่ 3 ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง เกิดเหตุดินทรุดลึกกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนทรุดตามเสียหาย จำนวน 9 หลัง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าวันที่ 2 ก.ค. นายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง นายสมชาย อนะวัชกุล นายอำเภอเมืองอ่างทองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเทศบางตำบลโพสะเจ้าของพื้นที่ ลงตรวจสอบพร้อมหาสาเหตุการทรุดตัวของดินที่อยู่หลังคันดินสร้างใหม่เพื่อป้องกันน้ำท่วม หลังตรวจสอบพบว่าดินทรุดตัวขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้นเห็นได้ชัดเจน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาดินทรุดตัว1อีกเกือบ  เมตร ตลอดทางยาว 500 เมตร ทำให้บ้านเรือนเสียหายเพิ่มเป็น 13 หลังแล้ว   จากการลงตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นทางการของสาเหตุ แต่เบื้องต้นทางผู้ว่าฯ อ่างทองให้สัมภาษณ์ว่าทางจังหวัดจะประกาศพื้นที่ ม. 3 ต.โพสะ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ให้ประชาชนที่บ้านทรุดตัวย้ายไปอยู่บ้านญาติก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดจากบ้านพังได้   นางบุญเรือน ก้อนทองดี นายกเทศบาลตำบลโพสะ กล่าวว่า หลังเข้าตรวจสอบพร้อมผู้ว่าฯ จึงเรียกประชุมสมาชิกเทศบาลเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เบื้องต้นประกาศพื้นที่ต.โพสะ เป็นพื้นที่อันตรายไว้ก่อน ในการช่วยเหลือเยียวยานั้นต้องออกไปให้กำลังใจและดูแลความปลอดภัยในเบื้องต้นก่อน   ด้านนายวิศวกล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ่างทอง ประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญทางทรัพยากรธรณี มาร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ ในเบื้องต้นพบว่าพื้นดินชั้นบนแข็งแต่ชั้นล่างเกิดยุบตัว ตอนนี้เพียงสันนิฐานสาเหตุน่าจะเกิดจากเหตุการณ์ที่น้ำท่วมมาหลายครั้ง ทำให้ดินใต้ล่างเกิดการสไลร์ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พื้นดินด้านบนยุบลงไปด้วย ช่วงนี้จึงต้องประกาศพื้นที่ ม. 3 ต.โพสะ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อหาทางเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ   ที่มา :: http://www.khaosod.co.th/  
Monday, 02 July 2012 21:40
  คุณดุลยพัฒน์ ส่งอีเมลแจ้งความเดือดร้อนมายังเสียงประชาชน เพื่อวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ดังนี้ “ผมได้ใช้ถนนสายกาญจนาภิเษกเป็นประจำในวันทำงาน จึงได้พบการฝ่าฝืนกฎหมายและน่าจะเกิดอันตรายถ้าไม่ระวังให้ดีดังนี้ครับ ถนนกาญจนาภิเษก ออกมาจากทางด่วน พระประแดง ผ่านแยกถนนพระราม 2 มุ่งหน้าแยกบางบอน จะผ่านที่ทำการ สำนักงาน ประกันสังคม พื้นที่ 7 ตรงนี้จะมีจุดตัดถนน ที่ให้รถจากทางด่วนเข้าทางคู่ขนาน แต่ก็มีผู้ใช้รถขอบอกว่า พวกเห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จะใช้ช่องทางนี้ ออกจากคู่ขนานแอบเข้าทางด่วน บางครั้งรถจากทางด่วนจะเข้าคู่ขนานเบรกทันก็แล้วไป บางทีเจอ สิบล้อ ออกมา ก็เบรกตัวโก่งเลยหลายคันเป็นแถว กลัวชนมันแต่เราตายนะครับ  และที่พื้นถนนจะมีเสาสีส้มที่ป้องกันไม่ให้รถจากทางคู่ขนานออกมายังทางด่วน ตอนนี้ เหลืออยู่ไม่กี่อันแล้ว เพราะโดนรถที่ ฝ่าฝืนออกทางด่วนที่จุดนี้ทับซะ แบนแต๊ดแต๋ ไปแล้ว ผมเองเคยร้องเรียนไปหลายครั้ง ที่ หมายเลข 1111  ก็มีการส่งเจ้าหน้าที่มา 1-2 วันแล้วก็หายไป มีการชนกันบ่อยครั้ง อย่างไรแล้วขอให้ผู้ที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขแบบยั่งยืน หรือจะส่งเจ้าหน้าที่มาจับปรับแบบโหดๆ สัก1เดือน น่าจะดี” กรมทางหลวงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน! เพราะความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ dnhelpme@gmail.com ที่มา :: http://www.dailynews.co.th
Friday, 29 June 2012 10:16
