Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Home บทความ วาทะนายพลคนกล้า
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ โรงแรมโกลเด้น  ทิวลิป  ซอฟฟอริน  กรุงเทพฯ  พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน  ประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมัชชาประชาชนแห่งไทย  ร่วมกับตัวแทนประชาชน จ.ระยอง ได้ร่วมกันแถลงข่าว คัดค้านการก่อสร้างโรงงานผลิตถ่านโค้ก ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง อ. จ.ระยอง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า การสร้างโรงงานนี้ มีการทุจริตปล่อยให้เกิดขึ้น มีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก ไม่ต่างกับการทุจริตการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ โดยโรงงานดังกล่าวสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม อาศัยเพียงแค่ใบอนุญาตสร้างอาคารสำนักงาน ซึ่งออกโดยเทศบาลมาบตาพุด ถือว่าเป็นโรงงานเถื่อนที่สร้งขึ้นมา  นอกจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังรวมไปถึงอดีตรมต.อุตสาหกรรม  และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  ร่วมอยู่เบื้องหลังด้วย ซึ่งหากสร้างโรงงานแห่งนี้ขึ้นก็จะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง เพราะต้องใช้ถ่านหินสูงถึง 420,000 ตัน กรดซัลฟูริก (กำมะถัน) 200,000 ตัน โดยจะทิ้งมลภาวะไว้ประมาณ 270,000 ตันต่อปี จึงเป็นเหตุผลที่ต้องคัดค้านการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ที่ขณะนี้กลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และมีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 แล้ว   ขอบคุณที่มา::http://www.dailynews.co.th
Friday, 13 July 2012 11:53
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเย็นวานนี้ ตั้งความหวังว่าการไต่สวนของศาลในคดีล้มล้าง รธน. จะไม่ซ้ำรอยในคดีซุกหุ้น เชื่อถ้าศาลตัดสินตามหลักกฎหมายจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้ พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตามองการไต่สวนและตัดสินคดีล้มล้าง รธน. ของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม ศกนี้ ซึ่งเป็นการไต่สวนท่ามกลางแรงกดดัน การสร้างกระแส การข่มขู่คุกคามและความพยายามติดสินบนศาล กระทั่งมีการวางแผนปิดล้อมศาล เผาศาล และจับตัวตุลาการไม่ให้ไปพิจารณาตัดสินคดี รวมทั้งการข่มขู่ไปถึงพระมหากษัตริย์และประชาชนทั่วประเทศ เป็นเหตุการณ์รุนแรง ร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตนจึงห่วงใยและเห็นใจตุลาการในการทำหน้าที่พิจารณาตัดสินคดีนี้ แต่เชื่อว่าคนเป็นตุลาการจะมีความเที่ยงธรรม หนักแน่นและไม่หวั่นไหวไปกับแรงกดดันใด ๆ และประชาชนก็จะไม่ทอดทิ้ง ทั้งจะเป็นหูเป็นตาเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าตนเองหวังว่าแม้จะมีแรงกดดันมากกว่าเมื่อครั้งคดีซุกหุ้น ซึ่งในครั้งนั้นตุลาการมีความหวั่นไหว ไม่ใช้หลักกฎหมายและความยุติธรรมในการตัดสินคดี แต่ตัดสินไปตามกระแสความกดดันแล้วเรียกว่าเป็นการใช้หลักรัฐศาสตร์ซึ่งเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวง จนกระทั่งถึงขั้นโกงความยุติธรรมเพราะมีการนับคะแนนผิดพลาด จากผิดกลายเป็นไม่ผิด และเหตุผลในการตัดสินก็วิปริตวิปลาส ว่าเป็นการบกพร่องโดยสุจริต ทั้งที่ตั้งใจปกปิดซุกหุ้น พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าผลจากการตัดสินโดยไม่ใช้หลักกฎหมายและความยุติธรรม ทำให้บ้านเมืองวิกฤตต่อเนื่องมาร่วมสิบปีแล้ว มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เล่นพวกพ้อง