เรื่องถนนหนทางมีปัญหาให้ปวดหัวได้ทุกวัน อย่างวันนี้เสียงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากทางกลับรถย่านแจ้งวัฒนะ   เรื่องถนนหนทางมีปัญหาให้ปวดหัวได้ทุกวัน อย่างวันนี้เสียงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากทางกลับรถย่านแจ้งวัฒนะ นามว่า คุณประเสริฐ ร้องทุกข์เข้ามาว่า “ที่ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณที่กลับรถใต้สะพานข้ามคลองประปาฝั่งมุ่งหน้าหลักสี่ ทางหลวงได้ออกแบบทางเว้าเพื่อไม่ให้กีดขวางรถทางตรงและทางที่จะเลี้ยวขวา แต่การออกแบบทางเว้าดังกล่าวสั้นมาก และเป็นบริเวณที่รถจำนวนมากต้องการกลับรถ บางครั้งมากกว่ารถทางตรงและทางเลี้ยวเสียอีก ทำให้ปริมาณรถติดสะสมบริเวณดังกล่าวยาวมาก (ท้าให้กรมทางหลวงมาพิสูจน์ได้) เรื่องดังกล่าวผมเคยแจ้งไปยังกรมทางหลวงแล้ว ได้รับคำตอบว่าสาเหตุที่ทำทางเว้าสั้นเพราะความสูงของใต้สะพานไม่พอ ผมว่าสามารถทำทางเว้าได้อีกร่วม50 เมตรเลยทีเดียว และสามารถระบายรถได้ดีขึ้นแน่นอน ลักษณะนี้ถ้าทางกรมทางหลวงคิดไม่ได้ หรือนั่งเทียนออกแบบสะพานประเทศก็คงย่ำอยู่กับที่แหละครับ บริเวณดังกล่าวรถติดใต้สะพานทั้งวัน แต่รถขึ้นสะพานจะติดเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ขอให้เห็นใจประชาชนที่ต้องใช้ทางกลับรถทุกวันด้วย” ประชาชนผู้เดือนร้อนท้ามาขนาดนี้ กรมทางหลวงจะว่าอย่างไร จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและหาทางบรรเทาทุกข์ให้ได้หรือไม่ รอติดตาม dnhelpme@gmail.com เรื่องถนนหนทางมีปัญหาให้ปวดหัวได้ทุกวัน อย่างวันนี้เสียงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากทางกลับรถย่านแจ้งวัฒนะ นามว่า คุณประเสริฐ ร้องทุกข์เข้ามาว่า   “ที่ถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณที่กลับรถใต้สะพานข้ามคลองประปาฝั่งมุ่งหน้าหลักสี่ ทางหลวงได้ออกแบบทางเว้าเพื่อไม่ให้กีดขวางรถทางตรงและทางที่จะเลี้ยวขวา แต่การออกแบบทางเว้าดังกล่าวสั้นมาก และเป็นบริเวณที่รถจำนวนมากต้องการกลับรถ บางครั้งมากกว่ารถทางตรงและทางเลี้ยวเสียอีก ทำให้ปริมาณรถติดสะสมบริเวณดังกล่าวยาวมาก (ท้าให้กรมทางหลวงมาพิสูจน์ได้)   เรื่องดังกล่าวผมเคยแจ้งไปยังกรมทางหลวงแล้ว ได้รับคำตอบว่าสาเหตุที่ทำทางเว้าสั้นเพราะความสูงของใต้สะพานไม่พอ ผมว่าสามารถทำทางเว้าได้อีกร่วม50 เมตรเลยทีเดียว และสามารถระบายรถได้ดีขึ้นแน่นอน ลักษณะนี้ถ้าทางกรมทางหลวงคิดไม่ได้ หรือนั่งเทียนออกแบบสะพานประเทศก็คงย่ำอยู่กับที่แหละครับ   บริเวณดังกล่าวรถติดใต้สะพานทั้งวัน แต่รถขึ้นสะพานจะติดเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ขอให้เห็นใจประชาชนที่ต้องใช้ทางกลับรถทุกวันด้วย”   ประชาชนผู้เดือนร้อนท้ามาขนาดนี้ กรมทางหลวงจะว่าอย่างไร จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและหาทางบรรเทาทุกข์ให้ได้หรือไม่   รอติดตาม  dnhelpme@gmail.com   ที่มา :: http://www.dailynews.co.th
Friday, 29 June 2012 10:13
กรุงเทพฯ 25 มิ.ย.-ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีชาวบ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี ฟ้องร้องกรมควบคุมมลพิษไม่ควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สื่อข่าวรางานว่า วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ อ.597/2551 ระหว่าง นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ผู้ร้องคดีที่ 1 กับ พวกรวม 22 คน ชาวบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ฟ้องร้องกรมควบคุมมลพิษไม่ควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปล่อยน้ำเสียซึ่งมีสารตะกั่วเจือปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้ เป็นเหตุให้ชาวบ้านคลิตี้ล่างได้รับความเสียหาย โดยศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2551 ว่ากรมควบคุมมลพิษละเลยต่อหน้าที่ กรณีไม่ดำเนินการเรียกค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และปฏิบัติหน้าที่ในการฟื้นฟูหรือระงับการปนเปื้อนของสารตะกั่วล่าช้าเกินสมควร จึงให้กรมควบคุมมลพิษ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 22 คน เป็นเงินรายละ 33,783 บาท รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 743,226 บาท โดยเรียกค่าเสียหายจาก บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ฯ ผู้ก่อมลพิษ โดยการนัดพิจารณาคดีครั้งแรกทางตุลาการผู้แถลงคดีจะชี้แจงความเห็นในการวินิจฉัยคดีด้วยวาจาต่อตุลาการองค์คณะพิจารณาพิพากษาด้วย.-สำนักข่าวไทย กรุงเทพฯ 25 มิ.ย.-ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีชาวบ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี ฟ้องร้องกรมควบคุมมลพิษไม่ควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด
Wednesday, 27 June 2012 09:17
« Start  Prev  1  |  2  |  3  |  4  |  5  |  6  |  7  |  8  |  9  |  Next  End »

Page 8 of 9