โกงบ้านกินเมือง โกงทั้งโครตและโคตรโกง ทำแผ่นดินแตกแยก กระทั่งเกิดขบวนการล้มล้างสถาบันสำคัญของประเทศและตั้งรัฐไทยใหม่ เหตุวิกฤตเหล่านั้นเป็นเหตุให้มีการปฏิวัติไล่รัฐบาลชั่วออกไปแล้วต่อมาก็มีการยุบพรรคการเมืองอีกหลายพรคและเป็นภาระของศาลในการตัดสินให้รัฐบาลชั่วในอีกสมัยหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง แต่วิกฤตก็ยังคงรุนแรงมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งรุนแรงมากขึ้น ร้ายแรงมากขึ้น ดังที่มีการประกาศกันอย่างเปิดเผยว่าจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแบบราชวงศ์โรมานอฟหรือเขมร จะยกเลิกองค์กรอิสระ จะล้มศาล เป็นต้น กระทั่งขู่จะยกขบวนมาไล่ประมุขของประเทศ โดยอ้างแบบอียิปต์และลิเบีย และขู่ว่าถ้าศาลไม่ตัดสินให้ตามใจต้องการก็จะเกิดการนองเลือด พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าบทเรียนของการตัดสินคดีซุกหุ้นนับว่าเป็นบทเรียนทีมีค่าที่จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก และถ้ายังใช้วิธีแบบเก่า ตนเชื่อว่าจะถึงคราวสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน อย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าถ้าศาลตัดสินโดยเที่ยงธรรมตามกฎหมายแล้วก็จะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหลายของประเทศชาติได้. พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเย็นวานนี้ ตั้งความหวังว่าการไต่สวนของศาลในคดีล้มล้าง รธน. จะไม่ซ้ำรอยในคดีซุกหุ้น เชื่อถ้าศาลตัดสินตามหลักกฎหมายจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้   พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตามองการไต่สวนและตัดสินคดีล้มล้าง รธน. ของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคม ศกนี้ ซึ่งเป็นการไต่สวนท่ามกลางแรงกดดัน การสร้างกระแส การข่มขู่คุกคามและความพยายามติดสินบนศาล กระทั่งมีการวางแผนปิดล้อมศาล เผาศาล และจับตัวตุลาการไม่ให้ไปพิจารณาตัดสินคดี รวมทั้งการข่มขู่ไปถึงพระมหากษัตริย์และประชาชนทั่วประเทศ เป็นเหตุการณ์รุนแรง ร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ตนจึงห่วงใยและเห็นใจตุลาการในการทำหน้าที่พิจารณาตัดสินคดีนี้ แต่เชื่อว่าคนเป็นตุลาการจะมีความเที่ยงธรรม หนักแน่นและไม่หวั่นไหวไปกับแรงกดดันใด ๆ และประชาชนก็จะไม่ทอดทิ้ง ทั้งจะเป็นหูเป็นตาเอาใจช่วยอย่างเต็มที่   พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าตนเองหวังว่าแม้จะมีแรงกดดันมากกว่าเมื่อครั้งคดีซุกหุ้น ซึ่งในครั้งนั้นตุลาการมีความหวั่นไหว ไม่ใช้หลักกฎหมายและความยุติธรรมในการตัดสินคดี แต่ตัดสินไปตามกระแสความกดดันแล้วเรียกว่าเป็นการใช้หลักรัฐศาสตร์ซึ่งเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวง จนกระทั่งถึงขั้นโกงความยุติธรรมเพราะมีการนับคะแนนผิดพลาด จากผิดกลายเป็นไม่ผิด และเหตุผลในการตัดสินก็วิปริตวิปลาส ว่าเป็นการบกพร่องโดยสุจริต ทั้งที่ตั้งใจปกปิดซุกหุ้น   พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าผลจากการตัดสินโดยไม่ใช้หลักกฎหมายและความยุติธรรม ทำให้บ้านเมืองวิกฤตต่อเนื่องมาร่วมสิบปีแล้ว มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เล่นพวกพ้อง โกงบ้านกินเมือง โกงทั้งโครตและโคตรโกง ทำแผ่นดินแตกแยก กระทั่งเกิดขบวนการล้มล้างสถาบันสำคัญของประเทศและตั้งรัฐไทยใหม่ เหตุวิกฤตเหล่านั้นเป็นเหตุให้มีการปฏิวัติไล่รัฐบาลชั่วออกไปแล้วต่อมาก็มีการยุบพรรคการเมืองอีกหลายพรคและเป็นภาระของศาลในการตัดสินให้รัฐบาลชั่วในอีกสมัยหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง แต่วิกฤตก็ยังคงรุนแรงมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งรุนแรงมากขึ้น ร้ายแรงมากขึ้น ดังที่มีการประกาศกันอย่างเปิดเผยว่าจะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแบบราชวงศ์โรมานอฟหรือเขมร จะยกเลิกองค์กรอิสระ จะล้มศาล เป็นต้น กระทั่งขู่จะยกขบวนมาไล่ประมุขของประเทศ โดยอ้างแบบอียิปต์และลิเบีย และขู่ว่าถ้าศาลไม่ตัดสินให้ตามใจต้องการก็จะเกิดการนองเลือด   พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าบทเรียนของการตัดสินคดีซุกหุ้นนับว่าเป็นบทเรียนทีมีค่าที่จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก และถ้ายังใช้วิธีแบบเก่า ตนเชื่อว่าจะถึงคราวสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน อย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าถ้าศาลตัดสินโดยเที่ยงธรรมตามกฎหมายแล้วก็จะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหลายของประเทศชาติได้.
Tuesday, 03 July 2012 11:29
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าพี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกเป็นประชากรที่น่าสงสารมากที่สุดของประเทศไทย เพราะถูกใช้พื้นที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม แต่ถ้าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอันตรายก็จะน้อยลง แต่รัฐบาลโหด นักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว ได้สมรู้กันเอาความตายไปให้กับพี่น้องประชาชนภาคตะวันออก โดยปล่อยปละละเลยให้มีการเคลื่อนย้ายโรงงานอุตสาหกรรมจากประเทศอื่น ขนย้ายเอากิจการอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษและประเทศเขาไม่ยอมให้ตั้งแล้วมาตั้งในภาคตะวันออกของไทย เมื่อย้ายโรงงานเหล่านั้นมาแล้วก็ปล่อยสารพิษทำร้ายประชาชน และไม่ได้ดูแลกวดขันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย จึงเกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประชาชนเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ล่าสุดโรงงานระเบิดจนประชาชนตายถึง 12 คน บาดเจ็บหลายร้อย ห่างกันวันเดียวก็มีแก๊สพิษรั่วจนต้องอพยพประชาชนเกือบ 500 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน มิหนำซ้ำยังโกหกประชาชนว่าไม่ใช่แก๊สพิษ ถ้าสูดเข้าไปไม่มากก็ไม่เป็นอันตราย ซึ่งขณะนี้ความจริงปรากฏชัดแล้วว่าเป็นสารพิษที่ก่อมะเร็งและเป็นสารอันตราย อาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างง่ายดาย พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวอีกว่าแม้เกิดเหตุร้ายขนาดใหญ่ เกิดความเสียหายมากมายมหาศาล แต่รัฐบาลยังคงเอาแต่สร้างภาพ ไม่เอาจริงเอาจังในการปิดโรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ ตนเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบทุกโรงงานถ้าพบว่าไม่ได้มาตรฐานหรือจะเป็นอันตรายต้องปิดทันที นอกจากนั้นในพื้นที่จังหวัดระยองยังปรากฏว่ามีการทุจริตปล่อยให้มีการเปิดโรงงานเถื่อนหรือสร้างโรงงานเถื่อนหรือสร้างผิดประเภทเป็นจำนวนมาก และหลายแห่งก็เป็นโรงงานที่ก่อสารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตร่างกายประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ตนจึงอยากถามว่าอุตสาหกรรมจังหวัด ผวจ. กรมโรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรมทำอะไรกันอยู่ อย่าคิดว่าการละเว้นไม่ทำหน้าที่จะหลบหลีกความผิดได้ เพราะการไม่ทำหน้าที่ก็เป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษจำคุกเหมือนกัน พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าสมาชิกสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกได้ร้องเรียนเข้ามามากมายว่าทางจังหวัดและกระทรวงอุตสาหกรรมปล่อยให้มีการสร้างโรงงานเถื่อนที่เป็นพิษเป็นจำนวนมาก สมัชชาประชาชนฯ จะดำเนินการในเรื่องนี้จนถึงที่สุดต่อไป. พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ฉะรัฐบาลแหกตาประชาชน และมีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต ปล่อยให้โรงงานเถื่อนและโรงงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายปล่อยสารพิษสังหารประชาชนภาคตะวันออก และยังหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้เสียอีก พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าพี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกเป็นประชากรที่น่าสงสารมากที่สุดของประเทศไทย เพราะถูกใช้พื้นที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรม แต่ถ้าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอันตรายก็จะน้อยลง แต่รัฐบาลโหด นักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลว ได้สมรู้กันเอาความตายไปให้กับพี่น้องประชาชนภาคตะวันออก โดยปล่อยปละละเลยให้มีการเคลื่อนย้ายโรงงานอุตสาหกรรมจากประเทศอื่น ขนย้ายเอากิจการอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษและประเทศเขาไม่ยอมให้ตั้งแล้วมาตั้งในภาคตะวันออกของไทย เมื่อย้ายโรงงานเหล่านั้นมาแล้วก็ปล่อยสารพิษทำร้ายประชาชน และไม่ได้ดูแลกวดขันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย จึงเกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประชาชนเดือดร้อนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ล่าสุดโรงงานระเบิดจนประชาชนตายถึง 12 คน บาดเจ็บหลายร้อย ห่างกันวันเดียวก็มีแก๊สพิษรั่วจนต้องอพยพประชาชนเกือบ 500 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน มิหนำซ้ำยังโกหกประชาชนว่าไม่ใช่แก๊สพิษ ถ้าสูดเข้าไปไม่มากก็ไม่เป็นอันตราย ซึ่งขณะนี้ความจริงปรากฏชัดแล้วว่าเป็นสารพิษที่ก่อมะเร็งและเป็นสารอันตราย อาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างง่ายดาย พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวอีกว่าแม้เกิดเหตุร้ายขนาดใหญ่ เกิดความเสียหายมากมายมหาศาล แต่รัฐบาลยังคงเอาแต่สร้างภาพ ไม่เอาจริงเอาจังในการปิดโรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ ตนเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบทุกโรงงานถ้าพบว่าไม่ได้มาตรฐานหรือจะเป็นอันตรายต้องปิดทันที นอกจากนั้นในพื้นที่จังหวัดระยองยังปรากฏว่ามีการทุจริตปล่อยให้มีการเปิดโรงงานเถื่อนหรือสร้างโรงงานเถื่อนหรือสร้างผิดประเภทเป็นจำนวนมาก และหลายแห่งก็เป็นโรงงานที่ก่อสารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตร่างกายประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ตนจึงอยากถามว่าอุตสาหกรรมจังหวัด ผวจ. กรมโรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรมทำอะไรกันอยู่ อย่าคิดว่าการละเว้นไม่ทำหน้าที่จะหลบหลีกความผิดได้ เพราะการไม่ทำหน้าที่ก็เป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษจำคุกเหมือนกัน พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าสมาชิกสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกได้ร้องเรียนเข้ามามากมายว่าทางจังหวัดและกระทรวงอุตสาหกรรมปล่อยให้มีการสร้างโรงงานเถื่อนที่เป็นพิษเป็นจำนวนมาก สมัชชาประชาชนฯ จะดำเนินการในเรื่องนี้จนถึงที่สุดต่อไป.    
Wednesday, 09 May 2012 11:24
« Start  Prev  1  |  2  |  Next  End »

Page 2 of 2